เว็บไซต์อารมณ์กลอน เว็บไซต์สำหรับผู้มีกลอนในหัวใจ..

บทกลอนไพเราะ => กลอนคลายเครียด => ข้อความที่เริ่มโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 07 มิถุนายน, 2568, 05:52:30 PM



หัวข้อ: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 07 มิถุนายน, 2568, 05:52:30 PM
กลอนหนึ่งตำลัง ( 4บาท ) เขียนมาเรื่อยๆ หลายปีแล้ว เป้นการเขียนแบบ เห็นอะไรก็เขียน นึกอะไรได้ก็เขียน เขียนไว้ทังหมด 900 กว่าบทแล้ว มีเป้าหมายไว้ที่ 1000 บท

กลอนชุดนี้เอาเคยไปลงที่อื่นบ้าง แต่น้อยมาก ส่วนมากจึงยังไม่เคยเอาไปเผยแพร่ที่ไหน บางครั้งมองเห็นกระป๋องแป้งตรางูก็เขียน  เห็นกิ้งกือก็เขียนถึงกิ้งกือ เห็นหมู หมา กาไก่ ก็เขียนไปเรื่อย..

มีสาระบ้าง ไม่มีสาระก็เยอะ แต่ก็เขียนเพราะความอยากเขียนของตัวเองเป็นหลัก ใครอยากเอาไปใช้ เอาไปแก้ไขเพิ่อให้ตรงใจตนเองก็ตามสบายนะครับ โดยเฉพาะมือใหม่ๆ เอาไปแกะ เอาไปเกลา ให้ถูกใจแล้วเดินเข้ามาในโลกของคนเขียนกลอนกัน..ยินดีต้อนรับครับ

.

(https://i.ibb.co/ds8kghtG/01-Copy.jpg) (https://ibb.co/DP0wpqY5)



(https://i.ibb.co/ymSfvscm/02-Copy.png) (https://ibb.co/zWJn9fTW)



(https://i.ibb.co/d0VxxNWz/03-Copy.png) (https://ibb.co/tMvFF0mW)

.

(https://i.ibb.co/rfHJh1FR/04-Copy.jpg) (https://ibb.co/tPD56WQT)



(https://i.ibb.co/zWF7TNTH/05-Copy.jpg) (https://ibb.co/RGNBk7k4)

.


หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 12 มิถุนายน, 2568, 10:29:55 PM
พระจันทร์ที่ปลายฟ้า ยังต้องเลือกเวลาสวย..
นาฬิกาของเรา ก็คงไม่ได้เดินตรงกันตลอด..

 
     ๏ ในน้ำเสียงสัมผัสความห่างเหิน
หนทางเคยร่วมเดินกลับลำบาก
แต่ละเรื่องคุยกันเข้าใจยาก
ก่อนเอ่ยปากจากลาสวัสดี

    ๏ สิ่งที่เป็นเห็นกันทางตันแน่
ยังเหลือแค่หันหลังต่างเดินหนี
เก็บฉากสีชมพูบนเวที
จบบทบาทเคยมีโชคดีเอย ๚ะ๛

 
 ซ้ำซาก หมายถึงบ่อยๆ หรือขย้ำซ้ำซากให้มันแหลกราญไป..ใจ
 
    ๏ หลายสิบปีฝันเห็นแต่คนเก่า
เสมือนเงาติดตามในความฝัน
หลายสิบปีขาดสิ้นความสัมพันธ์
ไม่เห็นกันฝันเกลื่อนแต่เลื่อนลอย

    ๏ ในภาพฝันเธอดูดีเสมอ
เหมือนสมัยที่เราเจอกันบ่อยบ่อย
ต่างจากฉันผมหงอกพุงออกย้อย
ฝันเอ๋ยคอย ตอกย้ำความช้ำเอย ๚ะ๛

 
เมื่อเวลาผ่านไป จึงรู้ว่า หัวใจไม่สามารถเอาเหล้าล้างให้สะอาดได้..

     ๏ ในวงเหล้าเมาแล้วจะรินอีก
ผู้หวังดีช่วยหลีกเติมอีกไห
ตอนเมาเลิกขมขื่นช่างชื่นใจ
หายเมาเจ็บต่อไปช่างหัวมัน

    ๏ บางคนบอกว่าดื่มน้ำนรก
เราทุกแก้วที่ยก เพราะตกสวรรค์
ดื่มเหล้าแล้วเมาแน่ยังแก้ทัน
คนหลอกกันยอมแพ้ไม่แก้เอย ๚ะ๛ 

 
 ของง่าย ของตาย มักจะโดนมองผ่านเลยไป ไม่เคยนึกถึง..
 
    ๏ จงทำตัวให้เล็กรู้จักโง่
ระงับการคุยโอ่ฟังให้มาก
คำพูดและเวลาถ้าไม่ลำบาก
ไม่ยุ่งยากยึดถือให้ซื่อตรง

     ๏ มีใจพร้อมช่วยคนอื่นเสมอ
กิเลสตัณหาเจอ อย่าลุ่มหลง
การสะสมทุกบริบทให้ลดลง
ไม่ต้องถึงกับปลงแค่ตรงเอย ๚ะ๛


        *ทุกวันได้ไหม*

    ๏ บอกคิดถึงเธอทุกวันจะได้ไหม
คิดถึงแทบขาดใจยามไกลห่าง
รอแต่เธอคอยจ้องนั่งมองทาง
   ใจเงียบเหงาเวิ้งว้างหาทางเจอ

   ๏ ทุกวันส่งข้อความเพื่อถามไถ่
อยากรู้ความเป็นไปอยู่เสมอ
ยังมีฉันอยู่ไหมในใจเธอ
 หรือมีแต่ฉันเพ้อเจ้อ ถึงเธอเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=4WcMRO1e9_4

 :29: :29: :29: :29: :29: :29:

.




หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 17 มิถุนายน, 2568, 10:55:15 PM
ผีเสื้อ ไม่เคยหลอกตัวเอง..
ธรรมชาติที่ต่างจากคน..
 
     ๏ มีผีเสื้อเท่านั้นสวยตอนแก่
จากตัวหนอนเป็นดักแด้เป็นผีเสื้อ
แต่เวลาของชีวิตไม่เหลือเฟือ
ธรรมชาติไม่เอื้อให้อยู่นาน

    ๏ ต่างจากคนสวยได้กว่าจะแก่
สุดท้ายเกิดขึ้นแน่แพ้สังขาร
จะฉีดดึงขึงหนังทรมาน
ก็เหี่ยวย่นหย่อนยานสังขารเอย ๚ะ๛   

 
 ใส่น้ำลงกา ปรารถนาจะให้น้ำมีรูปร่างเป็นแก้วไม่ได้..
 
    ๏ สายไปแล้วจะเป็นเหมือนแต่ก่อน
เรื่องของใจซับซ้อนและอ่อนไหว
สิ่งที่พูดที่ถามฉันตามใจ
อยากได้ยินฟังอะไรตามใจเธอ

    ๏ แก้วที่ร้าวย่อมยากคิดประสาน
ใจแหลกลาญคิดซ่อมก็เพ้อเจ้อ
นิยายรักตอนจบที่พบเจอ
หมดเรื่องราวพร่ำเพ้อเพราะเธอเอย ๚ะ๛ 
..
..
 รักใครสักคน มองอยู่ห่างๆ บางทีก็มีความสุข
 
    ๏ เมื่อกรรมตามถึงตนแล้วผลเกิด
ความคิดอันประเสริฐมิเกิดช่วย
ยังหลงใหลไม่เซ็งเรื่องเฮงซวย
ก็เพิ่มกรรมต่อด้วยจนม้วยมรณ์

    ๏ ถ้ารู้จักเรื่องเวรกรรมเคยทำไว้
และเข้าใจหลักธรรมคำสั่งสอน
ขออโหสิกรรมตอนขั้นตอน
อาจได้ผ่อนผลกรรมเคยทำเอย ๚ะ๛   


ข้าวใหม่ แม้ไหม้ก็ยังหอม..
ผักเก่าไม่มีแมลงตอม ก็ไม่อยากกิน..

    ๏ หน้ากระจกแปรงสีฟันสองอันคู่
กล่องสบู่ครีมต่างต่างหยิบวางก่อน
โผล่มาทำที่หลับจับที่นอน
หนาวหรือร้อนวุ่นวายมาหลายปี

    ๏ จนถึงวันเตียงหักรักสลาย
ยังเฝ้าห่วงไม่วายมิหน่ายหนี
ได้แต่อธิษฐานให้โชคดี
พบความสุขในสิ่งที่เลือกมีเอย ๚ะ๛ 


           *ลม*
 
     ๏ เมื่อลมพัด พาเธอมาเจอฉัน
แล้วแกล้งกันพัด เธอไปจนไกลห่าง
เจ้าลมเอ๋ยหรือรักเปลี่ยนเส้นทาง
ถึงเวลาจืดจางระหว่างคน

    ๏ วอนสายลมพัดเธอกลับมาหา
ขอเวลาเพื่อรักอีกสักหน
ลมหายใจแทบหยุดช้ำสุดทน
หนีไม่พ้นโศกตรมนะลมเอย..๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=E_2yK2na1So&list=RDE_2yK2na1So&start_radio=1


หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: share ที่ 18 มิถุนายน, 2568, 04:10:23 PM


@ แฮะแฮะ สงสัย ความต่าง
ถอยห่าง จากกลอน กระไรหรือ
หนึ่งตำลึง ก็สี่บาท มิใช่ฤๅ
อย่าถือ ที่ข้า ถามมา

ขอถาม ขอรับ


หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 20 มิถุนายน, 2568, 09:47:41 PM
คุณ share ถูกแล้วไงครับ ชิ้นหนึ่ง 2 บท 4 บาท ผมเรียกเป็น หนึ่งตำลึง  เขียนสะสมไว้หลายร้อยตำลึง เอามาลงให้อ่านกันเล่น อย่างที่เกริ่นไว้แต่ต้น
ตามหลักฉันทลักษณ์ของกลอนแปด หรือ กลอนตลาด ไม่ได้มีอะไรใหม่หรือแปลกไป เพราะผมถนัดแต่เขียนกลอนง่ายๆ แบบกลอนตลาดเท่านั้น ขอบคุณนะครับที่เข้ามาทักทาย..


ชุดกลอนหนึ่งตำลึง 5 วัน เข้ามาลง 5 กลอนครับ พอดีวันนี้ยังไม่ถึงคิวลง..


หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 22 มิถุนายน, 2568, 09:23:52 PM
บางคำตอบ ได้มาด้วยความเจ็บปวด แต่ต้องยิ้ม..

    ๏ ก่อนสมองจะตายไม่ทำงาน
ร่างกายถูกเผาผลาญเป็นผุยผง
ช่วยบอกกันสักคำพูดตรงตรง
ว่าฉันคงมีค่าไหมในใจเธอ

    ๏ ถ้าไม่มีความสำคัญต่อกันอีก
ก็จะปลีกตัวห่างสม่ำเสมอ
หยุดสนใจเลิกรักคอยบำเรอ
เอาหัวใจปรนเปรอรักเธอเอย ๚ะ๛ 


ไม่มีคำถาม เพราะรู้ว่าคำตอบ และคำถาม มันไร้ความสำคัญแล้ว..
 
    ๏ ขอขอบคุณเศษใจเคยให้มา
แต่คุณค่ามันหมดแล้วหดหาย
เคยปลาบปลื้มอิ่มเอมทั้งใจกาย
แต่สุดท้ายหัวใจไร้ราคา

    ๏ ฉันเข้าใจที่บอกทุกเหตุผล
รู้ว่าเราผจญหลายปัญหา
แต่เพราะเป็นแค่คนธรรมดา
รักโลภโกรธหลงคือภูษา กายาเอย ๚ะ๛   

 
 สุดท้ายทุกคนถูก ความผิดไม่มี สมองก็ไม่มี คือ คน..
 
    ๏ เพราะคนเราตีความตามใจคิด
จะถูกผิดไม่สนว่าตนเก่ง
เห็นบุญบาปความชั่วไม่กลัวเกรง
ลืมคิดเองเงื่อนงำกงกรรมกงเกวียน

    ๏ จนสุดท้ายปลายทางในชีวิต
เมื่อรู้ถูกรู้ผิดความคิดเปลี่ยน
อยากแก้ไขทุกข์ทนที่วนเวียน
ก็เหมือนเทียนหมดไส้ใกล้ตายเอย ๚ะ๛
 
 
เริ่มจากศูนย์ บางคนได้ร้อย บางคนได้ล้าน แต่ตอนตาย เหลือเท่ากัน..

     ๏ ใจซ่อนสากปากคาบคัมภีร์หลอก
วาจาบอกหลักการแต่งานห่วย
บุคลิกดูสง่าทำท่ารวย
คนข้างกายหล่อสวยต้องดูดี

    ๏ เป็นแพ๊คพิมพ์นิยมสังคมใหม่
โลกออนไลน์ชื่นชมสมศักดิ์ศรี
แต่เบื้องหลังภาพสวยเท่าที่มี
นั้นอัปรีย์ลวงตาไร้ค่าเอย ๚ะ๛ 

    *นานเท่าไหร่ก็รอ*

    ๏ เมื่อไหร่เธอจะกลับมาหาฉัน
รอคอยอยู่ทุกวันเรื่องมันเศร้า
หรือว่าความผูกพันระหว่างเรา
เหลือแค่ความว่างเปล่ากับน้ำตา

    ๏ กลับมาหา ฉันสักทีจะได้ไหม
ขอร้องด้วยหัวใจแม้ไร้ค่า
นานเท่าไหร่ยังรอเธอกลับมา
คอยชั่วกาลเวลาที่มีเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=wRN-Mlu1RaQ&list=RDwRN-Mlu1RaQ&start_radio=1

.






หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 27 มิถุนายน, 2568, 09:14:48 PM
น้ำตา หรือ น้ำตาล เมื่อต้องการแล้วลืมคิด..

    ๏ ยินยอมตายเพราะความรักโดยสงบ
เพื่อเป็นศพสีชมพูให้รู้ว่า
เรื่องความรักเป็นเรื่องของศรัทธา
รักแล้วเจ็บดีกว่าไม่เคยมี

    ๏ ไม่ว่าจะสมหวังหรืออกหัก
ก็รู้จักความรักสมศักดิ์ศรี
อยู่เงียบเหงาหาคู่ดูสักที
เจอคนดีที่ใช่สุขใจเอย ๚ะ๛ 


วิวัฒนาการสร้างชีวิตใหม่ แต่สร้างใจไม่ได้ตามต้องการ..

     ๏ เวลาที่ใจหล่นคนจะเศร้า
ไม่รับเอาทุกสิ่งใส่สมอง
กิริยาช้าเชื่องไม่ช่ำชอง
แม้สายตาที่มองยังเลื่อนลอย

    ๏ ชีวิตปานถ่านหมดพลังหาย
ดูเหมือนคนเจียนตายหรือไก่หงอย
การกินอยู่ไม่คิดประดิดประดอย
อยู่กับฝันไม่เอ็นจอย  เพราะนอยเอย ๚ะ๛
 
 
บทเรียนบางบท เหมาะกับบางใจและบางคน..
 
    ๏ ดูหนังดูละครย้อนดูตัว
เขาแสดงบทชั่วน่ากลัวไหม
ถ้าเผลอทำเหมือนเขาต่างอะไร
เลวดั่งใจเคยบ่นคือผลงาน

    ๏ โลกคือโรงละครของทุกคน
ชีวิตตนมีให้บริหาร
ดีชั่วเลือกทำได้ตามต้องการ
เป็นซาตานหรือพระเจ้าเลือกเอาเอย  ๚ะ๛   

 
หมดเรื่องแล้ว ถอดทุกเปลือก  เปลี่ยนเสื้อผ้า ออกเดินทาง เร้นกายไปจากทุกสิ่งที่เคยยินดี..
 
     ๏ เมื่อเลือกแล้วผิดพลาดต้องยอมรับ
ให้สมกับเป็นชายอกสามศอก
ถ้าลืมสิ้นศักดิ์ศรีคือขี้ครอก
ใส่ผ้าถุงแล้วออกไปบอกคน

    ๏ จะเลือกคิดเลือกทำ เลือกคำพูด
จำเป็นสูตรทุกระดับยอมรับผล
ละอายกับความผิดจริตตน
ที่ฉ้อฉลกลับกลอกไม่บอกเอย ๚ะ๛   


            *ปล่อย*

    ๏ ปล่อยความคิดหยุดใจจะไม่คิด
ปล่อยชีวิตหยุดเล่ห์เสน่หา
ปล่อยความหลังเหตุการณ์ที่ผ่านมา
ปล่อยดวงใจปรารถนาหยุดกังวล


   ๏ มือเคยกุมกระชับก็จับปล่อย
มือที่คอยปกป้องฝืนล่องหน
มือคู่เติมเปลี่ยนทางระหว่างคน
ปล่อยมือเธอหลุดพ้น จากตนเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=nq3M1dRbXKU&list=RDnq3M1dRbXKU&start_radio=1

.



หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: share ที่ 28 มิถุนายน, 2568, 04:04:33 PM

@ ชีวิตนั้น อนันต์ค่า น่าพินิจ
แม้กระจิด มดแมลง แฝงความหมาย
เกิดเพื่อสรรค์ ปันแบ่ง แม้นต้องตาย
ประโยชน์ดล ผลขจาย นิจนิรันดร์



หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 02 กรกฎาคม, 2568, 10:18:14 PM
ล็อคอินเข้าระบบหนึ่งครั้ง ส่งเรื่องราวเข้าเพจได้ครั้งเดียว..
ถ้าจะกดส่งข้อมูลเพิ่ม อาจต้องออกจากระบบก่อน แล้วเข้าระบบใหม่เพื่อทำการ..


เพลงมีชีวิต..ดนตรีเป็นลมหายใจ
เนื้อร้องเป็นกาย และ มีความหมาย..คือการกระทำ
 
    ๏ เพลงบางเพลงฟังแล้วน้ำตาไหล
นึกไปไกลถึงอดีตที่เคยผ่าน
สัมผัสกับเรื่องราวเคยร้าวราน
เรียกความทรมานทำงานอีกที

    ๏ แต่ฟังได้เจ็บได้โดยตลอด
ไม่อิดออดไม่จบไม่หลบหนี
บาดแผลเก่าเจ็บจบทบทวี
ถ้าคุณมีความหลังอย่าฟังเอย ๚ะ๛


สนามอารมณ์ เล่นคนเดียวแล้วแย่ ก็แค่เริ่มเล่นใหม่..
 
   ๏ วันนี้เหนื่อยเกินไปทำใจยาก
กว่าจะลากอารมณ์มาคิดเขียน
ความรู้สึกสับสนยังวนเวียน
มิอาจเปลี่ยนสะสางให้บางเบา
    ๏ แต่ไม่เขียนยิ่งเหงาเศร้าไม่หาย
เหมือนน้ำท่วมรอระบายมิวายเน่า
ต้องถ่ายเทเปลี่ยนเรื่องในใจเรา
ทิ้งให้หมดเรื่องเศร้าที่เขลาเอย ๚ะ๛

 
 ขอฝนจากฟ้า ยากกว่าขอน้ำ จากตาตนเอง..
 
    ๏ ไร้ถ้อยคำประโลมใจจากใครอื่น
ก็ต้องฝืนปลอบตนเหมือนคนบ้า
ความรู้สึกเวิ้งว้างมิสร่างซา
อีกสักกี่เพลาจะเปลี่ยนแปลง

    ๏ มีไหมใครสักคนบนทางผ่าน
โยนความจริงใจเป็นทานไม่แอบแฝง
เผื่อให้ใจสับสนบนตะแลงแกง
ได้ชุ่มชื่นมีแรงเปลี่ยนแปลงเอย ๚ะ๛
 
 
การมีที่นั่งเล็กลง ก็ดีในยามที่ ต้องทำตัวให้เล็ก..
 
    ๏ อย่าปล่อยให้ความรักเหมือนฟันผุ
ลามทะลุรากฟันปวดยันเหงือก
รักหรือฟันดูแลก่อนไม่ต้องเลือก
รอจนเฮือกสุดท้ายแก้ไม่ทัน

    ๏ ถนอมก่อนถอนฟันและความรัก
สูญเสียช้ำใจนักเจ็บมหันต์
เจ็บเรื่องรักหนักกว่าการปวดฟัน
หรือเจ็บไม่ต่างกันสวรรค์เอย ๚ะ๛ 
 

            *ห่วงใย*

    ๏ ไม่ถามว่าทำไมเลิกกับฉัน
ความผูกพันก็ไม่ตาม ไม่ถามหา
ใจคนเปลี่ยนอยู่เสมอทุกเวลา
ฉันเข้าใจที่มา ทีท่าคน


    ๏ แต่เหลือความห่วงใยให้ตลอด
ขอให้รอดกับรักได้สักหน
เจอรักที่ยอมรับสำหรับตน   
นั่งและนอนอยู่บน วิมานเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=Jr5e7ihocHw&list=RDJr5e7ihocHw&start_radio=1
.




หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: share ที่ 05 กรกฎาคม, 2568, 09:47:22 AM



@ เอาใจเขา เนาใน ใส่ใจเรา
อย่าเพียงเอา แต่"กู" สู่ทุกข์หนา
ยุติธรรม ต้องล้ำ รักเมตตา
หลากมุมมอง เมื่อหา "เหตุ"เภทภัย





หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 07 กรกฎาคม, 2568, 10:12:50 PM


ชีวิตเคยหนาว เปียกเท่าไหร่ก็แค่ หนาว..

    ๏ รู้ดีว่าทำผิดเอาไว้เยอะ
ย่อมต้องเจอะบาปกรรมตามสนอง
ผลจากเหตุทุกเรื่องชำเลืองมอง
มีมากมายก่ายกองสนองคืน

    ๏ บางสิ่งไม่ต้องการจะให้เกิด
บางเรื่องเปิดเห็นชัดว่าขัดขืน
หลายเรื่องราวเจ็บช้ำต้องกล้ำกลืน
ท้ายที่สุดหยัดยืนไม่ฝืนเอย ๚ะ๛

 
 เวลาไม่เคยทิ้งคราบของความสุข ให้กับหัวใจที่ปวดร้าว..
 
    ๏ อยากให้บางช่วงเวลานั้นหยุดนิ่ง
สรรพสิ่งยั้งหยุดความเคลื่อนไหว
เก็บเวลาช่วงนั้นตลอดไป
ผนึกห้องหัวใจตลอดกาล

    ๏ แต่ไม่เหลือช่วงวันเวลาเก่า
ความรู้สึกซึมเศร้าช่างร้าวฉาน
จบสิ้นแล้วความฝันในวันวาน
พร้อมเพลาเนิ่นนานที่ผ่านเอย ๚ะ๛


 เมื่อความสำคัญลดห่าง สัมผัสทุกทางก็ไร้ค่า..
 
    ๏ คิดถึงความหวานชื่นในคืนแรก
กับเรื่องราวแตกแยกในวันก่อน
ทุกคำพูดรวบรัดเพื่อตัดรอน
เหมือนรับการสั่งสอนก่อนอำลา

    ๏ ขอบคุณทุกเรื่องราวที่ร้าวฉาน
คิดถึงสัมผัสหวานตอนซ่านหา
แล้วอดีตกลับเป็นเรื่องเย็นชา
ขออนุโมทนาแล้วลาเอย ๚ะ๛


 ฝาขวดเมื่อเปิดแล้ว ยากที่จะปิดให้เหมือนเดิม เหมือนใจคนเมื่อเปลี่ยนแปลง..

     ๏ เริ่มกับเลิกคือเรื่องอัศจรรย์
ความรู้สึกตรงข้ามกันเมื่อสรรหา
สุขกับทุกข์มีบ้างต่างต่างนานา
เริ่มรักแล้วร้างราฉันกับเธอ

    ๏ การปิดม่านเลิกรารักครั้งหนึ่ง
อาจมีรักใหม่ซาบซึ้งได้เสมอ
มิเสียใจในสิ่งที่พบเจอ
ขอบคุณที่เสนอบทเรียนเอย ๚ะ๛ 

    *ความทรงจำสีจาง*


    ๏ พบในฝันอยู่เสมอยังเจอบ่อย
ลมหายใจเหลือน้อย ยิ่งนึกถึง
ภาพอดีตตอกย้ำยามคำนึง
ใจร่ำร้องอื้ออึงคิดถึงเธอ

   ๏ เก็บเธอไว้ในส่วนที่ลึกล้ำ
อยู่ในความทรงจำสม่ำเสมอ
แต่ไม่คิดเรียกหาให้มาเจอ
ขอเป็นแค่คนเพ้อเจ้อ ที่เธอลืม ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=4pwq2Hdc2AE&list=RD4pwq2Hdc2AE&start_radio=1
.





หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 12 กรกฎาคม, 2568, 10:47:48 PM
 ทางที่เห็น ต่างคนเดิน ย่อมต่างกัน..
 
    ๏ ไม่รู้ว่ายังมีสิทธิ์คิดถึงไหม
ระยะของหัวใจเริ่มไกลห่าง
ฉันเข้าใจระหว่างเราสิ้นหนทาง
จะร่วมสร้างทางรักเดินด้วยกัน

    ๏ แต่มิต้องเสียใจเธอไม่ผิด
เธอมีสิทธิ์เลือกเดินตามความฝัน
ใฝ่หาสิ่งที่ต้องการมานานวัน
แล้วตัวฉันหาให้เธอมิได้เอย ๚ะ๛


ที่สุดที่ทำ อาจไม่ดีที่สุดสำหรับใครเลย..

    ๏ เมื่อขอบฟ้าห่างไกลเกินใจเอื้อม
เกินใจเชื่อมถึงกันจึงหันเห
มิใช่ฉันเปลี่ยนไปใจลังเล
แค่เก็บสิ่งที่ทุ่มเทคืนกลับมา

    ๏ ไร้หมดสิ้นความรู้สึกไม่เจ็บปวด
เป็นเม็ดทรายเม็ดกรวดฤาอวดค่า
ก่อนทำใจลำบากขอจากลา
วาสนาสิ้นใยเข้าใจเอย ๚ะ๛


คนละทาง..ยืนอยู่ข้างกัน ก็ต่างไม่เห็น
 
    ๏ ไม่ใช่พิมพ์นิยมไม่คมเข้ม
โปรไฟล์เกาหลีไม่เต็มสมสมัย
ไร้แฟนคลับขาดคนมาสนใจ
คนกดไลค์ต่ำสิบแค่หยิบมือ

    ๏ โลกหมุนเร็วเกินไปกว่าใจสั่ง
ถึงมุ่งหวังหยิบมาไม่กล้าถือ
คนด๊อกด๋อยต้อยต่ำจนร่ำลือ
เขียนแต่สื่อหวั่นไหวน้อยใจเอย ๚ะ๛

 
ความรักเหมือนดอกไม้ มีเวลาที่สวยงาม และมีเวลาสูญสลายไป
 
    ๏ พบกันเพียงเพื่อจากทุกชีวิต
ไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงวัฏจักร
จะดีร้ายคับแค้นหรือแสนรัก
ควรตระหนักถึงตอนต้องจากกัน

    ๏ อาจจะมีความสุขถ้าคิดได้
หรือชอกช้ำอ่อนไหวหัวใจสั่น
จะจากเป็นจากตายวายชีวัน
ที่สำคัญต่างพรากต้องจากเอย ๚ะ๛


        *สักวันหนึ่ง*

    ๏ ไม่เป็นไรวันนี้เธอ ไม่มองฉัน
เพียงหวังว่าสักวันมองกันบ้าง
เพราะถนนที่เราเดินคนละทาง
จึงมีความแตกต่างกันมากมาย

    ๏ ไม่เป็นไรถ้าฉัน ดีไม่พอ
ก็แค่ขอรอตราบ ฟ้าดินสลาย
สักวันหนึ่งสายตาเธอกลับกลาย
ฉันคงไม่เดียวดายจนตายเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=5NMe3dA-SEk&list=RD5NMe3dA-SEk&start_radio=1
.



หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 17 กรกฎาคม, 2568, 10:11:18 PM
 คนดีมีค่าน้อยกว่าบัตรเครดิต เพราะชีวิตต่างคิดราคา..

    ๏ อย่าเก่งแต่แสดงวิสัยทัศน์
แต่ภาคปฏิบัติหมาส่ายหัว
สิ่งที่พูดเมื่อขยายเป็นนายตัว
โม้แล้วแถคือชั่วกับตัวไง

     ๏ ลูกผู้ชายเวลากับคำพูด
จะพิสูจน์ศักดิ์ศรีว่ามีไหม ?
พูดแล้วทิ้งมิสำคัญคือจัญไร
ผิดเวลามิสนใจ ควรอายเอย ๚ะ๛
 
 
การเขียนกลอน เป็นสันทนาการกับหัวใจของตนเอง..

    ๏ ความสำคัญลดลงในใจเขา
เป็นของเก่าแก่ไปก็ไร้ค่า
หยุดคิดให้เป็นบวกเสียเวลา
จงยอมรับโชคชะตาที่ว่าเลย

    ๏ ถ้าแค้นเคืองเรื่องมากยิ่งยากอยู่
จงยิ้มคอยมองดูอยู่เฉยเฉย
เจ็บเดี๋ยวคุ้นปวดบ่อยชะรอยเคย
เพลาผ่านกรรมเฉลยค่อยเอ่ยคำ ๚ะ๛
 
 
ชีวิตมีปากเท่ากันหนึ่ง แต่คำที่เอ่ย ถึงเหมือนก็แตกต่าง..

    ๏ จะหล่อสวยรวยจนก็คนหนึ่ง
มีความรักซาบซึ้งได้เสมอ
แต่โอกาสอาจเท่าไม่เทียมเธอ
จึงมิอาจนำเสนอความสัมพันธ์

    ๏ รักเหมือนน้ำท่วมปากลำบากบอก
จำต้องออกจากห้วงแห่งความฝัน
ขาดหนทางให้เราเดินร่วมกัน
คำว่ารักไม่มีวัน เหมือนกันเอย ๚ะ๛

 
ยึดติด หรือ ลืม คือความเจ็บปวด ที่ยากอธิบาย

     ๏ หมดวิธีลบเธอออกจากใจ
ทำทุกอย่างยังไงก็ไร้ผล
ถ้านานไปใจทรุดเจ็บสุดทน
อาจต้องกลายเป็นคนพิกลพิการ

    ๏ คำว่าลืมเหมือนจะสั้นไร้พิษสง
แต่ใครหลงกับคำนี้น่าสงสาร
ลืมได้หรือไม่ได้ต่างทรมาน
เหมือนดั่งเราซมซานทรมานเอย ๚ะ๛

         *ดอกราตรี*

    ๏ กลิ่นอบอวลชวนหอมถนอมกลิ่น
ลมราตรีโรยระรินส่งกลิ่นหอม
ดั่งสายใยล้อลมให้ดมดอม
    หาคนอยากถนอมมาดอมดม

    ๏ หนาวน้ำค้างดึกดื่น ค่ำคืนนี้
ยังไม่มีเสน่หาเข้ามาห่ม
มีแต่กลิ่นดอกราตรีลอยตามลม
    ให้ชิดชม ชั่วคราวแก้หนาวเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=r0JRQNTDpDg&list=RDr0JRQNTDpDg&start_radio=1
.



หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 22 กรกฎาคม, 2568, 09:57:24 PM
หัวใจเหมือนถังขยะ ทุกขณะ ทุกอย่างรับได้เสมอ..

 ๏ ใจเหลือเหลือเก็บซ่อนความอ่อนล้า
ยิ้มกร่อยกร่อยในหน้าเหมือนว่าเหนื่อย
ลมหายใจไหลอ่อนแบบเนือยเนือย
หางตาชุ่มเรื่อยเรื่อยเก็บอาการ

  ๏ โปรไฟล์ของคนที่มีความสุข
และไม่อาจหนีคุกของสังขาร
ทั้งใจกายยังต้องเจ็บทรมาน
ตราบยังทะเยอทะยานหายใจเอย ๚ะ๛
 

เมื่อความฝันจบสิ้น ก็ป่วยการที่จะบอกให้นอน..

    ๏ อยากจะหยุดเวลาไว้ตรงที่
ต้องจากกันชั่วชีวีไม่เห็นหน้า
ความรู้สึกเกินคำพรรณนา
มิอาจหาคำเอ่ยเฉลยใจ

    ๏ ช่วงเวลาลาจากลำบากจิต
สิ่งที่คิดคำที่พูดน่าหวั่นไหว
คิดอีกอย่างพูดอย่างทิ้งขว้างไป
แล้วหวังเหลือซากอะไรน้ำใจเอย ๚ะ๛
 

กว่าจะเกิดมาได้แสนลำบาก แต่ที่ยากคือการอยู่..

     ๏ คงมีแต่ต้องตายแล้วเกิดใหม่
สร้างโอกาสแก้ไขเรื่องที่ผ่าน
มองหลังมีแต่เรื่องทรมาน
ช่างไม่อาจทนทานเหนื่อยสิ้นดี

    ๏ แต่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ก็คงต้องทนต่อไปตามวิถี
บุญก็ทำบาปก่อต่างพอมี
ผลกรรมที่ตามสนองยินยอมเอย ๚ะ๛


เมื่อคนรุ่นใหม่ ไม่ยูเทิร์นมาหากลอน..
คนโบราณ ก็ต้องไปชวนมาเล่นด้วย..

๏ ขออภัยอย่าตลกจกตาฉัน
ก็รู้ทันกี่แอพที่แอบแต่ง
ไม่ตรงปกหลอกเห็นเธอเล่นแรง
ชอบแอบแฝงทำสวยช่างซวยตา

๏ แต่เพราะฉันใจบางเมื่อแรกเห็น
ดูไม่เป็นหลงเล่ห์เสน่หา
พอรู้ตัวขอเทเสียเวลา
แม่อีกาคาบพริกเลิกกิ๊กเอย ๚ะ๛


          *สองใจ*

    ๏ ผิดใช่ไหมใจคนถ้ามีสอง
ใครรับรองหัวใจใครว่าไม่เปลี่ยน
มุมดิบแห่งใจคนต่างวนเวียน
มืดสว่างรกเตียน ต้องเวียนมา

   ๏ รักหนึ่งเพียงใจเดียวนั้นมีอยู่
แต่หลายคู่รักต่างมีปัญหา
เกิดรักซ้อนลึกล้ำ ธรรมดา
ฤาควรต้องคำครหา ว่าสองใจ ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=Ei1XTuWjoa8&list=RDEi1XTuWjoa8&start_radio=1
.




หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: share ที่ 23 กรกฎาคม, 2568, 09:26:03 AM

ร่วมด้วยช่วยกัน ครับ


@ สรรพพืชสัตว์ ตกแต่ง เติมตัวตน
เพียงเพื่อผล ดำรง วงศ์สืบสาน
ฅนพึงตรอง มองกระจ่าง กระทำการ
"หน้าที่"หาญ ชาญเพื่อ ผองผู้ฅน








หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 27 กรกฎาคม, 2568, 10:24:01 PM
ความคิดเร็วกว่าการกระพริบตา และ ความคิดดีนั้นช้า กว่าความคิดเลว..

๏ ดอกไผ่ร่วงต้นตายมลายสิ้น
เหลือเมล็ดร่วงลงดินงอกมาใหม่
สืบทายาทบนโลกอยู่ต่อไป
เกิดเป็นลำขึ้นใหม่ ไผ่ตลอดกาล

๏ เหมือนกับคนความดีไม่สูญหาย
แม้ตัวตายคนเขายังกล่าวขาน
ถึงความดีไปชั่วกาลนาน
มีเกียรติทั้งวงศ์วานว่านเครือเอย ๚ะ๛


ความเชื่อบินมาถึงหน้าต่าง
เหตุผลทุกอย่าง ก็โดดออกประตูหลัง

๏ เพราะคนเรานั้นเลือกที่จะเชื่อ
ตามใจเอื้ออวยในสิ่งที่ชอบ
เลือกที่จะศรัทธาไม่มีกรอบ
แล้วก็หอบความเชื่ออยู่เหนือคน

๏ เหตุผลเก็บหลบในเอาไว้ก่อน
ใครมาย้อนจะแย้งทุกแห่งหน
ความเชื่อและศรัทธาในใจตน
ย่อมเหนือกว่าเหตุผลทุกคนเอย ๚ะ๛


สนามไหนก็ไม่เศร้า ถ้าเรามีโอกาสเล่น..

๏ ตัวสำรองเชลซีหรือผีแดง
โอกาสมีได้ลงแข่งในสนาม
ได้เล่นให้คนดูชั่วครู่ชั่วยาม
ย่อมสบความพอใจ อยู่ในที

๏ แต่ถ้าเป็นตัวสำรองเรื่องความรัก
ต้องรู้จักอดกลั้นรอวันที่
สนามรักพร้อมสิ้นด้วยยินดี
รักจึงมีโอกาสไม่พลาดเอย ๚ะ๛


ความสำเร็จใน ชีวิตลูกผู้ชาย มักมีผู้หญิงร่วมด้วยเสมอ..

๏ ก่อนแต่งงานเป็นปลาไหลใส่สเกต
เก่งสำเร็จวิชาเหมือนขุนแผน
ทั้งสาวแก่แม่ม่ายไม่ขาดแคลน
ในอ้อมแขนโอบนางมิห่างกาย

๏ หลังแต่งงานเหมือนปลาไหลโดนใบข่อย
เมียไม่ปล่อยความลื่นถูกกลืนหาย
ขืนปราดเปรียวทำทะลึ่งอาจถึงตาย
ส่วนมากเป็นกับผู้ชายทุกนายเอย ๚ะ๛


     *ซ่อนกลิ่น*

     ๏ ลมแผ่วพัดโชยมาน้ำตาไหล
ล้างความเหงาในใจอยากให้หมด
ซ่อนเอาไว้ความฝันอันรันทด
กลายเป็นคนเก็บกดหมดอารมณ์

     ๏ กลิ่นความรักซ่อนซ้อนแต่นอนเฉย
ของเคยเคย เคยชื่นกลัวขื่นขม
มีความหอมดอกซ่อนกลิ่นลอยตามลม
เย้ายวนให้ชื่นชม ต้องข่มเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=wqJsZYibWcI&list=RDwqJsZYibWcI&start_radio=1







หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 01 สิงหาคม, 2568, 10:24:02 PM
นึกว่าจะส่งเรื่องราวลงเว็บได้เรื่อยๆ ปรากฏว่า กดส่งแล้วหายเหมือนเดิม ต้องออกไปล็อคอินเข้ามาใหม่ ระบบคงยังไม่เสถียรเท่าไหร่ แต่ก็ดีขึ้น..

เกาเหลาเนื้อเปื่อย ย่อมเป็นสหายที่ดีกับฟันปลอม ฉันท์ใด..
หัวใจที่เคยผ่านสนามสงครามรัก ย่อมรู้จักความเจ็บปวด..


๏ ชีวิตมีเรื่องราวเก็บเอาไว้
เป็นขยะกองใหญ่สุมใจเศร้า
ถ้าเป็นส่วนสดชื่นพอทำเนา
แต่ความหลังเรื่องเก่าช่างร้าวราน

๏ มีใครอยากเสียใจร้องไห้เล่น
ย่อมอยากเป็นที่รักสมัครสมาน
มีรอยยิ้มพร่ำเพ้อทะเยอทะยาน
ความสุขใครก็ต้องการนานนานเอย ๚ะ๛


ก้อนเนื้อหัวใจ ไม่ใหญ่กว่าสมอง..
ถ้าจะรักก็ต้องลอง เชื่อสมองหรือหัวใจ..

๏ ถ้าหัวใจเป็นลิ้นชักเก็บสิ่งของ
สิ่งที่กองเกลื่อนกลาดคือบาดแผล
ทั้งสี่ห้องต้องการคนดูแล
กับใจที่แน่วแน่เทคแคร์กัน

๏ ที่กองเกลื่อนอยู่ในใจซ่อมใหม่หมด
หลายบาดแผลปรากฏแล้วหมดฝัน
ถ้ามีคนเสน่หาร่วมฝ่าฟัน
ไม่กี่วันคงหายไม่ตายเอย ๚ะ๛


ธรรมชาติให้ความเท่าเทียมกับทุกชีวิตที่เกิดมาบนโลก..
ทำไมคนมาอุปโลกน์แยกให้แตกต่าง..


๏ ฟ้ามีขอบครอบคลุมโลกใบใหญ่
มีเรื่องราวซุกซ่อนไว้ใต้แผ่นฟ้า
ทั้งความทุกข์สุขใจต่างต่างนานา
อยู่ในหล้ามิต่างโรงละคร

๏ ผู้แสดงมากมายหลายเชื้อชาติ
ดีชั่วมีเกลื่อนกลาดแลสลอน
เกิดแก่เจ็บตายกินอยู่หลับนอน
ทุกขั้นตอนไม่ต่างเป็นทางเอย ๚ะ๛


ถ้ารู้จักขอ คงต้องเพิ่มความพยายามในการทำ..

๏ อยากให้เธอได้ยินเสียงหัวใจฉัน
บอกว่าเรามีกันอยู่เสมอ
คนละฟากฝั่งฟ้าหวังมาเจอ
เคียงข้างเธอมีสุข ชั่วกาลนาน

๏ ความหวังอาจจะมีเพียงน้อยนิด
แต่ก็คิดอยากให้มีปาฏิหาริย์
ก่อนหลับตาทุกคืนคอยบนบาน
หวังว่าฟ้าจะประทานหนทางเอย ๚ะ๛


         *หมอนผีเสื้อ*

    ๏ เมื่อรักมีเรื่องราวต่างเล่าขาน
โมเดลเศร้าหรือหวานต้องการสื่อ
บทเรียนรักต่างคำที่ร่ำลือ
ไร้รูปแบบยึดถือได้จริงจัง

    ๏ เหมือนเจ้าหนอนตอนตายสุดท้ายเศร้า
มันเก็บเอาร่างเหลือทั้งเนื้อหนัง
เป็นปุ๋ยเลี้ยงดอกไม้ตายก็ยัง
รักและหวัง ดีให้จนตายเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=9TwXzY9b8AM&list=RD9TwXzY9b8AM&start_radio=1


หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 06 สิงหาคม, 2568, 09:34:18 PM
อยู่กับความซ้ำซาก มันยากกว่าการลืม..

๏ ถ้าถามว่าเข็ดไหมเรื่องความรัก
เคยมีความทุกข์หนักกับรักไหม
ตอบจริงจริงเรื่องเข็ดมิสนใจ
ขอเพียงมีรักไว้ หัวใจพอง

๏ เมื่อแผลหายก็ไม่กลัว ความเจ็บปวด
แม้แผลเก่าโดนหวดปวดซ้ำสอง
ยังคิดหาคู่กายที่หมายปอง
เรื่องเจ็บไม่เคยร้อง รับรองเอย ๚ะ๛


อย่าทำตัวเป็นฟืน สุมฝืนหัวใจใคร..

๏ แล้วที่สุดเธอก็ได้ไปจากอก
ยื่นนรกให้กันมันดีหรือ
เคยผูกพันมั่นรักจนร่ำลือ
กลับปล่อยมือทิ้งใจจนไกลกัน

๏ ความรู้สึกที่จบมันก็เจ็บ
ฟื้นฝอยหาตะเข็บ ยิ่งเจ็บมหันต์
แม้อยากลืม สักนาทีไม่มีวัน
แค่เธอเดินไปจากฉันจบฝันเอย ๚ะ๛


อ่อนล้ามากแล้ว แต่อ่อนแอให้เธอเห็นไม่ได้..

๏ อย่าให้ความคิดถึงเดินทางบ่อย
คนเรื่องมากที่คอยใจน้อยเก่ง
อ้อมกอดว่างเงียบงันเลยหวั่นเกรง
ขอครื้นเครงกับชีวิตสักนิดนึง

๏ ให้เห็นอยู่ในอ้อมแขนเลยดีกว่า
ขยันมาคอยส่งความคิดถึง
เอาตัวมาแนบสนิทให้ติดตรึง
ไม่ต้องส่งความซาบซึ้งคิดถึงเอย ๚ะ๛


ชีวิตที่ผิดพลาด ควรเปลี่ยนเป็นประกาศแห่งความสำเร็จ..

๏ เงารุ้งในน้ำครำที่ดำด้าน
ถ้าดักดานจับจ้องเพื่อมองหา
เปล่าประโยชน์ทุ่มเทเสียเวลา
นอนหลับพักสายตาดีกว่ามอง
.
๏ เพราะเงาในน้ำครำสีดำเหม็น
ย่อมไม่เห็น เป็นภาพตอบสนอง
คล้ายคนหลงสร้างกรรมใจลำพอง
ความชั่วร้ายก่ายกองยังมองเอย ๚ะ๛

      *หิ่งห้อยกับตะวัน*


    ๏ หิ่งห้อยในค่ำคืนที่มืดมิด
มีเพียงแสงกระจิริดฤาสว่าง
หาญสู้ดาวบนฟ้าไม่มีทาง
และยิ่งห่างพระอาทิตย์ตอนกลางวัน

    ๏ ถ้าความรักเทียบกับแสงหิ่งห้อย
โอกาสน้อยควรตื่นจากความฝัน
สู้ไม่ได้ทุกอย่างหนทางตัน
คิดฝ่าฟัน ขัดขืนอย่าฝืนเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=6aTbz_qVRKo&list=RD6aTbz_qVRKo&start_radio=1
.



หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 11 สิงหาคม, 2568, 10:31:10 PM

ถ้าเปลี่ยนใจและคำพูดไปมา คุณค่าจะหาตรงไหน..

๏ เงารุ้งในน้ำครำมองด้อยค่า
เพ่งสายตามองไปแทบไม่เห็น
แต่ก็คือสายรุ้งอย่างที่เป็น
มองจริงหรือมองเล่นก็เป็นไป

๏ แม้ตกลงในที่ลดคุณค่า.
สำหรับคนมีปัญญาไม่หวั่นไหว
ยอมทำตัวตั้งรับและปรับใจ
ทองแท้ไม่กลัวไฟ เผาไหม้เอย ๚ะ๛

.
โลกของความรัก..เหมือนโรคระบาดที่ขาดวัคซีน

๏ เพราะตัวเหงามันเหมือนกับเชื้อโรค
มีพาหะเป็นตัวโศกบนโลกเศร้า
อาการแพ้เงียบขรึมและซึมเซา
หวังทุเลาจะให้ดีอยู่ที่ยา

๏ แต่ยาดีผีบอกหลอกไปเรื่อย
ต้มกันเปื่อยด้วยกระษัยเสน่หา
เสียใจบ่อยจนชักจะชินชา
จนมีใครหลงเข้ามารู้ท่าเอย ๚ะ๛


มีดีจะอวด ต้องมั่นใจว่า..ที่อวดนั้นของดี

๏ แค่ที่เห็นบางเสี้ยวน่าเสียวไส้
โถแม่คุณใส่มิใส่ตรงไหนต่าง
ทั้งเว้าหลังแหว่งหน้าผ้าก็บาง
รู้จักปิดเสียบ้างหรือนางโชว์

๏ สงสารสายตาหนุ่มหนุ่มที่รุ่มรัก
คงเบิ่งตาจนทะลักเจ็บอักโข
ดีดแต่นิ้วเป่าปากร้องโอ้โฮ
ได้แต่โอ่แล้วอดรันทดเอย ๚ะ๛


ความรักไม่เป็นเส้นตรง ขอแค่ความมั่นคงอย่าเป็นเส้นขนาน

๏ ทุกคนอยากมีหัวใจที่อบอุ่น
แต่ทุกคนมีทุนอยู่แค่ไหน
หรือเมื่อพบรู้จักมอบรักไป
แล้วเตรียมใจเบิกบานสำราญตน

๏ ให้ความรักย่อมได้ความรักตอบ
แต่ยังไม่ใช่กรอบที่ตอบผล
ความผูกพันที่แตกต่างระหว่างคน
อาจผจญผลลัพธ์คับใจเอย ๚ะ๛


       *มดในแก้วน้ำ*

     ๏ ถ้ารักดั่ง น้ำแก้วหนึ่งมีมดร่วง
เกิดตะขิดตะขวงดื่มไม่ได้
ต้องเทน้ำจากแก้วทิ้งทั้งใบ
   ถ้าเป็นรักทำยังไง หรือทิ้งเลย

    ๏ คนรักกันบางทีเรื่องเล็กน้อย
ควรเรียงร้อยถ้อยคำพร่ำเฉลย
ใช้รอยยิ้มเหตุผลคนคุ้นเคย
   ค่อยค่อยเอ่ย หาทางออกแล้วบอกกัน ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=SHHjKNWgkv8&list=RDSHHjKNWgkv8&start_radio=1
.



หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 16 สิงหาคม, 2568, 10:36:20 PM
คำว่าสงคราม ล้วนต่างเสียหายด้วยกันทุกฝ่าย..

๏ อย่าทำให้น้ำลายเป็นน้ำมัน
พ่นใส่เติมไฟกันมันยิ่งร้อน
สงครามปากต่างฝ่ายต่างเปียกปอน
ได้แต่ความรุ่มร้อนควรถอนตัว

๏ แค่คำพูดเจ็บลมไม่สมค่า
เสียเวลาสนใจให้ปวดหัว
เมาน้ำลายแล้วบ้าดูน่ากลัว
อย่าโง่เขลาเมามัวลดตัวเอย ๚ะ๛


เวลา ฆ่าความทรงจำไม่ตาย..สุรา ฆ่าความทรงจำตายชั่วครู่
อำลา ฆ่าฉันตาย แต่ความทรงจำทั้งชีวิตไม่ตาย

๏ เริ่มหมดมุกเขียนกลอนต้องนอนเปล่า
หมดเรื่องเล่าแล้วลามสิ้นความฝัน
เรื่องที่คิดต้องทำทุกทุกวัน
สาระพันล้ำลึกต้องตรึกตรอง

๏ แล้วก็รู้เขียนไปไร้ประโยชน์
เป็นได้แค่ของโปรดมิอิ่มท้อง
ไม่สามารถจำเริญเป็นเงินทอง
ตอบสนองแค่อารมณ์นิยมเอย ๚ะ๛


เก็บของเก่า ได้มาแต่ความทรงจำที่ผ่านมา..

๏ เห็นใบหน้าซีดเซียวบางเสี้ยวหมอง
ทอดสายตาคอยมองนั่งร้องไห้
คิดจะถามเจ้านั่งคอยผู้ใด
เหตุไฉนทำเหมือนสิ้นวิญญาณ

๏ บอกกับพี่ใครทำเจ้าช้ำชอก
ใครมาหลอกเจ้าลงมิสงสาร
อย่าร้องไห้คร่ำครวญทรมาน
สิ่งที่ผ่านอย่าห่วงใยทิ้งไปเอย ๚ะ๛


เปลือกคนมีไม่น้อย เปลือกหอยยังน้อยกว่า..

๏ เรื่องเลวเลวพูดให้ดีนั้นมีอยู่
หน้าไหว้หลังหลอกรู้ แต่อยู่เฉย
เรื่องไม่ใช่ของตน คนละเลย
แม้จะเอ่ย ช่วยขัดยังตัดรอน

๏ คนสับปลับมุสามายาภาพ
คนมากมายยังกราบไหว้สลอน
พฤติกรรมทำต่างเป็นบางตอน
แต่ซับซ่อนความเห็นแก่ตัวเอย ๚ะ๛


        *คนไม่สำคัญ*

    ๏ ถ้าไม่ใช่คนโปรดอยู่ตรงหน้า
ดูเหมือนว่ามองยังไงก็ไม่เห็น
ส่งสายตาชวนฝันเช้ายันเย็น
    ก็ไม่เป็นที่ยอมรับ สำหรับเธอ

   ๏ แต่ยังวางหัวใจเฝ้าใฝ่ฝัน
ถึงไม่ใช่คนสำคัญห่วงเสมอ
เพียงสักครั้งหวังไว้จะได้เจอ
   ให้เธอเผลอมองมาสักนาที ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=yEbv0QiI1Ns&list=RDyEbv0QiI1Ns&start_radio=1
.


หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: Msp. ที่ 17 สิงหาคม, 2568, 10:44:16 AM
ล็อคอินเข้าระบบหนึ่งครั้ง ส่งเรื่องราวเข้าเพจได้ครั้งเดียว..
ถ้าจะกดส่งข้อมูลเพิ่ม อาจต้องออกจากระบบก่อน แล้วเข้าระบบใหม่เพื่อทำการ..(ท่านผู้เฒ่า..โง่งม)


หมายถึง พอโพส 1 สำนวนแล้ว หรือ 1 เรื่องโพสต์ไปแล้วต้อง login เข้ามาเพื่อโพสต์ใหม่หรอคะ

ของมะสะแปร์เข้าเป็นปกติอยู่นะคะ สามารถโพสต์หลายกระทู้ต่อเนื่องได้ :24:


หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: Msp. ที่ 17 สิงหาคม, 2568, 10:55:02 AM

ใบขนุนหมุนวนหล่นใต้ต้น
 มดเดินวนต้นขนุนวุ่นวายใหญ่
ลมพลิ้วพัดเริ่มแรงกวัดแกว่งใบ
หลบกองไฟไปทางอย่างมั่นคง

เจอขอนไม้ขวางทางต่างเดินหลบ
อ้อมทำนบหลบไปไม่ยักหลง
เดินเรียงแถวตามกันอย่างบรรจง
สู่ทางตรงพุ่มรังยังต้นแค

masapaer



เห็นมดเขียนมดค่ะ :21:



หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 21 สิงหาคม, 2568, 09:44:26 PM

คุณ masapaer ล็อคอินแล้ว สามารถกดส่งทุกอย่างลงเว็บได้ครั้งเดียว ทีเดียว รวมทั้งกดเยี่ยมชมกลอนของเพื่อนสมาชิกด้วย ถ้าจะทำซ้ำ ต้องออกจากระบบแล้วล็อคอินเข้ามาใหม่ แต่นานๆครั้ง สามารถใช้ต่อเนื่องกดเยี่ยมชมได้สามสี่ครั้ง แล้วก็ไม่ได้เช่นเดิม แต่ชินแล้วครับเพราะเป็นมานานแล้ว ขอบคุณครับที่เขียนกลอนมาเยี่ยมเยียน

ไม่ยิ้ม ไม่พูด ไม่ใช่ไม่คิด..เพราะชีวิตมีวันพรุ่งนี้..

๏ ช่วยไม่ได้ พูดไม่ได้ ละอายหน้า
ก็เหมือนขาดคุณค่าหมดทุกอย่าง
เมื่อชีวิตรันทดสิ้นหนทาง
ต้องจำห่างถนอมถ้อยน่าน้อยใจ

๏ มีแต่เสียงหัวใจที่ยังก้อง
ทุกห้วงห้องฟังเศร้าไม่เอาไหน
ทำสับสนวุ่นวายอยู่ภายใน
ช่วยเหลือเธอไม่ได้ห่วงใยเอย ๚ะ๛


เสียก็ซ่อม ล้มก็ลุก จงมีความสุขกับบาดแผล..

๏ ถ้าชีวิตมันแย่ต้องแก้ไข
รั่วพังผุตรงไหนจัดการซ่อม
ยังไม่ดีมีค่าเราอย่ายอม
หยดน้ำตาต้องถนอมไม่ยอมพลี

๏ อาจไม่ดีที่สุดอย่างใจคิด
ถ้าทางเดินของชีวิตไม่อาจหนี
ต้องยกเครื่องแก้ไขทำให้ดี
พบและมีความมั่นใจก้าวไปเอย..๚ะ๛


บางทีทางเลือก จบ..ก็ดีกว่า เจ็บ..

๏ ชีวิตต้องหายใจใช้เครื่องช่วย
รบกวนด้วยช่วยถอดแล้วกอดฉัน
ครั้งสุดท้ายก่อนต้องลาจากกัน
หยุดภาระผูกพันฉันเข้าใจ

๏ จบให้ลงตรงที่มีกันอยู่
เราต่างรู้เกินกำลังจะรับไหว
เธอต้องมีหนทางเดินต่อไป
อย่าให้ฉันล่ามเธอไว้ ก้าวไปเอย ๚ะ๛


เรียนให้จบหลักสูตร ต้องศึกษาจนชีวิตจบไปด้วย

๏ เจอคนที่เก่งกว่าต้องเรียนรู้
เก่งพอกันศึกษาดู และแลกเปลี่ยน
เจอคนที่ด้อยกว่าให้เขาเรียน
เก็บข้อด้อยเขามาเวียนเรียนรู้กัน

๏ ศึกษาคนจากสิ่งที่มองเห็น
แยกแยะเป็นช่องทางเพื่อสร้างสรรค์
คิดแบบโลกยุคเก่าไม่เท่าทัน
ทุกทุกวันต้องเรียนรู้เพื่ออยู่เอย ๚ะ๛

        *คนดีคนโง่*

    ๏ ทุกคำพูดบอกดีฉันมีค่า
จำนรรจาไพเราะเสนาะหู
ฉันเชื่อคำกล่าวอ้างที่พรั่งพรู
เป็นคนดีที่อยู่เคียงข้างเธอ

    ๏ เวลาผ่านหัวใจเริ่มไกลห่าง
ภาพที่เห็นแตกต่างคำเสนอ
ฉันกลายเป็นคนโง่ที่มาเจอ
ปลาบปลื้มคำเพ้อเจ้อของเธอเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=7wq8EL7AiUY&list=RD7wq8EL7AiUY&start_radio=1
.



หัวข้อ: Re: กลอนหนึ่งตำลึง
เริ่มหัวข้อโดย: ผู้เฒ่า..โง่งม ที่ 26 สิงหาคม, 2568, 11:06:33 PM
เมาเหล้า เมารัก พักได้
เมาอารมณ์ เมาใจ ตายได้

๏ เมาอะไรก็ไม่ดีเลยสักอย่าง
สู้สมองแจ่มกระจ่างสว่างไสว
มีสติตรึกตรองสมองไว
เมื่อเมาจะทำให้ลืมความดี

๏ เมาเหล้าเมากัญชาเมายาฝิ่น
จะเสียสิ้นสูญศักดิ์ไม่รักศรี
ได้ความสุขตอนเมานับนาที
อาจพบทุกข์นานปีไม่ดีเอย ๚ะ๛ ๔/๖/๖๕


ร้อยละเท่าไหร่ ที่เป็นนักการเมืองแล้วจน..

๏ นักการเมืองหาดีทำยายาก
ส่วนใหญ่อยากมีอำนาจวาสนา
กอบโกยผลประโยชน์ต่างต่างนานา
แล้วแบ่งเศษเงินมา ซื้อเสียงต่อไป

๏ เลือกตั้งใหม่ยังชั่วก็ตัวเก่า
คนเลือกต่างโง่เง่ามิเอาไหน
เห็นเศษเงินเศษคำคือน้ำใจ
เลือกมันกลับมาใหม่เพราะใครเอย ๚ะ๛


บางสิ่งที่เบื่อหน่าย แต่เลี่ยงไม่ได้ก็ต้องทำ..

๏ เขียนกลอนออกนอกกรอบเรื่องความรัก
เพราะอยากพัก เหนื่อยที่ต้องนึกถึง
แต่เหมือนมีวิญญาณคอยฉุดดึง
เอาหัวใจมาขึงรองน้ำตา

๏ ต้องอดทนขัดขืนสุดขื่นขม
สร้างอารมณ์ ในเล่ห์เสน่หา
นานเท่าไรจะสมเจตนา
ทิ้งปากกาเลิกเขียนรักหยุดพักเอย ๚ะ๛


อย่าให้ความต้องการ มีมากกว่าความเป็นไปได้..

๏ เป็นแขกรดน้ำสังข์มาตั้งเยอะ
แต่มิอาจสะเออะเป็นเจ้าบ่าว
ได้รับเกียรติยั่งยืนและยืดยาว
ให้นอนหนาวเดียวดายตลอดมา

๏ ห้วงโหยหาแห้งเหี่ยวให้หงุดหงิด
เรื่องน้ำสังข์ไร้สิทธิ์คิดสรรหา
อยากเห็นคนรดน้ำให้สักครา
รดน้ำศพดูท่า ง่ายกว่าเอย ๚ะ๛


   *นาฬิกาเรือนเก่า*

    ๏ ความรักเมื่อวันวานมีคุณค่า
เราหยุดนาฬิกาอยู่ตรงนั้น
โลกหยุดหมุนทุกทีที่มีกัน
เก็บรักษาความผูกพันนิรันดร

   ๏ แม้เวลาผ่านไปต้องไกลห่าง
เก็บเรื่องราวทุกอย่างเป็นอนุสรณ์
ยังคงรอกาลเวลาอย่างอาวรณ์
กลับมาตอน นาฬิกาเก่า ของเราเอย ๚ะ๛

https://www.youtube.com/watch?v=W_NT7IaK9V0&list=RDW_NT7IaK9V0&start_radio=1
.