เว็บไซต์อารมณ์กลอน เว็บไซต์สำหรับผู้มีกลอนในหัวใจ..

คุยเรื่องร้อยแปดชาวอารมณ์กลอน => ดูหนัง-ฟังเพลง-คลิปความบันเทิง => ข้อความที่เริ่มโดย: สิริวตี ที่ 08 มีนาคม, 2559, 09:29:24 AM



หัวข้อ: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 08 มีนาคม, 2559, 09:29:24 AM
เพลงราตรีประดับดาว


(http://upic.me/i/lx/ejq.7.jpg) (http://upic.me/show/58033727)



8SM-OpoOSC4

    เพลงราตรีประดับดาวนี้  เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่  ๗  แห่งพระมหาจักรีบรมวงศ์  กล่าวกันว่าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงโปรดดนตรีไทยเป็นอย่างยิ่ง  และทรงมีพระปรีชาสามารถในการบรรเลงเครื่องดนตรีไทย  โดยเฉพาะการทรงซอ  ทรงศึกษาดนตรีไทยจากหลวงไพเราะเสียงซอ  (อุ่น  ดูรยชีวิน)  และหลวงประดิษฐ์ไพเราะ  (ศร  ศิลปบรรเลง)  ซึ่งเป็นครูดนตรีไทยที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้น

    ภายหลังจากทรงเสด็จขึ้นครองราชย์  ทรงโปรดเสด็จพระราชดำเนินไปประทับแรม  ณ  พระตำหนักเปี่ยมสุข  วังไกลกังวล(๑)  ซึ่งในการที่เสด็จไปนั้น  นอกจากจะทรงโปรดการออกกำลังกายด้วยการทรงกีฬาแล้ว  ยังโปรดการทรงดนตรีด้วย  พระองค์ทรงตั้งวงดนตรีไทยส่วนพระองค์ขึ้นในปีพุทธศักราช  ๒๔๗๐  โดยนักดนตรีประกอบด้วยเจ้านายและข้าราชบริพารที่ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาททั้งฝ่ายหน้าและฝ่ายใน  และตั้งแต่ปีพุทธศักราช  ๒๔๗๒  จนถึง  ๒๔๗๔  พระองค์ก็ได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงไทยเดิมไว้ถึง  ๓  เพลง  ตามลำดับ  คือ เพลงราตรีประดับดาว  เถา  เพลงเขมรลออองค์  เถา  และเพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝั่ง  สามชั้น    
   
ประวัติของเพลงราตรีประดับดาวนั้น  ว่าไว้ว่า  ใน  พ.ศ.  ๒๔๗๒  รัชกาลที่  ๗  ได้ทรงฟังเพลงแขกมอญบางขุนพรหม  เถา  อันเป็นพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  เจ้าฟ้า  ฯ  กรมพระนครสวรรค์พินิต  เพลงนี้เป็นเพลงสำเนียงเป็นมอญ  ซึ่งบทร้องที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในตอนชั้นเดียวท่อนสุดท้ายนั้นมีว่า  “ชื่อแขกมอญบางขุนพรหมนามสมญา  ฉันได้มาจากวังบางขุนพรหม”  รัชกาลที่  ๗  จึงมีพระราชประสงค์จะทรงแต่งเพลงเถาในสำเนียงมอญอย่างนั้นบ้าง  จึงทรงหารือกับครูผู้ใหญ่ในวงการดนตรีไทยในสมัยนั้น   
    เพลงที่ทรงเลือกมาเพื่อพระราชนิพนธ์ขึ้นเป็นเพลงเถานั้น  คือเพลงมอญดูดาว  สองชั้น  ของเก่า  ซึ่งเมื่อทรงพิจารณาเพลงลงไป  ทรงเห็นว่า  เพลงมอญดูดาวของเดิมใช้หน้าทับมอญ  (เทียบได้กับประเภทหน้าทับสองไม้ของไทย)  และมีอยู่เพียง  ๑๑  จังหวะ  แต่โดยที่พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะพระราชนิพนธ์เพลงโดยใช้หน้าทับเป็นประเภทปรบไก่  ซึ่งความยาวเป็น  ๒  เท่าของหน้าทับประเภทสองไม้

เนื้อร้อง

สามชั้น  วันนี้      แสนสุดยินดี  พระจันทร์วันเพ็ญ 
    ขอเชิญสายใจเจ้าไปเที่ยวเล่น(๒)        ลมพัดเย็นเย็น  หอมกลิ่นมาลี 
    หอมดอกราตรี        แม้ไม่สดสี  แต่หอมดีน่าดม 
    เหมือนงามน้ำใจ        แม้ไม่ขำคม 
    กิริยาน่าชม        สมใจจริงเอย
 
    ชมแต่ดวงเดือน        ที่ไหนจะเหมือน  ได้ชมหน้าน้อง 
    พี่อยู่แดเดียว  เปลี่ยวใจหม่นหมอง      เจ้าอย่าขุ่นข้องจงได้เมตตา 
    หอมดอกชำมะนาด      สีไม่ฉูดฉาด  แต่หอมยวนใจ 
    เหมือนน้ำใจดี        ปรานีปราศรัย 
    ผูกจิตสนิทได้        ให้รักจริงเอย 
               
สองชั้น  ขอเชิญเจ้าฟังเพลงวังเวงใจ      เพลงของท่านแต่ใหม่ในวังหลวง 
    หอมดอกแก้วยามเย็น        ไม่เห็นใจพี่เสียเลยเอย 
    ดวงจันทร์หลั่นลดเกือบหมดดวง      โอ้หนาวทรวงยอดชีวาไม่ปรานี 
    หอมมะลิกลีบซ้อน      อ้อนวอนเจ้าไม่ฟังเอย 
               
ชั้นเดียว  จวนจะรุ่งแล้วนะเจ้าพี่ขอลา      แสงทองส่องฟ้าสง่าศรี 
    หอมดอกกระดังงา      ชิชะช่างน่าเจ็บใจจริงเอย 
    หมู่ภมรร่อนหาช่อมาลี        แต่ตัวพี่จำจากพรากไปไกล 
    หอมดอกจำปี        นี่แน่พรุ่งนี้จะกลับมาเอย  ฯ 

คำร้องในบทพระราชนิพนธ์ตอนหนึ่งที่ว่า  “ขอเชิญเจ้าฟังเพลงวังเวงใจ  เพลงของท่านแต่งใหม่ในวังหลวง”  นั้น  ก็เพื่อให้เป็นที่หมายรู้ว่า  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้ทรงพระราชนิพนธ์  เพราะพระบรมมหาราชวัง  (วังหลวง)  เป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้าแผ่นดิน  (แม้ความจริงเพลงนี้  จะทรงพระราชนิพนธ์ยังวังไกลกังวล  ก็ทรงใช้ว่าวังหลวงตามสัญลักษณ์)  และเป็นการเลียนล้อเพลงแขกมอญบางขุนพรหม  ที่กล่าวมาแล้วด้วย 
   
เมื่อทรงพระราชนิพนธ์สำเร็จเรียบร้อยทั้งทำนองดนตรีและบทร้องแล้ว  ก็ทรงต่อเพลงนี้พระราชทานแก่ข้าราชการในกรมปี่พาทย์และโขนหลวง  ครั้นซักซ้อมกันเรียบร้อยดีแล้วก็ทรงให้นำวงปี่พาทย์ไปบรรเลง  ถวาย  ณ  วังสุโขทัย  เพื่อทรงฟังตรวจแก้ไขอีก  ๒-๓  ครั้งในครั้งแรกมีเจ้านายที่ทรงสามารถในการดนตรี  อาทิ  สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ  เจ้าฟ้า  ฯ  กรมพระนครสวรรค์วรพินิต  และกรมหมื่นอนุพงศ์จักรพรรดิ  ทรงร่วมฟังอยู่ด้วย  ในระหว่างนี้ยังมิได้ทรงตั้งชื่อเพลงที่ทรงแต่งขึ้นใหม่นั้นว่ากระไร  เจ้านายหลายพระองค์ต่างเสนอชื่อถวายต่าง  ๆ  กัน  เช่น  ดาวประดับฟ้า  ดารารามัญ  และอื่น  ๆ  ที่มีนัยเดียวกันนี้อีกหลายชื่อ  แต่ก็ยังมิได้ทรงเลือกเอาชื่อไหน 
   
ต่อมาวงมโหรีหลวงได้นำเพลงนี้ออกร้อง  และบรรเลงส่งกระแสเสียง  ณ  สถานี  ๑.๑  ที่ศาลาแดง  โดยประกาศชื่อเพลงนี้ว่า  “เพลงราตรีประดับดาว”  อันเป็นชื่อที่รัชกาลที่  ๗  ได้ทรงคิดตั้งขึ้นเอง  จึงเป็นการตกลงใช้ชื่อนี้ตลอดมา

ขอบคุณภาพจาก และข้อมูล  Internet


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 08 มีนาคม, 2559, 10:20:12 AM
FTSiXVAWdk4
เวอร์ชั่นนี้เป็นปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ (บรรเลงอย่างเดียว)


KLAoyw8eQ-0
เวอร์ชั่นนี้เป็นแบบร่วมสมัยขับร้องโดย ดวงพร พงศ์ผาสุก ปุ้ย (The Voice)


80WPrVLN91I
เวอร์ชั่นนี้เป็นออเครสตร้า (ไม่มีขับร้อง)


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 04 พฤษภาคม, 2559, 03:55:48 PM
เพลงแขกลพบุรี


(http://upic.me/i/iu/rcptg.jpg) (http://upic.me/show/58412855)

 ๓ ชั้น
                          ลำดวนเอ๋ยพี่จะด่วนไปก่อนแล้ว        ทั้งเกดแก้วพิกุลยี่สุ่นศรี
                  จะโรยร้างห่างสิ้นกลิ่นมาลี                      จำปีเอ๋ยสักกี่ปีจะมาพบ
                  ที่มีกลิ่นก็จะคลายหายหอม                      จะพลอยตรอมเหือดสิ้นกลิ่นตลบ
                  ที่มีดอกก็จะวายระคายครบ                     จะเหี่ยวแห้งเซาซบสลบไป

                  ๒ ชั้น
                          ต้นน้อยน้อยลูกย้อยระย้าดี                ตั้งแต่นี้จะไปชมต้นไม้ใหญ่
                  จะทิ้งเรือนออกไปร้างอยู่กลางไพร            ยุงร่านริ้นไลจะตอมกาย
                  รากไม้จะต่างหมอนนอนอนาถ                 ดาวดาษต่างไต้น่าใจหาย
                  ลงบันไดใจเจียนจะขาดตาย                     น้ำตาหลั่งพรั่งพรายกระจายลง

                  ชั้นเดียว
                          ขุนแผนปลอบน้องอย่าร้องไห้           ไปหน่อยหนึ่งแล้วจะมาส่ง
                  ไปเป็นเพื่อนพี่บ้างในกลางดง                   ชมหงส์เหมเล่นให้เย็นใจ
                  ไปเดือนหนึ่งแล้วจะพากลับ                       ถ้วนเดือนแล้วจะรับเจ้าไปใหม่
                  จะรัญจวนครวญคร่ำไปทำไม                   เขาอยู่เขาจะไร้เมื่อไรมี

                                                         (เสภา เรื่อง ขุนช้างขุนแผน)

kided8eU8FY

(บรรเลงโดยวงปี่พาทย์ไม้แข็ง กรมศิลปากร)


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 02 กรกฎาคม, 2559, 04:20:36 PM
เพลงเขมรไทรโยค

เป็นเพลงไทยเดิม พระนิพนธ์โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินประพาสน้ำตกไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อ พ.ศ. 2431

สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงพระนิพนธ์โดยได้เค้ามาจากเพลง "เขมรกล่อมลูก" ซึ่งเป็นเพลง 2 ชั้น ดัดแปลงขึ้นใหม่เป็นเพลง 3 ชั้น กับได้ทรงพระนิพนธ์บทร้องประกอบบรรยายถึงความงดงามของธรรมชาติ แล้วประทานนามว่า "เขมรไทรโยค" ออกแสดงครั้งแรกในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2431 ต่อมาถูกตัดทอนให้เป็นเพลงชั้นเดียว ใส่เนื้อร้องโดยนางจันทนา พิจิตรคุรุการ และขยายเป็นเพลง 3 ชั้น เมื่อ พ.ศ. 2491 โดยหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง) กลายเป็น "เพลงเถา" โดยแต่งขยายเป็นสี่ชั้น และตัดลงเป็นสองชั้นและชั้นเดียวตามลำดับ

เนื้อร้อง

บรรยายความตามไท้ เสด็จยาตร ยังไทรโยคประพาสพนาสณฑ์ น้องเอย...เจ้าไม่เคยเห็น
ไม้ไร่หลายพันธ์ คละขึ้นปะปน ที่ชายชลเขาชะโงกเป็นโกรกธาร น้ำพุพุ่งซ่าน ไหลมาฉาดฉาน
เห็นตระการ มันไหลจอกโครมจอกโครม มันดังจ้อกจ้อก จ้อกจ้อก โครมโครม
น้ำใสไหลจนดู หมู่มัสยา กี่เหล่าหลายว่ายมา ก็เห็นโฉม น้องเอย เจ้าไม่เคยเห็น
ยินปักษาซ้องเสียง เพียงประโคม เมื่อยามเย็นพยับโพยมร้องเรียกรัง เสียงนกยูงทอง มันร้องโด่งดัง
หูเราฟังมันร้องดังกระโต้งฮง มันดังก้อก ก้อก ก้อกก้อก กระโต้งฮง

N1MxlazvN_Y

ขอบคุณภาพจาก และข้อมูล  Internet


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: ศรีเปรื่อง ที่ 02 กรกฎาคม, 2559, 05:02:23 PM
แสนคิดถึง...วัยเยาว์วันเก่าก่อน
มิอาจย้อน...เวลากลับมาได้
ผมนั้นต่อคำร้องทำนองไทย
ส่วนทรามวัย...กิ๊กเก่าเขาต่อซอ

เปรื่อง  :35:


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 03 กรกฎาคม, 2559, 11:14:48 AM
โอ้ว่าลาวดวงเดือนท่านเอื้อนเพราะ
แสนเสนาะสุดล้ำทำนองหนอ
พี่มาเว้าเคล้าใกล้ไม่เพียงพอ
รักจึงฝ่อหมดฝันนั้นเรื่องจริง

สิริวตี
 :21:


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 03 กรกฎาคม, 2559, 11:26:42 AM
ลาวดวงเดือน

ประวัติของเพลงลาวดวงเดือน มีอยู่ว่า เมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดมได้เสด็จไปนครเชียงใหม่ และเกิดชอบพอกับเจ้าหญิงชมชื่น พระธิดาองค์โตของเจ้าราชสัมพันธวงศ์และเจ้าหญิงคำย่น ณ ลำพูน โปรดให้ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพเป็นเถ้าแก่เจรจาสู่ขอ แต่ได้รับการทัดทาน ไม่มีโอกาสที่จะได้สมรสกัน ทำให้พระองค์โศกเศร้ามาก และได้ทรงพระนิพนธ์เพลงนี้ขึ้น เมื่อใดที่ทรงระลึกถึงเจ้าหญิงชมชื่น ก็จะทรงดนตรีเพลงลาวดำเนินเกวียน (ลาวดวงเดือน) เพลงนี้ หรือให้มหาดเล็กเล่นให้ฟัง มาตลอดพระชนม์ชีพ และสิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุได้เพียง 28 พรรษา ด้วยโรคปอดเรื้อรัง ซึ่งบ้างก็ว่าทรงตรอมพระทัยเพราะความอาลัยรัก

เนื้อร้อง

 โอ้ละหนอดวงเดือนเอ่ย พี่มาเว้ารักเจ้าสาวคำดวง โอ้ว่าดึกแล้วหนอพี่ขอลาล่วง อกพี่เป็นห่วงรักเจ้าดวงเดือนเอย

ขอลาแล้วเจ้าแก้วโกสุม พี่นี้รักเจ้าหนอ ขวัญตาเรียม
หาไหนมาเทียมโอ้เจ้าดวงเดือนเอย (ซ้ำ)
หอมกลิ่นเกสร เกสรดอกไม้ หอมกลิ่นคล้ายคล้ายเจ้าสู เรียมเอย (ซ้ำ)
หอมกลิ่นกรุ่นครัน หอมนั้นยังบ่เลย /เนื้อหอมทรามเชย เอยเราละเหนอ/ (ซ้ำ//)


โอ้ละหนอนวลตาเอย พี่นี้รักแสนรักดังดวงใจ
โอ้เป็นกรรมต้องจำจากไป อกพี่อาลัยเจ้าดวงเดือนเอย
เห็นเดือนแรมเริศร้างเวหา เบิ่งดูฟ้า(ละหนอ)เห็นมืดมน พี่ทนทุกข์ทุกข์ทนโอ้เจ้าดวงเดือนเอย
พี่ทนทุกข์ทุกข์ทนโอ้เจ้าดวงเดือนเอย
เสียงไก่ขันขานเสียงหวานเจื้อยแจ้ว หวานสุดแล้วหวานแจ้วเจื้อยเอย (ซ้ำ)
มันชั่งหวานเสนาะหวานเพราะกระไรเลย บ่แม้นทรามเชยเราละเหนอ (ซ้ำ)

zdQ0VYGVQ1U

CZhDs5rcCx8


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: ศรีเปรื่อง ที่ 03 กรกฎาคม, 2559, 03:38:41 PM
 :19:

โอ้ละหนอ...ดวงเดือน...เจ้าเลือนแสง
คงเพราะแหนงหน่ายพี่ที่มัวหยิ่ง
เอ่อคือเอ่อ...คือมิใช่...ไม่หวังอิง
แต่อายหญิง...แสร้งเฉย..เจ้าเลยเมิน

เปรื่อง...ผู้บ่าวขี้อาย (เมื่อหลายปีที่แล้ว)


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 03 กรกฎาคม, 2559, 03:58:58 PM
ยังหวังเพลินลาวแพนแคนเคยเป่า
อุราเราเศร้าใจเพราะชายเหิน
หวังจะยินเสียงขลุ่ยคำนำน้องเพลิน
มิมีใครชักเชิญเกริ่นความเลย

สิริวตี
 :29:

อารมณ์อยากฟังเดี่ยวขลุ่ยละ...เพราะไม่มีใครเป่าแคนให้ฟังเลย เศร้า


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 03 กรกฎาคม, 2559, 04:13:16 PM
BRLAwyrya8Q

ลาวแพน : ครูเหนี่ยว ดุริยพันธุ์,ครูละเมียด จิตตเสวี

rHWTuzvrJu8
เดี่ยวแคนลาวแพน

Zw7ORwze878
เดี่ยวขลุ่ยลาวแพน


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: ศรีเปรื่อง ที่ 03 กรกฎาคม, 2559, 06:42:43 PM
บ่าวเสี้ยวลาวอกกรม...ระทมแสน
คล้ายลาวแพนเพลงช้ำพร่ำเฉลย
ไร้แรงเป่าแคนแล้ว...น้องแก้วเอย
ด้วยทรามเชยสาวไทย...ไม่ไยดี

เปรื่อง...ผู้บ่าวไทยเสี้ยวลาว (ผู้ร้าวรานเป็นประจำวันละสามเวลาหลังอาหาร)  :15:


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 03 กรกฎาคม, 2559, 07:02:04 PM
ขอบรรจงวางคัดจัดเรียงหน่อย
อันเพลงตับจับประดอยพลอยสุขศรี
ตับวิวาห์พระสมุทรพิสุทธิ์มี
ขอน้องลี้เพลิดเพลินเจริญใจ

สิริวตี


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 03 กรกฎาคม, 2559, 07:26:08 PM
ตับวิวาห์พระสมุทร

เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในล้นเกล้ารัชกาลที่ ๖ เป็นบทละครพูดสลับรำ มีทั้งบทร้องและบทเจรจา ทรงพระราชนิพนธ์ เมื่อ พ.ศ.2461   ประกอบด้วย เพลงคลื่นกระทบฝั่ง   เพลงบังใบ  และเพลงแขกสาหร่าย

เรื่องย่อ วิวาห์พระสมุทร

กล่าวถึงประชาชนชาวกรีก ณ เกาะอัลฟะเบตา โง่เขลา หลงเชื่อในอำนาจทางทะเล เมื่อครบรอบ 100 ปี จะต้องส่งสาวพรหมจารีไปเป็นเจ้าสาวของพระสมุทร กษัตริย์มิดัสผู้ครองเกาะจำใจส่งราชธิดาชื่ออันโดรเมดาไปสังเวยทางทะเล แต่อันเดรคู่รักของนางออกอุบาย ขอให้นายนาวาเอกเอดเวิดไลออนกัปตันเรืออังกฤษมาขู่ชาวเมืองให้ยกนางให้อันเดรนางจึงรอดชีวิต และได้แต่งงานกับอันเดรสมปรารถนา

ในประเทศกรีซสมัยโบราณ มีเกาะแห่งหนึ่งชื่อว่า อัลฟาเบต้า กษัตริย์ มิดัส ผู้ครองเกาะอัลฟาเบต้า มีพระราชธิดาโฉมงามองค์หนึ่ง คือเจ้าหญิงอันโดรเมดาชาวเกาะนี้ทุกคนเกรงกลัวในอำนาจแห่งพระสมุทร และเชื่อว่าเมื่อครบรอบทุกๆ หนึ่งร้อยปี จะต้องส่งสาวพรหมจารีไปเป็นเจ้าสาวของพระสมุทร หรือทำพิธีบูชายัญต่อเทพแห่งท้องทะเลที่เรียกว่าวิวาหพระสมุทร โดยการจับหญิงสาวพรหมจรรย์ไปมัดเชือกทิ้งไว้ที่ทะเลให้คลื่น พัดลงไปในทะเล พอวันรุ่งขึ้นเมื่อหญิงนั้นหายไป ชาวเมืองก็จะบอกว่า หญิงผู้นั้นได้วิวาห์กับพระสมุทรแล้ว ( เหตุการณ์นี้ ร.6 ทรงแต่งล้อตำนานกรีกโบราณ ที่เทพเจ้าเนปจูนมาเอานางอันโดรเมดาไปเป็นเครื่องสังเวย ชื่อนางเอกของวิวาหพระสมุทรก็เอามาจากตำนานนั้น )

เจ้าหญิงอันโดรเมดานั้นรักกันอยุ่กับ เจ้าชายอันเดร ซึ่งยากจน เพราะพระบิดาเอาทรัพย์สินไปลงทุนแล้วขาดทุนหมด กษัตริย์มิดัสพระบิดา จึงไม่ทรงอยากได้เจ้าชายอันเดรมาเป็นเขย เพราะรังเกียจว่าจน เจ้าชายอันเดรก็เลยคิดวางแผนหาวิธีต่างๆที่จะได้แต่งงานกับเจ้าหญิงอันโดรเมดา เช่น คิดวางแผนจะทำเป็นว่าเอาเรือมาขู่โดยล้อมเกาะ แต่ก็ติดขัดอยู่ที่ไม่มีเรือ พอคิดถึงวิธีที่จะเอาเงินทองมาให้ก็ไม่มีเงินทองอีก เจ้าหญิงอันโดรเมดา ที่ช่วยร่วมคิดแผนด้วยกันเลยบอกให้ เจ้าชายอันเดรลองไปสู่ขอกับกษัตริย์มิดัส พระบิดาของตนแบบตรงๆดู

พอใกล้ถึงเวลาที่จะต้องทำพิธีส่งเจ้าสาวให้พระสมุทร ชาวเกาะก็เริ่มแตกตื่น บังเอิญมีเรือรบอ๊อกฟอร์ดจากประเทศอังกฤษมาจอดเทียบท่า เรือนี้มีนายนาวาเอก เอดเวิด ไลอ้อน เป็นผู้บังคับการ และมีเจ๊กบ๋อยประจำเรือไว้หางเปียยาว ชื่อเต๊กหลี ติดมากับเรือด้วย พอเต๊กหลีขึ้นไปนท่า ชาวเมืองไม่มีใครเคยเห็นคนจีนมาก่อน ก็แตกตื่นว่าคนประหลาดมีหางบนหัว เป็นผีทะเลมาทวงส่วยให้พระสมุทร

พระสังฆราชหัวหน้านักบวชประจำเกาะ มีหลานชายคือคอนสแตนติโนส ซึ่งก็หลงรักเจ้าหญิงอันโดรเมดาอยู่เช่นกัน เห็นได้ทีก็คบคิดกันกับเต๊กหลีทำอุบายให้พลเมืองเชื่อว่า เตีกหลีเป็น ผีทะเล ผู้แทนของพระสมุทรที่มาทวงส่วย เพราะครบรอบร้อยปีแล้ว และเจ้าหญิงอันโดรเมดาจะต้องเป็นหญิงสาวที่จะต้องไปวิวาห์กับพระสมุทร หรือกับผู้ที่พระสมุทรให้มาเป็นตัวแทน โดยตกลงกันว่า พอถึงตอนทำพิธีส่งตัวเจ้าสาวพระสมุทร เต๊กหลีในฐานะผีทะเล ก็จะออกมาชี้ตัวคอนสแตนติโน้สให้เป็นผู้แทนพระสมุทร และกษัตริย์มิดัสก็จะต้องให้พระราชธิดาแต่งงานกับผู้แทนพระสมุทร

แต่แผนนี้รั่วไปถึงเจ้าหญิง และเจ้าชายอันเดร เจ้าหญิงอันโดรเมดาจึงส่งพระพี่เลี้ยงสาวชาวอังกฤษชื่อ แมรี่ไปขอความช่วยเหลือจาก นาวาเอก เอดเวิด ไลอ้อน ผู้บังคับการเรือรบ จึงเกิดการซ้อนแผนขึ้น ในพิธีส่งตัวเจ้าสาวพระสมุทร นาวาเอก เอดเวิด ไลอ้อน เอาทหารเรืออังกฤษในบังคับบัญชาถืออาวุธเข้ามาควบคุมสถานการณ์ เต๊กหลีเห็นเช่นนั้นก็ไม่กล้ารับเป็นทูตพระสมุทร นาวาเอก เอดเวิด ไลอ้อน จึงกล่าวว่า เขาในฐานะเป็นผู้บังคับการเรือราชนาวีอังกฤษ มีอำนาจเหนือท้องทะเล ถือว่าเป็นผู้แทนพระสมุทรได้โดยชอบธรรม

พระสังฆราชโดนดาบปลายปืนของทหารเรืออังกฤษจี้ควบคุมตัว จึงต้องยอมรับว่านาวาเอก เอดเวิด ไลอ้อน เป็นผู้แทนพระสมุทรจริง นาวาเอก เอดเวิด ไลอ้อน ก็เลยเรียกเจ้าบ่าวที่พระสมุทรยินยอมพร้อมใจด้วยมารับตัวเจ้าสาวไป เจ้าชายอันเดรก็ปรากฏตัวขึ้นในชุดเครื่องแบบทหารเรืออังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นญาติหรือเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกับพระสมุทร แล้ว จึงสมควรจะแต่งงานกับเจ้าหญิงแทนพระสมุทรได้ ทุกๆคนก็พลอยยินดีไปกับเจ้าชายและเจ้าหญิงทั้งสอง และนาวาเอก เอดเวิด ไลอ้อน ก็ได้แต่งงานกับแมรี พระพี่เลี้ยงชาวอังกฤษของเจ้าหญิงด้วยดี



หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 03 กรกฎาคม, 2559, 07:33:00 PM
เพลงคลื่นกระทบฝั่ง

                                อันโดรเมดาสุดาสวรรค์                       ยิ่งกว่าชีวันเสน่หา
                    ขอเชิญสาวสวรรค์ขวัญฟ้า                               เปิดวิมานมองมาให้ชื่นใจ
                    ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์                         ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่
                   ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ                                 ไม่เห็นโฉมประโลมใจยิ่งมืดมน
                   อ้าดวงสุริย์ศรีของพี่เอย                                   ขอจงเผยหน้าต่างนางอีกหน
                   ขอเชิญจันทร์ส่องสว่างกลางสกล                       เยี่ยมมาให้พี่ยลเยือกอุรา ๚

       เพลงบังใบ

                                ได้ยินคำสำเนียงเสียงเสนาะ                   แสนไพเราะรสรักเป็นหนักหนา
                 เหมือนยินเสียงหงส์ทองที่ฟ่องฟ้า                          กล่อมสุนทรวอนว่าน่ายินดี
                 ถึงแม้ว่าจะสนิทนิทรา                                         ก็ผวาเมื่อสดับศัพท์เสียงพี่
                 ถึงดิฉันร้อนรุมกลุ้มฤดี                                         เสียงเหมือนทิพย์วารีมาประพรม
                 แต่โอ้ว่าอนิจจาได้กินหวาน                                   มิช้านานก็ต้องกลืนทั้งขื่นขม
                 พอพี่ไปใจน้องต้องระทม                                      ยิ่งมาชมก็ยิ่งช้ำระกำใจฯ"                                                   

   เพลงแขกสาหร่าย


                                 ถ้าแม้นพี่เลือกได้ดังใจพี่                       จะไปพ้นที่นี้นั้นหาไม่
                  จะยืนชมขวัญตาผู้ยาใจ                                       กว่าจะได้สวมกอดแม่ยอดรัก
                  ถ้าแม้นไม่เกรงใจบิดาเจ้า                                    จะลักองค์นงเยาว์จากตำหนัก
                  นี่หากเกรงโฉมฉายจะขายพักตร์                           จึงจำหักใจคอยดูถ้อยทีฯ

D3zitShn8us
บรรเลงขับร้อง โดย ดุริยางคศิลปิน คีตศิลปิน
จาก สำนักการสังคีต กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม
ขับร้องชาย ครูแจ้ง คล้ายสีทอง

ขอบคุณภาพจาก และข้อมูล  Internet


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: ศรีเปรื่อง ที่ 03 กรกฎาคม, 2559, 11:27:30 PM
แม้อันโดรเมดาสุดาสรวง
ก็ยังร่วงจากฟ้าลงมาได้
สักวันเถอะบุหลันอันอำไพ
จักคล้อยดวงมาให้ชายชื่นชม

เปรื่อง...ชายคนดิน (แต่บินได้)


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 04 กรกฎาคม, 2559, 05:01:37 AM
แม้นมิเห็นนงลักษณ์ประจักษ์แจ่ม
นวลแฉล้มข้างในให้ขื่มขม
ขอจงโปรดระงับดับอารมณ์
อย่าตรอมตรมพิศวาสเดี๋ยวขาดใจ

สิริวตี


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: ศรีเปรื่อง ที่ 04 กรกฎาคม, 2559, 11:53:22 AM
ผิว่าขาดซึ่งรักสลักจิต
โอ้ชีวิตคงหมองมิผ่องใส
กระแสธารกลางป่าพนาไพร
แห้งวันใด...ป่าสลดสิ้นงดงาม

เปรื่อง...ผู้ชายคล้ายต้นไม้


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 04 กรกฎาคม, 2559, 01:19:59 PM
"ป่ารักน้ำ น้ำรักป่า"อุราแจ้ง
จะมิแกล้งแล้งจิตอย่าคิดถาม
ด้วยสุนทรกลอนกวีอันพิราม
ต่อเติมตามพอใจในฤดี

แต่นุชน้องเด็กน้อยจ้อยเจี๊ยกจุ้น
"อายุเยาวเรศรุ่นเจริญศรี"
ถ้าชอบฟังเพลงน้องคลอร้องดี
จะขอตบรางวัลพี่นี้อย่างงาม

สิริวตี

 :21:
สำหรับคนคอเดียวกัน..แต่วตีคงไม่คลอด้วยเพราะเสียงเพี้ยนนนนนมากกกกก


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 04 กรกฎาคม, 2559, 03:05:37 PM
เพลงตับลาวเจริญศรี

ประวัติความเป็นมา
พระลอเพลงตับลาวเจริญศรีนั้น เป็นเพลงตับเรื่องที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับเรื่องพระลอ ซึ่งตอนต้นปรับปรุงมาจาก บทละครของเจ้าพระยาเทเวศฯวงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลานกุญชร ณ อยุธยา) ตอนท้ายปรับปรุงจากบทของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
เพลงตับนี้ประกอบด้วยเพลงสำเนียงลาวที่ไพเราะ ถึง ๘ เพลง คือ เพลงลาวเล็กตัดสร้อย ลาวเล่นน้ำ ลาวกระตุกกี่ ลาวกระแตเล็ก ลาวดอกไม้เหนือ ลาวเฉียง ลาวครวญ และลาวกระแซ
...ที่เรียกว่าเพลงตับลาวเจริญศรีเนื่องจากเพลงลาวเล็กตัดสร้อย มีบทร้องว่า "เจริญศรี" เสียงสูงเด่นกว่าคำอื่นจึงนำมาเรียกเป็นชื่อเพลงตับนี้...

บทร้องเพลงตับลาวเจริญศรี

เกริ่น
             
              บัดนี้มีสองกัลยา                           ลักษณาเลิศล้ำในต่ำใต้
       ทรงโฉมประโลมละลานใจ                      บุตรีไทพระวิษณุกร

ลาวเล็กตัดสร้อย
             
              อายุเยาวเรศรุ่นเจริญศรี                  พระเพื่อนพี่แพงน้องสองสมร
       งามทรงงามองค์อรชร                            ดังอัปสรหยาดฟ้าลงมาเอย

ลาวเล่นน้ำ

            แม่คุณเอ๋ย เราบ่เคยพบเจ้า                สองนางลำเภา ดูเจ้างามตา
       สาวใดบ่เหมือน สองเพื่อนแพงนา             ตั้งแต่ข้อยดูมาลักษณาบ่ปาน

ลาวกระตุกกี่
             
         จะหางามสามโลกก็เหลือหา               สมเป็นนางพระยาอันสูงสุด
       ไม่ควรคู่ผู้ใดในมนุษย์                           ควรสมมุติแต่กษัตริย์ขัตติยา
       เจ้าพิภพองค์ใดไม่สวยสม                       จะร่วมรสภิรมย์เสน่หา
       เว้นไว้แต่ละอองพระบาทา                      นอกจากนั้นจะหาไม่มีเลย

ลาวกระแตเล็ก
             
              เมื่อนั้น                                        พระลอเพราเพริศเฉิดฉิน
       ฟังกล่าวโฉมสองสุดายุพาพิน                   พระภูมินทร์เสียวซาบวาบฤทัย
       ด้วยบุพเพวาสนามาสนอง                       นางทั้งสองเคยร่วมพิสมัย
       อกุศลดลจิตพระทรงชัย                          พระเสด็จเข้าข้างในไม่ช้าที

bzAhvhMfb6g
อาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน ขับร้อง
บรรเลงโดยวงเครื่องสายผสมออแกน


ขอบคุณภาพจาก และข้อมูล  Internet


หัวข้อ: Re: @@__เพลงไทยไพเราะ[email protected]@
เริ่มหัวข้อโดย: สิริวตี ที่ 04 กรกฎาคม, 2559, 06:55:52 PM
RciqbYlVXlE
เวอร์ชั่นนี้ก็เพราะ