หัวข้อ: …”ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา“…
เริ่มหัวข้อโดย: โซ...เซอะเซอ ที่ 16 มกราคม, 2569, 12:59:33 PM
…”ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา“…
แด่ครูผู้สั่งสอนตน จนเติบใหญ่ วิทยาศาสตร์ พลานามัย ไทยศึกษา โดยด่ำดื่มซึมซับ นับคณา เป็นวิชาหาเลี้ยงชีพ สำหรับตน แด่ครูผู้ร้อยเรียง เสียงเสนาะ แผ่พิเราะฟุ้งไป ไกลเกลื่อนกล่น ครั้นสดับเสียงกวี เหมือนมีมนต์ บันดาลดลให้พากเพียร ใฝ่เรียนรู้
แด่ครูผู้หล่อหลอม จิตวิญญาณ ขุดลับล้วงดวงมาน ลึกสุดกู่ ให้เบิ่งมองของจริง หยุดนิ่งดู- รูปแห่งปรมาณู เรียนรู้ธรรม
ขอก้มกราบ น้อมนึก รำลึกพระคุณ ในการุณย์จุนเจือ เอื้อเช้าค่ำ ได้เรียนจบได้ทำงาน ผ่านมืดดำ ตราบแย้มยล ประพนธ์คำ ลำนำชีวิต
rOVoEkr4-Mc
“…รู้ไหม ใครคือผู้แต่งคำไหว้ครู “ข้าขอประณตน้อม สักการ บูรพคณาจารย์....”
สำหรับนักเรียนทุกคน แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักคำไหว้ครูบทนี้ เพราะท่องจำขึ้นใจ และเปล่งเสียงพร้อมกันในพิธีไหว้ครูทุกๆ ปีในโรงเรียนแม้โตๆ จบการศึกษากันไปนานแสนนานแล้ว หลายคนก็ยังท่องจำกันได้ดีเลยทีเดียว แต่รู้ไหมว่าใครคือผู้แต่ง ? เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อไหร่ ? และที่โรงเรียนไหนเป็นแห่งแรก?? . ประเพณีไหว้ครูแบบที่แพร่หลายตามโรงเรียนต่างๆ ในปัจจุบันนั้น เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกที่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเมื่อปี 2482 โดย ฯพณฯ ศ. หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้ริเริ่มเพื่อฟื้นฟูประเพณีนี้ขึ้นส่วนคำไหว้ครูแต่เดิมนั้นประพันธ์โดย เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล) บิดาของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล นั่นเอง . ต่อมาในปี 2485 นายประยูร ภมรมนตรี รัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ (ตอนนั้นจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ) เห็นว่าคำไหว้ครูเดิมนั้นยาวเกินไปและไม่ทันสมัย จึงขอให้หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล หาผู้แต่งขึ้นใหม่ (หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งในขณะนั้น เป็นทั้งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดีกรมสามัญศึกษา และผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา) ครั้งแรกท่านได้ให้อาจารย์ภาษาไทยในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแต่ง แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจ จึงวานให้ภริยา ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล ช่วยแต่ง . ผลคือคำไหว้ครูที่ท่านผู้หญิงแต่งเป็นที่พอใจของรัฐมนตรีช่วย แต่รัฐมนตรีไม่ทราบว่าใครแต่ง เพราะท่านผู้หญิงสั่งสามีว่าไม่ให้บอกว่าใครแต่ง ประยูร ภมรมนตรี จึงได้แต่บันทึกขอบคุณไว้ว่า “คำไหว้ครูนี้ใช้ได้ดี ขอขอบคุณผู้แต่งซึ่งไม่ทราบว่าผู้ใด" . ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล เล่าไว้ว่าการแต่งคำไหว้ครูนี้ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเธอ “ พอฉันประสาทดีพอแต่งหนังสือได้เสียครั้งหนึ่งแล้ว สติสัมปชัญญะก็เริ่มจะกลับมาใหม่ ฉันแปลบทมหาอุปรากรเรื่อง เฟ้าสต์ เป็นคำประพันธ์เรื่องแรกภายหลังการป่วยหนัก ต่อจากนั้นก็แปลเรื่อง มาดาม บัตเตอร์ฟลาย รัตนาวลี และอื่นๆ ติดต่อกันไปหลายเรื่อง เพราะฉันชอบการเขียนหนังสือ เคยมีหนังสือพิมพ์รายวัน วิจารณ์หนังสือของฉัน ซึ่งไม่ได้นำออกขายว่า ฉันเป็นเพชรเม็ดหนึ่งในวงการประพันธ์ แต่เป็นผู้ที่ไม่ต้องห่วงหม้อข้าว จึงไม่มีการขายหนังสือของฉันในตลาดหนังสือ” (จากหนังสือ “เรื่องของคนห้าแผ่นดิน”) . คำไหว้ครูต้นฉบับที่ท่านผู้หญิงดุษฏีมาลา Kประพันธ์ไว้ในปี 2485 และเริ่มใช้ครั้งแรกในพิธีไหว้ครู ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาประจำปีนั้น คือ . “ข้าขอประณตน้อม สักการ บูรพคณาจารย์ ผู้กอปร์เกิดประโยชน์ศึกษา ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา แก่ข้าในกาลปัจจุบัน ข้าขอเคารพ อภิวันทน์ ระลึกคุณอนันต์ ด้วยใจนิยมบูชา ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา ปัญญาให้เกิดแตกฉาน ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน อยู่ในศีลธรรมอันดี ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี แก่ชาติและประเทศไทยเทอญ” . ในหนังสือ “หกสิบปี ต.อ. 14” นิรมล ตีรณสาร สวัสดิบุตร ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่น 14 ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้คำไหว้ครูในระยะหลังๆ Lที่ผิดไปจากบทดั้งเดิมว่ามีอยู่สี่จุด . 1. ข้า หมายถึงสรรพนามบุรุษที่ 1 ไม่ใช่ ข้าฯ ซึ่งเป็นคำย่อจาก ข้าพเจ้า 2. กอปร์ หมายถึง ประกอบ ไม่ใช่ ก่อ หมายถึงครูเป็นผู้ประกอบกิจการที่เป็นประโยชน์แก่การศึกษา ส่วน ก่อ นั้นแปลว่า ทำให้เกิด 3. อภิวันทน์ มาจาก อภิ = ยิ่ง Lวันทน = การไหว้ การเคารพ รวมคือ การไหว้อย่างนอบน้อมยิ่ง ขณะที่ในพจนานุกรมมีคำว่า อภิวันท์ แปลว่า กราบไหว้ เฉยๆ 4. ประโยชน์ทวี แก่ชาติและประเทศไทยเทอญ ไม่ใช่ ประโยชน์แก่ข้าฯ และประเทศไทยเทอญ ที่ใช้ผิดกันอยู่หลายโรงเรียน ซึ่ง “ชาติ” ให้ความหมายถึงประชาชนที่เป็นพลเมืองของประเทศ หมายถึงส่วนร่วม จึงมีความหมายดีกว่า ข้าฯ ที่เน้นประโยชน์ตนเอง . ใกล้เปิดเทอม และโรงเรียนกำลังจะเปิดการสอน หลังวิกฤตโควิด-19ถือโอกาสน้อมรำลึกบุญคุณครูทุกท่านครับ…”
[ เรียบเรียง : สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ อ้างอิง : หนังสือ “หกสิบปี ต.อ. 14 ชีวิตนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา เมื่อกว่า 60 ปี” จัดพิมพ์โดย ชมรม ต.อ. 14 พ.ศ. 2556 บรรณาธิการ : รองศาสตราจารย์นิรมล ตีรณสาร สวัสดิบุตร ]
Soul Searcher Inspired to write 16/1/2026
|
|