หัวข้อ: …ความในใจ (๒)…
เริ่มหัวข้อโดย: โซ...เซอะเซอ ที่ 01 เมษายน, 2568, 06:28:50 PM
…ความในใจ (๒)…
…ขณะที่ใบหน้าของผมยังเปี่ยมเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม แห่งความสุขแต่ความคิดของผมนั้น กลับล่องลอยไปกับเรื่องราวในอดีต…
ย้อนไปวันที่พรหมลิขิตชักนำให้ผมและจูบจันทร์ ได้มาพบกัน
“…ชื่อคุณเก๋มากเลยครับ ผมไม่เคยได้ยินใครชื่อนี้ มาก่อน”
ผมยังจำประโยคเด็ดที่ผมใช้เปิดฉาก ชมเธอแบบโต้งๆได้อย่างแม่นยำ
ซึ่งเธอก็ตอบกลับแบบสุภาพและเป็นมิตร โดยที่ไม่ได้แสดงอาการประหม่าหรือ หลงใหลได้ปลื้มกับคำชมนั้นเลยแม้แต่น้อย
“คุณพ่อของจันทร์เป็นคนตั้งให้ค่ะ ท่านเป็นคน ชอบบทกวีมาก เลยตั้งชื่อลูกให้ฟังดูเพ้อๆ หน่อยน่ะค่ะ“
”ดีจังครับ ผมเองก็ชอบเขียนโคลง กลอน เวลาว่าง เป็นนักกลอนสมัครเล่นน่ะครับ เขียนเรื่อยเปื่อย ไม่ได้ส่งประกวด หรือตีพิมพ์ แต่อย่างใด แค่เขียนลงตามเวปกลอนสนุกๆ แก้เหงา คลายเครียด เอาไว้เขียนระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจ แล้วไม่รู้จะบอกให้ใครฟังน่ะครับ “
”ผมรู้สึกว่าเวลาเขียนโคลงกลอน เป็นเวลาที่ผมได้อยู่กับความรู้สึกของตัวเอง มีโฟกัส มีสมาธิ เพราะจะต้องใคร่ครวญ อย่างถี่ถ้วนในการเลือกเฟ้นคำที่ตรงกับใจ ตรงกับสิ่งที่เราอยากจะสื่อ และต้องคอยระมัดระวังเรื่องฉันทลักษณ์ แถมยังต้องแต่งเติมสัมผัสให้ฟังดูสละสลวยขึ้น อีกต่างหาก
แต่เมื่อเขียนเสร็จ ถ้าได้อ่านทบทวนดูแล้ว รู้สึกว่ามันใช่นี่…โอ้โห มันจะรู้สึกดีมากๆเลยครับ แบบว่าหัวใจจะพองโตเอง โดยที่ไม่ต้องรอรับคำชมจากใคร มันเหมือนอ่านอะไรที่โดนใจ อยากจะเก็บ เอาไว้ย้อนมาอ่านเวลาเรารู้สึกแบบนั้นขึ้นมาอีก เพื่อเตือนใจว่า เราเคยผ่านความรู้สึกแบบนี้มา แล้ว และเราได้เขียนบันทึกบอกตัวเองไว้อย่างไร ประมาณนี้น่ะครับ “
”อ่า…ผมต้องขอโทษด้วยครับที่มัวแต่พูดเรื่อง ของตัวเองแบบน้ำไหลไฟดับ“
ผมหยุดพล่ามเมื่อเริ่มตั้งสติได้ว่า เป็นผู้พูดอยู่แต่เพียงฝ่ายเดียว แม้ว่าจูบจันทร์ จะเป็นผู้ฟังที่ดี ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ปล่อยให้ผมเพ้อเจ้อโดยไม่ขัดจังหวะก็ตาม
“…ไม่เป็นไรค่ะ จันทร์ชอบฟังค่ะ ในความเห็นของจันทร์ คุณลักษณะหนึ่งที่ คนจะเป็นนักเขียนพึงมี คือต้องเป็นคนที่ เหมือนมีอะไรอัดอั้นอยู่ในใจตลอดเวลา เป็นคนที่อยากจะสื่อ อยากจะเล่า อยากจะระบายน่ะค่ะ”
มันช่างเป็นบุคลิกแสนอ่อนโยนของเธอ ที่ผมชื่นชอบนัก เธอมักจะมีทัศนคติที่ดีต่อผู้อื่น และพูดถึงผู้อื่นในแง่ดีเสมอ
”เอ่อ..แล้วคุณจันทร์เรียนจบทางไหนมา และทำงานเกี่ยวกับอะไรครับ“
“ตัวจันทร์เองจบอักษรศาสตร์มาค่ะ ซึ่งคงได้รับอิทธิพลมาจากคุณพ่อ เพราะตอนเด็กๆ ท่านจะชอบอ่าน โคลง กลอน บทกวีให้ฟัง อยู่เสมอๆ
พอเรียนจบแล้วรุ่นพี่ก็ชวนมาทำงาน ในกองบรรณาธิการ นิตยสารชื่อ ”กวีสีลูกกวาด“ เพื่อโปรโมท วรรณกรรมไทยให้กับเยาวชน และคนรุ่นใหม่ค่ะ“
ถ้าคุณเชื่อเรื่องสัมผัสทางใจเหมือนอย่างผม ว่าคนเรานั้นนอกจากสัมผัสภายนอกทางกายภาพ ผ่าน ตาหูจมูกลิ้นกายแล้ว สัมผัสทางใจนี้ มันมีความแจ่มชัดไม่ด้อยกว่าสัมผัสอื่นเลย เพียงแต่ในขณะนั้นใจคุณจะต้องนิ่งพอ ที่จะรับคลื่นที่ส่งมาหาคุณได้ และยิ่งถ้าจูนคลื่นได้ตรงกัน มันเหมือนการสื่อสารโดยไม่ต้องผ่านคำพูดเลย
8RDMeCh29-M [ More Than Words : By Extreme]
ขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับการฟังเธอเล่าเรื่อง ของเธอ คลื่นที่มากระทบใจที่ผมสัมผัสได้ คือความคุ้นเคยความสบายใจ ผ่อนคลาย อย่างประหลาด เหมือนเวลาที่เรา อยู่ท่ามกลางเพื่อนสนิท ที่มีแต่ความจริงใจให้แก่กัน หรืออยู่ใกล้ชิดกับคนที่เรารัก และรักเราอย่างเต็มหัวใจ โดยไม่มีช่องว่างสำหรับความสงสัยใดๆ ให้แทรกซึมเข้ามาได้
ฟังดูออกจะเวอร์ๆใช่ไหมครับ อดทนความ เว่อร์หวานเลี่ยนไปกับผมสักเล็กน้อย… ให้ผมได้อธิบายความรู้สึกของผมที่มีต่อจันทร์ให้ฟังก่อน
ผมรู้สึกเหมือนว่าระหว่างผมกับเธอ มีสายใย มีไออุ่นที่ละมุนละไม ผูกเชื่อมโยงเราอยู่ เหมือนเธอคือส่วนที่ขาดหายไปของผม ที่ได้หวนกลับเข้ามาเติมเต็มผมจนสมบูรณ์
ประหนึ่ง Quote ดัง “You Complete Me” จากหนังฮอลิวู๊ดเรื่อง ”Jerry Maguire”
hkeP9wr_170
แม้ผมมิได้มีคุณวิเศษ หรืออภิญญาในการระลึกชาติ แต่อย่างใด หากว่าความคุ้นเคยอย่างประหลาดนี้ มันช่วยตอกย้ำความรู้สึกที่ผมมีต่อจันทร์ ว่าเราต้องเคยเป็นคู่กันมาตั้งแต่อดีตชาติ
ทันใดนั้นเสียงคล้ายแปร๋นๆก็ดังขึ้น จนทำให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิด
“จันทร์ ชั้นว่า อีตาวิญญาณ นี่มันพูดจาดูคล่องๆ คล่อกๆพิกล สงสัยจะมาหลอกขายประกัน ขายตรง หรือเป็นเซลล์แมนจะมาขายอะไร สักอย่าง“
”นี่คุณเป็นเซลล์ขายอะไร จะมาหลอกขายของ เพื่อนชั้นรึ? หรือเป็นพวก Call Center? จะแอบ มาล้วงความลับ ทำมาถามโน่นถามนี่“
”ผมไม่ได้เป็นเซลล์แมนขายอะไรทั้งนั้นแหละคุณ ตัวผมเองยังหางานทำอยู่เลย“
”ตายๆๆ… ยิ่งร้ายไปใหญ่ นี่กะจะมาจีบเพื่อนชั้น เพื่อจะเกาะเพื่อนชั้นกิน ใช่ไหม“
”ว้า… คุณนี่ ผมว่าผมเป็นคนเพ้อฝันแล้วนะ แต่จินตนาการคุณนี่มันหลุดโลกไปไกล ยิ่งกว่าผมเสียอีก ผมยังไม่ทันจะจีบ เพื่อนคุณเลยนะ“
ผมเหลือบตามองใบหน้าสวยหวานที่นิ่งเรียบเฉย ไม่แสดงอาการอะไรทั้งสิ้น แต่ด้วยอะไรก็ไม่รู้มาดลใจให้ผม พูดละล่ำละลักต่อไปว่า ”แต่ก็ไม่ใช่ผมไม่อยากจีบนะ“
ไม่รู้ว่าผมจินตนาการไปเองหรือเปล่า แต่ผมแอบเห็นริ้วเรื่อชมพูบางๆปรากฏที่ พวงแก้มใส ของคนตาสวยนั้น
”นั่นไงชั้นว่าแล้ว คุณต้องเป็นไอ้พวกโรคจิต ที่ไม่มีงานทำ กลางคืนก็หมกมุ่นอยู่กับเว็บลามก พอกลางวันก็ออกมาล่าเหยื่อ…“
”…เฮ้ยคุณนี่…ไปกันใหญ่แล้ว คุณอสุรีย์“
“…ชื่อชั้นสัตยาสุรีย์ย่ะ เรียกให้ถูก เดี๋ยววิญญาณ คุณได้หลุดจากร่างสมชื่อแน่“
”พอทีเถอะ รีย์ อย่าต่อล้อต่อเถียงกันเลย อายเค้าเราไปกันเถอะ จันทร์ขอตัวนะคะ“ พูดจบหญิงสาวร่างระหงก็รีบคว้าแขน เพื่อนอสุรีย์ ของเธอแล้วก้าวเดินออกจากร้านไป”
“เดี๋ยวครับ แล้วผมจะติดต่อคุณได้อย่างไร ล่ะ…เอ่อ ครับ..” เสียงประตูร้านปิดดังปัง ก่อนที่ผมจะพูดจบประโยค
_d_OdqErMsc
[ Secret Garden : Bruce Springsteen ]
…ขอให้สนุกไปกับการอ่านนิยายเพ้อเจ้อ เรื่องนี้นะครับ ถ้าหากว่ายังมีผู้สนใจติดตามอ่านอยู่ เดี๋ยวมีเวลาผมจะมาแต่งต่อให้ครับ…
วิญญูชน 1 เมษายน 2568
|
หัวข้อ: Re: …ความในใจ (๒)…
เริ่มหัวข้อโดย: masapaer ที่ 01 เมษายน, 2568, 11:02:09 PM
เยี่ยม! ปรบมือ! อ่านเพลินค่ะ ชวนติดตามนะคะ ลุ้นเรื่องตามได้แล้ว :12:
|