เว็บไซต์อารมณ์กลอน เว็บไซต์สำหรับผู้มีกลอนในหัวใจ..

บทกลอนไพเราะ => กลอนคิดถึง => ข้อความที่เริ่มโดย: โซ...เซอะเซอ ที่ 25 กุมภาพันธ์, 2559, 07:06:47 AM



หัวข้อ: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: โซ...เซอะเซอ ที่ 25 กุมภาพันธ์, 2559, 07:06:47 AM

...ลำนำเพลงลา...(ใช่ลาจาก)

(http://upic.me/i/w2/8f5b07761a1433b0cbe7d878667a1a20_resized.jpg) (http://upic.me/show/57947319)

หนึ่งคน ด้นดั้น ตะบันหา
จิตวิญญาณ์ พาพบ สบสันต์
เพ่งพิศ คิดหวน กระบวนครัน
สิ่งพลัน สรรค์สุข ทุกข์มลาย

ท่องเที่ยว เลี้ยวเลน ตระเวนแพ่ง
หลากแหล่ง แห่งหน กมลหมาย
อิงแอบ แนบพัก พำนักกาย
ระบาย คลายรุ่ม ที่สุมใน

ชะตา พาพัด กระหวัดทบ
ประสบ พบที่ ฤดีใส
มิ่งมิตร ลิขิตกลอน หย่อนใจ
ขานไข ร่ายรำ ระบำกานท์

รื่นรมย์ ชมพจน์ รสวลี
หลากมี ออดอ้อน และอ่อนหวาน
ครื้นเครง เพลงบท พจมาน
ประสาน ขานล้อ ร่วมต่อกลอน

บ้างร่ำ คร่ำครา ชะตาโชค
วิโยค โศกรัก มิพักถอน
ชี้แนะ กระแซะหวน ทวนวอน
ยอกย้อน ซ่อนคม คารมคำ

หากที่ มิเผย เฉลยตัว
รูปมัว หลัวล่ำ ฤดำขำ
จากแห่ง แหล่งไหน มิใคร่จำ
ร่ายร่ำ กานท์เพลิน ก็เกินพอ

ปกชิด ปิดบัง ใช่หวังร้าย
แฝงข่าย กายเร้น ที่เว้นขอ
อคติ มิบัง รั้งรอ
หนึ่งหน่อ เพียงบท พจน์ขจร

วจี นี้แม้ แค่ลิขิต
ล่วงคิด พิศเกิน เดินอักษร
จักเห็น เด่นชัด มิตัดตอน
ซอกซอน ซ่อนจิต จริตคน

รูปกาย ภายนอก มิบอกกล่าว
เรื่องราว ลี้ลับ อันสับสน
สิ่งซ้อน อ่อนไหว ในกมล
ฤท้น หม่นไหม้ ในฤดี

รวยล้น จนยาก ฤหลากเหลือ
ชาติเชื้อ เนื้อหน่อ ละออศรี
ร่วมเคียง เรียงรจน์ พจน์พจี
เป็นกวี พี่น้อง ผองพงศ์

ลำนำ ร่ำลา ส่งมาฝาก
จำพราก จากไป ไป่ประสงค์
การกิจ ติดขัด มิปัดลง
จำคง ต้องให้ ใช้เวลา

แม้กาล ผ่านไป ฤทัยเหมือน
มิเลือน เตือนใจ ให้รักษา
บทกลอน อ่อนไหว ในอุรา
นำพา ชีวิต  นิจนิรันดร์..

(http://upic.me/i/hw/dawn_tree.jpg) (http://upic.me/show/43418494)

...เพียงแค่ได้แต่งบทกลอน ใจฉันก็พลันมีสุข
หากมีผู้ได้พบ อ่านแล้วไซร้ ใจฉันคงปลาบปลื้ม
และหากมีผู้ที่เข้าใจถึงสิ่งที่ฉันพยายามจะสื่อ ฉันคงจะตายตาหลับ...

...I have a pleasure just writing a poem.
If someone has read it, it would bring me joy.
And if anyone at all would understand what I try to convey, I would die in peace....

ด้วยความเคารพ
Soul Searcher
Inspired to write 24/2/2016


ป.ล. เนื่องจากมีภาระกิจมากขึ้นอาจไม่มีเวลา
เข้ามาสนทนากลอนกับเพื่อนๆได้เหมือนก่อน
แต่จะพยายามหาเวลาแวะ มาเยี่ยมเยียนครับ

ขอกราบขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ให้โอกาส
ได้ฝึกหัดแต่งกลอน รวมทั้งให้ความรู้และคำแนะนำครับ

แม้เวลาอันน้อยนิดที่ได้ร่วมสนทนากลอนกัน
ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า
และขอขอบคุณเพื่อนนักกลอนทุกท่านสำหรับมิตรภาพ
และจะคอยติดตามอ่านผลงานครับ...

(http://upic.me/i/ge/s915-2.jpg) (http://upic.me/show/57819242)








หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 25 กุมภาพันธ์, 2559, 08:48:29 AM
(http://upic.me/i/6l/oca22.jpg) (http://upic.me/show/57948383)

เมื่อได้อ่านลำนำทำเศร้านัก
เริ่มประจักษ์ลึกซึ้งถึงคำสอน
ว่าพบมาเพื่อพรากลาจากจร
ทิ้งสุนทรกล่าวเผยเฉลยนัย

พิสุทธิ์เพียงจิตรับสำทับทบ
เปรยปรารภบทกมลคนสดใส
พิสุทธิ์เพียงวิญญาณล้ำฉ่ำชื่นใจ
อุราใดก็มิเท่าเจ้า “วิญญาณ”

ฉันมิเคยรับได้เมื่อใครจาก
จึงคิดอยากชื่นตนพ้นสถาน
ละเลงเพียงพื้นคำทรงจำกาล
อีกติดตามฝันเนิ่นนานรอวันพบ

พอร่มรื่นชื่นใจเมื่อได้เพื่อน
บางครั้งเปื้อนเรื้อนคำจำบรรจบ
อาจลุล่วงเลยวัยไม่เคารพ
ขอน้อมนบขมาพี่ตรงที่ยล

ร่วมปันฝันเรียงร้อยถ้อยวิจิตร
นำลิขิตมาวางมิสร้างผล
อันความรักในฤทัยใช่บุคคล
มิควรรักตัวตนคนกวี

รักเพียงร่ายลำนำเป็นกานท์เพื่อน
มาร่วมเยือนสุขทุกข์สนุกศรี
หากแต่คิดเกินไปไม่พอดี
คำจะเปลี่ยนวจีปรับมุมมอง

ขอให้หาวิญญาณด้วยความสวย
ทางบวกด้วยคู่ไปไม่เป็นสอง
หากงานมากยืนยงดำรงตรอง
สบสนองเมื่อใดได้พบกัน

ฉันเกลียดทุกสิ่งเห็นที่เป็นรัก
น้ำตาชักหลั่งในให้หุนหัน
เกลียดจากพรากวุ่นวายทั้งหลายอนันต์
สุดจะกลั้นความรู้สึกลึกอารมณ์

หากวันนี้พระธรรมนำบรรลุ
ร้าวปะทุข้างในคงไม่สม
เพื่อนมาล่ำลาจากมากระทม
มันตรอมตรมสังเวชทุเรศใจ

จากกันขออย่าจากพรากเลยหาย
วันใดหมายรื่นกมลพึงค้นใหม่
“จิตวิญญาณค้นหา” อย่าลาไกล
ขอท่านได้พบดังจิตพินิจคอย

สิริวตี



The most of important that is in the Soul, not person.



ขอบพระคุณท่าน Soul ที่เข้ามาทักทายเยี่ยมเยือนและสร้างความบันเทิงใจในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต หากสะดวกเมื่อไรอย่าลืมแวะมาทักทายกันอีกนะคะ ที่นี่ยินดีต้อนรับทุกคน มิได้เลือกเชื้อชาติ ฐานะ หรือวรรณะใด
ขอให้มีความสุขกับการสร้างสรรค์ผลงานนะคะ.....

ฝากเพลงนี้ไว้ให้แทนความเป็นเพื่อนด้วยคน ฟังเพลงหวานๆจิตใจจะแช่มชื่น...ทำตนให้เหมือนคนมีความรักทุกวัน ก็จะมีความสุขทุกวันค่ะ ^^



yfPLh_6ckzI



หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 27 กุมภาพันธ์, 2559, 09:37:52 PM
มาทิ้งกลอนอำลาว่าลาจาก
เพื่อนคิดมากระทมร้าวจมถอย
วันหลังเอื้อนขานวางมิว่างจอย (joy)
จะคิดน้อยกว่านี้นี่เรื่องจริง

สิริวตี


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: โซ...เซอะเซอ ที่ 27 มิถุนายน, 2559, 07:20:12 AM


ปิดฉาก

(http://upic.me/i/j0/2images.jpeg) (http://upic.me/show/58775782)


ชีวิตเหมือนบทกลอนละครโศก
ผ่านวิโยคยั่นคร้ามตามยถา
พบเพื่อปลูกฝังจำแล้วอำลา
เมื่อถึงคราหมุนเวียนเปลี่ยนกระบวน

หากคงมีดวงจิตให้คิดถึง
แม้ร้าวรึงตรึงติดพินิจหวน
ทุกเพลาลมพัดกระหวัดทวน
ให้ใจครวญถึงวันอันเบิกบาน

อาจเพียงกลอนบทนี้ที่มีมอบ
เป็นการตอบแทนมิตรลิขิตขาน
หากทรงจำล้ำค่าตราดวงมาน
ตราบยืนนานมิเคลื่อนเลือนลับจาง

♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡♡

ยามเจ้าคิดถึงพี่พี่จักรู้
พี่จักคอยแลดูอยู่ไม่ห่าง
ยามเจ้าเหนื่อยท้อแท้แลอ้างว้าง
บนโลกกว้างแห่งนี้มีเยื่อใย

จากพี่ชายคนนี้ที่ซึ้งค่า
ด้วยอุราอาทรอันอ่อนไหว
จากสุดหล้าฟ้าผินแผ่นดินไกล
จงอย่าได้หมองเศร้าเหงากมล

ฝากอักษรแทนใจใส่ความรัก
จารประจักษ์แนบกายมิหายหน
หลอมสลักปักในฤทัยยล
บันดาลดลคงมั่นนิรันดร์กาล

ด้วยความเคารพ
Soul Searcher
Inspired to write 26/6/2016



(http://upic.me/i/kg/images-1.jpeg) (http://upic.me/show/58775786)


...ขอขอบพระคุณภาพจากอินเตอร์เนท






หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 27 มิถุนายน, 2559, 01:25:30 PM
คือหัวใจดวงเดียวหมายเกี่ยวคล้อง
ขอจับจองจิตไว้ด้วยใจหาญ
จะร่อนเร่หนไหนในจักรวาล
จะขอไปเบิกบานอยู่ข้างเคียง

เพียงลำนำเพลงโศกวิโยคเศร้า
จากคนเหงาคนไกลไม่ทุ่มเถียง
รักจากน้องผ่องผุดพิสุทธิ์เพียง
เริ่มร่ายเรียงรินรดจนหมดใจ

แรกชี้ชักเชิญชวนมาป่วนปั่น
เนิ่นนานวันพันจิตพิสมัย
คล้ายความฝันกรรมเก่าเข้าหทัย
หมุนเวียนไปเติมติดใคร่คิดครวญ

มิเคยลืมสัญญาก่อนมาพบ
เคยประสบอย่างไรฤทัยหวน
แนบเนานิจนิรันดร์ไว้ไป่เรรวน
ทุกสิ่งล้วนจากใจได้แจ้งจริง

มิเคยมีนาทีไหนไม่คิดถึง
หวังลึกซึ้งซึ่งสุดวิมุติหญิง
ทั้งอุราอาทรที่อ้อนอิง
พอพักพิงเพิ่มพูนจรูญรัก

ยามพี่คิดถึงน้องน้องรับรู้
จะคอยอยู่ตรงนี้ที่ประจักษ์
อย่าได้ลืมสัญญาสามิภักดิ์
ที่ตระหนักคงมั่นนิรันดร

สิริวตี

jo04zl9z4Ac


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: โซ...เซอะเซอ ที่ 16 กันยายน, 2559, 05:41:19 PM


ลำนำลา พาครวญ หวนรำลึก
คล้ายบันทึก ทางใจ ใส่ศิลป์ศร
บทรำพัน วรรณกรรม กล่ำสุนทร
ดุจละคร ชีวิต ลิขิตเรียง


สื่อหัวใจ ใส่อักษร บวรล้ำ
คุณค่าคำ อาจคง แค่ส่งเสียง
หยาดหยดใจ ไหลริน สิ้นสำเนียง
ฤ ผาดเพียง สายธาร ผ่านลับเลย

หากคืนวัน ผันผาย มิกลายกลับ
แสงนวลดับ จากใจ ฤทัยเอ๋ย
คงถึงครา ลาคอน ผ่อนพักเคย
ลมรำเพย เชยหวน เพียงทวนจำ

จารสลัก ปักไว้ ในดวงจิต
ตรึงสถิต อารมณ์ ถึงคมขำ
กับบทกลอน อ่อนไหว ใจระกำ
ให้ดื่มด่ำ ลำนำอาบ ตราบชีพวาย

Soul Searcher
Inspired to write 16/9/2016




หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: ไชยเชษฐ์ ที่ 17 กันยายน, 2559, 04:27:08 PM
ลำนำลาพาใครใครใคร่รำลึก
ดั่งบันทึกทางใจให้ความหมาย
บทรำพันวรรณกรรมพร่ำบรรยาย
ชีวิตคล้ายละครย้อนทบทวน

หากบทกลอนส่งถึงซึ่งคนรัก
จารสลักดวงจิตคงคิดหวน
กำลังใจมีมอบตอบเชิญชวน
คลายคร่ำครวญใครใครใคร่รอคอย

ไชยเชษฐ์


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: กุมภาคม ที่ 19 กันยายน, 2559, 09:26:33 PM
อันลำนำ คำลา ซ่าถึงทรวง
ใจทั้งดวง แสนหน่วง ให้ห่วงหา
พี่จากไป หาได้ หวนกลับมา
หลายปีกว่า นานแล้ว มิแคล้วรอ

กุมภา


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: โซ...เซอะเซอ ที่ 17 ธันวาคม, 2560, 12:36:44 PM

...ก่อนอื่นผมต้องขออภัยทุกท่าน
หากการแต่งโคลงกลอนของผม
ไปกระทบกระเทือนถึงท่าน
ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
เพราะนั่นมิใช่เจตนาของผม
แต่อาจจะเกิดจากความ
คิดไว ปากไว คะนอง(ตามวัย...หึหึ)
ที่มองเพียงต้องการระบาย พัก ผ่อนคลาย
สนุกสนานเฮฮาผ่านการแต่งโคลงกลอน
จึงขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้

สองปีที่ผ่านมาผมได้สนุกกับการเรียนรู้
ในการแต่งโคลงกลอนกาพย์ฉันท์
ร่าย กลบทต่างๆเป็นอย่างมาก
จากที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลย
ก็ต้องขอขอบพระคุณครูบาอาจารย์และ
มิตรสหายทุกท่านที่ได้ให้คำแนะนำมาตลอด
อีกทั้งทางผู้บริหารเวป ที่เปิดโอกาสให้ได้
แสดงออกในหลากหลายรูปแบบโดยมิได้ปิดกั้น

อีกทั้งการมาหัดแต่งโคลงกลอนนี้
ทำให้ผมได้สัมผัสถึง Power of Words
พลังแห่งอักษรและการใช้คำ
ซึ่งถ้าหากผู้สื่อสามารถสื่อสารได้ดี
ก็จะเข้าถึงจิตใจของผู้รับได้อย่างลึกซึ้ง
แต่พลังนี้ก็มีทั้งคุณและโทษ
สามารถทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มคล้อยตาม
สร้างขวัญกำลังใจและความสมัครสมานสามัคคี
แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้าง
ความร้าวฉานบาดหมางในจิตใจที่บาดลึก
มากกว่าบาดแผลทางกายได้เช่นกัน

แม้รู้ว่าจำต้องใช้คำด้วยความระมัดระวัง
แต่ก็ยังผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่เพราะความจงใจ
แต่เกิดปัญหาการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
โดยเฉพาะการเขียนกลอนในเวปลักษณะนี้
ปฏิสัมพันธ์ ที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
แม้ว่าเราจะไม่ได้ต่อกลอนหรือเอ่ยถึงท่านใด
ท่านหนึ่งโดยตรง แต่เราอาจได้แรงบันดาลใจ
บางส่วนหรือบางอย่างจากกลอนของผู้อื่น
ทำให้เราเขียนกลอนขึ้นมา โดยเรื่องของ
“อารมณ์กลอน” เป็นเรื่องอ่อนไหวบอกได้ยาก
เพราะอาจจะแค่เสี้ยวของวรรค หรือหนึ่งคำ
ที่ดลบันดาลใจให้เราเขียนกลอนในขณะนั้นๆ

และสิ่งที่เขียนก็อาจเป็นการรำพึงถึงตัวเอง
หรืออาจเปรยขึ้นมาถึงบุคคลตามจินตนาการ
ที่อาจจะอ้างอิงหรือไม่อ้างอิงกับบุคคลจริง
หรือแค่บางส่วนเพื่อมาใช้ในการสร้าง”อารมณ์กลอน”
แต่อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายว่า
เราหมายถึงเขาหรือเอ่ยถึงใครบางคนโดยเฉพาะ
ซึ่งผมเองก็เคยคิดเช่นนี้และเคยทะเลาะกับเขาไปทั่วเหมือนกัน
ดังนั้นหากโคลงกลอนที่ผมเขียนนี้กระทบถึงท่านผู้ใด
ผมก็ขออภัยดังที่กล่าวข้างต้น

กระทู้ลำนำเพลงลานี้ ผมเขียนลามาหลายรอบแล้ว
แต่ก็มิวายได้หวนกลับมาทุกครั้ง...หึหึ

ครั้งนี้คงมิใช่เป็นการลา หรือต้องการดราม่าอะไร
แต่ที่ผ่านมาการแต่งกลอนนั้นมันเหมือนเป็นส่วนหนึ่ง
ของชีวิตประจำวัน ความคิดมันจะนึกเป็นโคลงกลอน
เองตามสิ่งที่มากระทบหรืออารมณ์ที่มีอยู่ในขณะนั้น
ผมก็จะแต่งตามความรู้สึก
ซึ่งมันจะต้องมีความรู้สึกร่วมกับสิ่งที่เราอยากจะบอก
อยากจะเขียนจึงสามารถแต่งกลอนออกมาได้
แต่ถ้าให้ตั้งหัวข้อแล้วให้แต่ง
มักจะแต่งไม่ค่อยได้ เพราะไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมขึ้นมาได้

มาครั้งนี้ความรู้สึก “อารมณ์กลอน” มันชักจะเริ่มแผ่ว
กลอนที่แต่งก็เริ่มที่จะฝืนๆ วนๆ ซ้ำๆ
แรงกระตุ้นให้แต่งกลอนก็เริ่มเหือดหาย
ผมจึงอยากจะไปลองหาความท้าทายใหม่ๆ

แต่ถ้าหากยังสามารถหาแรงบันดาลใจ
ในการแต่งกลอนได้อยู่ ก็อาจจะยังแวะเวียน
มาแต่งกลอนเกรียนๆป่วนเวปบ้าง
ตามแต่โอกาสเอื้ออำนวยครับ

อย่างไรก็ดีขอขอบคุณสำหรับมิตรภาพ
ที่มีให้กันตลอดมาครับ

ด้วยความเคารพ

Soul Searcher
๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๐

คมคำฉกาจแกล้ว...........ศักดา
คมดั่งเสี้ยมศาสตรา.......เสียดเนื้อ
คมจ้วงจาบวาจา............ยั้งฉุก คิดเฮย
คมซ่อนฝักอะเคื้อ...........ไป่ส้องสำแดง

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~



หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 17 ธันวาคม, 2560, 04:59:16 PM
ยาแรงลืมค่ำเช้า​    ฤๅลุง
หมอส่งมากี่ถุง​       งวดนี้
ลำนำบ่นนังนุง​       งงวุ่น
แอบคิดหวยกินงี้​   หลบเร้นจ่ายตัง

สิริวตี

หวยกินหนีเจ้ามือแน่​ๆอย่ามาๆ​อ้าง


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: จั่นเจา ที่ 17 ธันวาคม, 2560, 05:13:18 PM
(http://upic.me/i/1n/1419600544-a382145478-o.jpg) (http://upic.me/show/61873722)


...ก่อนอื่นผมต้องขออภัยทุกท่าน
หากการแต่งโคลงกลอนของผม
ไปกระทบกระเทือนถึงท่าน
ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม
เพราะนั่นมิใช่เจตนาของผม
แต่อาจจะเกิดจากความ
คิดไว ปากไว คะนอง(ตามวัย...หึหึ)
ที่มองเพียงต้องการระบาย พัก ผ่อนคลาย
สนุกสนานเฮฮาผ่านการแต่งโคลงกลอน
จึงขออภัยทุกท่านมา ณ ที่นี้

ไม่ต้องขออภัยใดใดครับ  ตราบใดที่ยังใช้ภาษาสุภาพ  การแซว จีบ  แหย่  ในเชิงกลอน  ไม่มีอะไรน่าเสียหายใดใดครับ

สองปีที่ผ่านมาผมได้สนุกกับการเรียนรู้
ในการแต่งโคลงกลอนกาพย์ฉันท์
ร่าย กลบทต่างๆเป็นอย่างมาก
จากที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลย
ก็ต้องขอขอบพระคุณครูบาอาจารย์และ
มิตรสหายทุกท่านที่ได้ให้คำแนะนำมาตลอด
อีกทั้งทางผู้บริหารเวป ที่เปิดโอกาสให้ได้
แสดงออกในหลากหลายรูปแบบโดยมิได้ปิดกั้น

เป็นจุดแข็งของเวปนี้ ที่ให้ความเป็นกันเอง และ ให้อิสระ  ในขอบเขตที่สมเหตุสมผลครับ

อีกทั้งการมาหัดแต่งโคลงกลอนนี้
ทำให้ผมได้สัมผัสถึง Power of Words
พลังแห่งอักษรและการใช้คำ
ซึ่งถ้าหากผู้สื่อสามารถสื่อสารได้ดี
ก็จะเข้าถึงจิตใจของผู้รับได้อย่างลึกซึ้ง
แต่พลังนี้ก็มีทั้งคุณและโทษ
สามารถทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มคล้อยตาม
สร้างขวัญกำลังใจและความสมัครสมานสามัคคี
แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้าง
ความร้าวฉานบาดหมางในจิตใจที่บาดลึก
มากกว่าบาดแผลทางกายได้เช่นกัน

พลังของการใช้ถ้อยคำ  จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นกับ  พลังแห่งการรับรู้ และเข้าใจ  ของหัวใจคนฟัง  ซึ่งผมคิดว่า  นักกลอน จะแต่งกลอนได้ เพราะ พื้นฐานมีอารมณ์ที่อ่อนไหว  ซึ่งก็เป็นทั้งข้อดี ที่สามารถใช้ ห้วงอารมณ์นี้ เขียนงานกลอน  แต่ เจ้าอารมณ์อันเดียวกันนี้เองน่ะ  หากมองด้วยเหตุผล  มีหนักมีเบา มีเขามีเรา  แรงไปก็ขอโทษ แล้วจบ  เบาไป  เติมกำลังใจให้กัน  หากคิดแค่นี้   สังคมพี่พี่น้องน้อง ของเราจะสดใสและสวยงามน่ะครับ

แม้รู้ว่าจำต้องใช้คำด้วยความระมัดระวัง
แต่ก็ยังผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่เพราะความจงใจ
แต่เกิดปัญหาการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
โดยเฉพาะการเขียนกลอนในเวปลักษณะนี้
ปฏิสัมพันธ์ ที่เกิดขึ้นกับผู้อื่นเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก
แม้ว่าเราจะไม่ได้ต่อกลอนหรือเอ่ยถึงท่านใด
ท่านหนึ่งโดยตรง แต่เราอาจได้แรงบันดาลใจ
บางส่วนหรือบางอย่างจากกลอนของผู้อื่น
ทำให้เราเขียนกลอนขึ้นมา โดยเรื่องของ
“อารมณ์กลอน” เป็นเรื่องอ่อนไหวบอกได้ยาก
เพราะอาจจะแค่เสี้ยวของวรรค หรือหนึ่งคำ
ที่ดลบันดาลใจให้เราเขียนกลอนในขณะนั้นๆ

หากเราระมัดระวังแล้ว ยังมีพลั้งเผลอ  ฝ่ายผู้พลั้งก็ขออภัย  ฝ่ายผู้อ่าน ก็มองผ่านเลยไป หรือ สงสัย ก็ถามไถ่กันหลังไมค์   และ ผมเชื่อว่า  มิตรภาพพี่พี่น้องน้อง ของเรามีแต่ความห่วงใยกัน มากกว่า จะหาจุดผิดจุดถูกเอาเป็นเอาตายกันน่ะครับ

และสิ่งที่เขียนก็อาจเป็นการรำพึงถึงตัวเอง
หรืออาจเปรยขึ้นมาถึงบุคคลตามจินตนาการ
ที่อาจจะอ้างอิงหรือไม่อ้างอิงกับบุคคลจริง
หรือแค่บางส่วนเพื่อมาใช้ในการสร้าง”อารมณ์กลอน”
แต่อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจความหมายว่า
เราหมายถึงเขาหรือเอ่ยถึงใครบางคนโดยเฉพาะ
ซึ่งผมเองก็เคยคิดเช่นนี้และเคยทะเลาะกับเขาไปทั่วเหมือนกัน
ดังนั้นหากโคลงกลอนที่ผมเขียนนี้กระทบถึงท่านผู้ใด
ผมก็ขออภัยดังที่กล่าวข้างต้น

ข้อคิดเห็นส่วนนี้  เหมือนข้อเมื่อกี้ครับ คือ หนักเบา คุยกัน อภัย เข้าใจ  ไม่มีปัญหาต่อเนื่องใดใดครับ


กระทู้ลำนำเพลงลานี้ ผมเขียนลามาหลายรอบแล้ว
แต่ก็มิวายได้หวนกลับมาทุกครั้ง...หึหึ

ครั้งนี้คงมิใช่เป็นการลา หรือต้องการดราม่าอะไร
แต่ที่ผ่านมาการแต่งกลอนนั้นมันเหมือนเป็นส่วนหนึ่ง
ของชีวิตประจำวัน ความคิดมันจะนึกเป็นโคลงกลอน
เองตามสิ่งที่มากระทบหรืออารมณ์ที่มีอยู่ในขณะนั้น
ผมก็จะแต่งตามความรู้สึก
ซึ่งมันจะต้องมีความรู้สึกร่วมกับสิ่งที่เราอยากจะบอก
อยากจะเขียนจึงสามารถแต่งกลอนออกมาได้
แต่ถ้าให้ตั้งหัวข้อแล้วให้แต่ง
มักจะแต่งไม่ค่อยได้ เพราะไม่สามารถสร้างอารมณ์ร่วมขึ้นมาได้

มาครั้งนี้ความรู้สึก “อารมณ์กลอน” มันชักจะเริ่มแผ่ว
กลอนที่แต่งก็เริ่มที่จะฝืนๆ วนๆ ซ้ำๆ
แรงกระตุ้นให้แต่งกลอนก็เริ่มเหือดหาย
ผมจึงอยากจะไปลองหาความท้าทายใหม่ๆ

แต่ถ้าหากยังสามารถหาแรงบันดาลใจ
ในการแต่งกลอนได้อยู่ ก็อาจจะยังแวะเวียน
มาแต่งกลอนเกรียนๆป่วนเวปบ้าง
ตามแต่โอกาสเอื้ออำนวยครับ

หากคิดจะไปจีบสาวที่อื่น เพื่อสร้างความท้าทายใหม่ๆ  ผมคิดว่า สาวบ้านนี้ คงไม่ยอมน่ะครับ   5555  และ ผมเองขอชื่นชมนักกลอนทุกท่านนะครับ  ที่กรุณาสละเวลามาลงกลอนในเวป  ซึ่งตัวผมเอง เข้ามาน้อย  แต่ ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไม่ได้ เพราะ  ผมยังมีความสุขในการติดตามอ่านงานกลอนของคุณโซล   คุณมนต์คำ  และ นักกลอนท่านอื่นๆ  เสมอน่ะครับ  

ด้วยความรักพี่พี่น้องน้องบ้านอารมณ์กลอนทุกท่าน
Jannjao



หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 17 ธันวาคม, 2560, 05:21:24 PM
แหมมมมพี่จั่นเจา​ลุงโซลจะหนีไม่จ่าย​เงินค่าหวย​เพราะงวดนี้ถูกกิน​พี่ก็เขียนซะเคลิ้มเลยนะคริๆๆๆ

​ ถ้าวตีหายไม่ต้องหาที่ไหนนะ​วตีอยู่เวบนี้เวบเดียว​

ป่วนอยู่เวบเดียว​แต่พี่มนต์คำหายไปจีบสาวเวบอื่นแน่ๆๆๆ​เขียนกลอนหว้านนนนหวาน​

พี่วิรินจ๋าาาา​หายไปไหนละ​ พี่ดาวววว​


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: ❀ Sasi ❀ ที่ 17 ธันวาคม, 2560, 06:36:37 PM
ฉงฉัย...ต้นไม้ต้นนี้มันมีใบมั้ย...?

(http://upic.me/i/hw/dawn_tree.jpg)



(http://upic.me/i/1n/1419600544-a382145478-o.jpg)

แล้วจั่นเจาร้องไห้ทามรายอ่ะ :13:


 :20: :24:


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: จั่นเจา ที่ 17 ธันวาคม, 2560, 08:08:07 PM
(http://upic.me/i/ug/eubpgj28.jpg) (http://upic.me/show/61873898)

ละอองถามความในขอให้ตอบ   
น้ำตามอบสาวใดใคร่กังขา
องครักษ์พิทักษ์เปาน้ำเคล้าตา
โดนดุด่าละเหี่ยหรือเพลียใจ

เฉลยตามความจริงทุกสิ่งแจ้ง
นักแสดงโล่ทองซ้อมร้องไห้
สมมุติสิ้น...ดิน...เขา..เผาฤทัย
น้ำตาไหลน้ำมูกเลอะเปื้อนเกรอะกรัง

หากเคลือบแคลงแถลงไปยังไม่เชื่อ
ตาแดงเรื่อบวมเปล่ง...ร้องเพลงมั๊ง?
จะถ่ายรูปส่งไลน์..ให้ละ..กัง ( กัง =กัน  ภาษาไลน์ )
คงประทัง  ความสงสัย ของยัยดิน

Jannjao

ขออภัยใช้ภาษาไลน์ปนภาษาไทย



หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: จั่นเจา ที่ 17 ธันวาคม, 2560, 08:12:29 PM
แหมมมมพี่จั่นเจา​ลุงโซลจะหนีไม่จ่าย​เงินค่าหวย​เพราะงวดนี้ถูกกิน​พี่ก็เขียนซะเคลิ้มเลยนะคริๆๆๆ

​ ถ้าวตีหายไม่ต้องหาที่ไหนนะ​วตีอยู่เวบนี้เวบเดียว​

ป่วนอยู่เวบเดียว​แต่พี่มนต์คำหายไปจีบสาวเวบอื่นแน่ๆๆๆ​เขียนกลอนหว้านนนนหวาน​

พี่วิรินจ๋าาาา​หายไปไหนละ​ พี่ดาวววว​



/lMNTL7epDig



เดี๊ยวนี้ ตามทวงหนี้ใครๆ วุ่นวายเลยนะเรา  5555

Jannjao


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: มนต์คำ ที่ 17 ธันวาคม, 2560, 08:50:06 PM
แหมมมมพี่จั่นเจา​ลุงโซลจะหนีไม่จ่าย​เงินค่าหวย​เพราะงวดนี้ถูกกิน​พี่ก็เขียนซะเคลิ้มเลยนะคริๆๆๆ

​ ถ้าวตีหายไม่ต้องหาที่ไหนนะ​วตีอยู่เวบนี้เวบเดียว​

ป่วนอยู่เวบเดียว​แต่พี่มนต์คำหายไปจีบสาวเวบอื่นแน่ๆๆๆ​เขียนกลอนหว้านนนนหวาน​

พี่วิรินจ๋าาาา​หายไปไหนละ​ พี่ดาวววว​

โดนพาดพุง ยังอยู่ขอรับ


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: จั่นเจา ที่ 17 ธันวาคม, 2560, 11:03:41 PM
เพลงนี้มอบให้ท่านโซล ( คนเดียวนะครับ )   :12:


/YPC0xwaGM1w


Jannjao


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: ❀ Sasi ❀ ที่ 18 ธันวาคม, 2560, 09:24:53 AM
(http://upic.me/i/ug/eubpgj28.jpg) (http://upic.me/show/61873898)

ละอองถามความในขอให้ตอบ  
น้ำตามอบสาวใดใคร่กังขา
องครักษ์พิทักษ์เปาน้ำเคล้าตา
โดนดุด่าละเหี่ยหรือเพลียใจ

เฉลยตามความจริงทุกสิ่งแจ้ง
นักแสดงโล่ทองซ้อมร้องไห้
สมมุติสิ้น...ดิน...เขา..เผาฤทัย
น้ำตาไหลน้ำมูกเลอะเปื้อนเกรอะกรัง

หากเคลือบแคลงแถลงไปยังไม่เชื่อ
ตาแดงเรื่อบวมเปล่ง...ร้องเพลงมั๊ง?
จะถ่ายรูปส่งไลน์..ให้ละ..กัง ( กัง =กัน  ภาษาไลน์ )
คงประทัง  ความสงสัย ของยัยดิน

Jannjao

ขออภัยใช้ภาษาไลน์ปนภาษาไทย



ไม่อยากได้ล่งรูปที่ซูบแห้ง
เหม็นยังแร้งอยู่ตั้งไกลยังได้กลิ่น
รัวหวอยหวอยฝอยซะกระดกลิ้น
คงไม่ฟิน  ถ้าเห็นเธอเดี๋ยวเผลอตัว

ดูรึทำปากกล้ามาแช่งชัก
เนื้อแน่นปั๊กเรี่ยวแรงแข็งยันหัว
อายุยืนอย่างฉันฟันธงชัวร์
พ่อตาถั่ว...ชอบแถ  เงี้ย..ไม่แก่ตาย...!?

ดิน

 :27:



หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: มณีฉาย ที่ 18 ธันวาคม, 2560, 09:31:00 AM


ลำนำลา พาครวญ หวนรำลึก
คล้ายบันทึก ทางใจ ใส่ศิลป์ศร
บทรำพัน วรรณกรรม กล่ำสุนทร
ดุจละคร ชีวิต ลิขิตเรียง


สื่อหัวใจ ใส่อักษร บวรล้ำ
คุณค่าคำ อาจคง แค่ส่งเสียง
หยาดหยดใจ ไหลริน สิ้นสำเนียง
ฤ ผาดเพียง สายธาร ผ่านลับเลย

หากคืนวัน ผันผาย มิกลายกลับ
แสงนวลดับ จากใจ ฤทัยเอ๋ย
คงถึงครา ลาคอน ผ่อนพักเคย
ลมรำเพย เชยหวน เพียงทวนจำ

จารสลัก ปักไว้ ในดวงจิต
ตรึงสถิต อารมณ์ ถึงคมขำ
กับบทกลอน อ่อนไหว ใจระกำ
ให้ดื่มด่ำ ลำนำอาบ ตราบชีพวาย

Soul Searcher
Inspired to write 16/9/2016


เรียงลายลักษณ์อักษรสุนทรศิลป์
วางระบิลร่ำบทกำหนดหมาย-
ฝากคุณค่าร้อยกรองอันผ่องพราย
มิให้ลบเลือนหายตามสายกาล

อาจมีบ้างบางคราวยากกล่าวถ้อย
จินตนาเสื่อมถอยเกินร้อยสาร
ร้างอารมณ์บ่มคำจะนำจาร
อาจทิ้งบ้านเก็บตัวสักชั่วคราว

หากพบแรงบันดาลใจอย่าไกลห่าง
กลับมาวางบทกลอน บอกร้อนหนาว
ระบายพจน์เกี่ยวเนื่องฝากเรื่องราว
ฝากคำกลอนเกริ่นกล่าวให้ยาวไกล

มณีฉาย


หัวข้อ: Re: ...ลำนำเพลงลา...
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 20 ธันวาคม, 2560, 06:01:43 PM
คือหนทางข้างหน้าจะฝ่าถึง
คือก้าวย่างอีกหนึ่งเพื่อยิ่งใหญ่
อุปสรรคขวากหนาม, ฤๅคร้ามไป?
สุดระดับหัวใจจะอดทน

อันวิญญาณกวีอย่างนี้แหละ
มีข้องแวะมีวุ่นวายให้สับสน
มีความสุขความเศร้าคลุกเคล้าปน
มีรวดร้าวร้อนรนทุกฤดู

กระหยับปีกแกร่งกล้าท้าลมหนาว
ร่วมขีดเขียนเรื่องราวความเป็นอยู่
มีถูกมั่งผิดมั่ง, ช่าง... เป็นครู
ยังดีกว่ายืดคอชูไม่ฝ่าฟัน

เราอาจหล่นบนเวิ้งว่างหว่างพายุ
อนึ่งใจจะบรรลุให้ถึงฝัน
ลมใต้ปีกเสียดมาใดจาบัลย์?
คงจะมีสักวันสู่ฝันงาม

หยิบเสรีสร้างสรรค์เพื่อวันข้างหน้า
สิทธิแห่งปรารถนายังท้วงถาม
หยิบปรัชญา, วิถี​มาคลี่ความ
เชื่อมโยงทุกทุกยามให้ยั่งยืน

สิริวตี