เว็บไซต์อารมณ์กลอน เว็บไซต์สำหรับผู้มีกลอนในหัวใจ..

บทกลอนไพเราะ => กลอนให้แง่คิด => ข้อความที่เริ่มโดย: ประทีป วัฒนสิทธิ์ ที่ 19 พฤศจิกายน, 2556, 10:06:28 AM



หัวข้อ: นิราศพรหมโลก
เริ่มหัวข้อโดย: ประทีป วัฒนสิทธิ์ ที่ 19 พฤศจิกายน, 2556, 10:06:28 AM
   

นิราศพรพมโลก

....................................
โอ้บาปกรรมเจียวอกเราหรือนี่
ยิ่งแสนเศร้าเศร้าแสนแสนเศร้าทวี
กรรมเหลือที่เหลือกรรมกรรมเหลือทน

บาปกรรมใดได้ทำบาปกรรมใด
คอยเกาะใจจองจำไม่หลุดพ้น
เหมือนสายฟ้าผ่าทรวงดวงกมล
แยกสกนธ์ทำลายให้วายปราณ

ใจร้อนรุ่มรุมร้อนค่อนประหลาด
เพราะอำนาจร้างรักมาหักหาญ
มิทันนานเรื่มรักมิทันนาน
มาบันดาลรักร้างใจห่างทรวง

หักห้ามใจสุดห้ามสุดห้ามหัก
เพิ่งรู้รสห่างรักว่าใหญ่หลวง
ก่อนจะจากฝากลาสุดาดวง
แล้วลาล่วงแรมร้างมากลางชล

ถึงปั่นรักชื่อชักให้หักเศร้า
ที่ปวดร้าวร้างไกลให้ฉงน
เพียงถ้อยคำเท่านั้นมาบันดล
หากคำฅนเล่ห์ลิ้นคงสิ้นแคลง

คำโบราณท่านกล่าวเล่าไว้ว่า
หวานเป็นลมขมเป็นยาคราแถลง
ช่างเปรียบเทียบเอ่ยอ้างทางชี้แจง
ดุจชาดแดงใช่ทาสีมีอยู่เดิม

บางระกำนึกกรรมยิ่งช้ำอก
บาปนรกรุมแช่งแกล้งส่งเสริม
ช้ำเติมต่อต่อช้ำยิ่งซ้ำเติม
ช้ำ ยิ่งเพิ่มยิ่งช้ำช้ำมิวาย

ทั้งสองฝั่งฟากคลองทั้งสองฝั่ง
กระยางนั่งเคียงคู่อยู่เหลือหลาย
จ้องคอยหอยปลาปูอยู่เรียงราย
พอเข้าใกล้บินว่อนเที่ยวร่อนวน

หมู่กระสาหาปลาอยู่คลาคล่ำ
นกเป็ดน้ำผุดดำน้ำขุ่นข้น
ค้นหาปลาหาเหยื่อเพื่อท้องตน
ต่างไม่ทนหิวโหยให้โรยรา

ผิดฅนจนโอ้ฅนต้องทนทุกข์
ยากหากินมีสุขทุกข์หนักหนา
ไร้ทุนรอนลูกจ้างอย่างธรรมดา
โอ้เงินตรามากำหนดอาจอดตาย

ขอฅนรวยคอยช่วยเพื่อนมนุษย์
ประเสริฐสุดที่สุดจุดมุ่งหมาย
ที่ร่ำรวยยังขู่กินมิสิ้นอาย
ทำใจร้ายยิ่งสัตว์ตัดไมตรี

เหล่านกกวักกวักร้องต้องการคู่
หาเรียกชู้ชู้มาหาเร็วรี่
พอนึกนวลนุชน้องหมองฤดี
คงมิมีชายชู้อยู่แนบนาง

เป็นผู้หญิงมีผัวทำชั่วช้า
โลกจะด่าเนื้อทองให้หมองหมาง
ผิดเชื้อชาติศาสนาพาผิดทาง
อย่าเอาอย่างฝรั่งน่าชังใจ

เห็นหงส์ทองล่องวนชลเป็นฟอง
เคียงคู่สองสมสุขดูสดใส
รวยรูปร่างขนสีดูวิไล
จักหาใดมาเปรียบเทียบหงส์ทอง

ระวังตัวกลัวขนของตนยับ
ย้ายขยับประดับขนดูแคล่วคล่อง
ดูทำท่าหาญฮึกคึกคะนอง
ลำพองว่าตนงามมิขามใคร

เกิดเป็นสาวสวยพราวราวรูปหงส์
อย่าลุ่มหลงดัดจริตผิดวิสัย
แม้รูปงามทรามสวาทขาดงามใจ
งามเพียงนอกมิงามในยังไม่งาม

ถึงท่าแพเรือแพแลสลอน
ฅนสัญจรอลวนอยู่ส้นหลาม
พวกหนุ่มหนุ่มรุมเกี้ยวสาวเฝ้าลวนลาม
คิดถึงยามแรกรักมักเอาใจ

พอกินอยู่ด้วยกันมิทันนาน
หญิงปล่อยมารชายปล่อยยักษ์พูดผลักไส
หากเขาแรงเราอ่อนผ่อนตามไป
จึงจะได้จบเรื่องโกรธเคืองกัน

ท่าศาลามีศาลาที่ท่าน้ำ
ลมพัดฉ่ำเย็นระรื่นชื่นสุขสันต์
ที่หนุ่มสาวแรกรักนั่งพักกัน
สารพันมากมีนี่หลายฅน

ถึงบางยอคำยกยอชอบพอนัก
แกล้งทายทักยอไว้ไม่ไร้ผล
แม้รู้ว่าเสแสร้งแกล้งยอตน
แต่ไม่พ้นชื่นชอบระบอบยอ

เมื่อมาถึงบึงบางถึงทางแยก
ชื่อสองแพรกสมชื่อจริงเจียวหนอ
พายเรือเร่งรีบไปไม่รั้งรอ
ถึงบ้างค้อผ่านไปมิทันนาน

ใกล้ตลิ่งฝูงลิงวิ่งมาใกล้
ทำท่าไหว้พยักหน้าขออาหาร
พอโยนกล้วยแย่งยื้อมือลนลาน
อิ่มสราญหลอนหลอกปลอกปลิ้นตา

เปรียบเหมือนฅนหน้าไหว้หลังหลอก
ทำปลิ้นปลอกหลอกเหลือลิงร้ายจริงหนา
หากใครรู้ราวเรื่องเคืองระอา
จักเบือนหน้าเมินหนีตีห่างตน

ถึงคลองเคี้ยวเลี้ยวลดดูคดเคี้ยว
น้ำก็เชี่ยวคิดมาน่าฉงน
คลองคดเคี้ยวเลี้ยวลดเปรียบคดฅน
น้ำเชี่ยววนประดุจใจได้สำแดง

พ้นคุ้งคลองล่องมาถึงท่างิ้ว
ใจหวาบหวิวหวั่นหวาดมิอาจแถลง
ทรวงร้อนรุ่มกลุ่มหนักเพราะรักแรง
หนาวหิ้วแทงร้อยทีไม่มีปาน

มีคำเตือนเพื่อนหญิงชายบอกให้รู้
หากชื่นชู้ผิดรักทำหักหาญ
ตกนรกขึ้นงิ้วเมืองยมบาล
คำโบราณเชื่อไว้ดีมิมีภัย

สมัยนี้ฅนเราช่างเมามัว
หลงลืมตัวเรื่องโลกีย์นี่เป็นใหญ่
หญิงชายตายเพราะชู้อยู่ถมไป
ต้นงิ้วคืออะไรใคร่ตรองดู

ถึงบางเดื่อจอดเรือเพื่อขึ้นบก
ผ่านป่ารกธรรมชาติช่างรวยหรู
เห็นพันธุ์ไม้ให้จิตคิดถึงพธู
ถ้ายอดชู้มากับพี่จะชี้ชม

เห็นต้นแคคิดแคร์คำฝรั่ง
บางสิ่งอย่างแคร์บ้างอย่างเหมาะสม
พร้อมจะปรับรับไว้ในสังคม
แต่มีถมเมินนิยมมิต้องแคร์

เรื่องแฟชั่นล้ำหน้ากว่าสมัย
ฝรั่งเอาอย่างไรไทยไม่แพ้
ใครค่อนล้าสมัยลอบชะแง้
พูดจอแจยิ้มหัวว่าตัวเชย

อย่าแคร์แยแสฅนตาต่ำ
ที่ลืมวัฒนธรรมหน้าตาเฉย
ตามฝรั่งน่ายังยังเกินเลย
ไทยเอ๋ยไทยเราใจเบาจริง

อย่าตามก้นฝรั่งไปทั้งหมด
ฝรั่งตดรับได้ไว้ทุกสิ่ง
จะเหม็นหอมน้อมไว้ไม่ประวิง
คอยตัดทิ้งเสียบ้างทางไม่ดี

เห็นขานางคิดขานางนิ่มนวลน้อง
เฉพาะในหอห้องนะโฉมศรี
แฟชั่นสมัยใหม่เห็นขาฟรี
อับปรีย์นัยน์ตาน่าละอาย

จิตใจอย่างไรได้อวดขา
ริบีฑาวัฒนธรรมให้เสียหาย
งดเสียบ้างอย่างฝรั่งชังแทบตาย
อวดก็ได้แต่ในห้องเพียงสองฅน

ดูดอกรักแบ่งบานตระการตา
ขอรักข้าอมตะค่าสูงล้น
นึกเกลียดรักแบบฝรั่งชังเหลือทน
ที่ชุมชนมีบทรักหนักทรวงใน

เห็นต้นสักหนักซ้ำคำศักดินา
อนิจจาเกิดมาผิดกันนั้นที่ไหน
มีเนื้อหนังมังสากายาใจ
มิมีใครพิเศษเกินเขตพันธุ์

ทีฅนจนอดอยากปากท้องแห้ง
ซ้ำถูกคอยกินแรงน่าโมหันต์
รวยแล้วยังมิพอฉ้อโกงกัน
เพื่อสร้างสรรค์ศักดินาให้ถาวร

พวกยากจนก็จนยิ่งจนยาก
อดลำบากหม่นไหม้มิไถ่ถอน
ถูกกดขี่จนกว่าสู่เชิงตะกอน
ถูกไฟฟอนหมอดไหม้ถึงหายจน

ฅนมั่งมีมีมั่งยิ่งมั่งมี
ตายเป็นผีก็ยังไม่ขัดสน
โลงสวยหรูฉลุลายให้เกียรติตน
เมื่อไรพ้นศักดินาเสียที

เห็นทองกวาวนึกทองของมีค่า
โลกบูชาเงินทองสมัยนี้
ค่าน้ำใจลดลงเพียงผงธุลี
เป็นฅนจนฤามีซึ่งน้ำใจ

เพิ่มท่วมท้นฅนไทยจิตใจต่ำ
ทำระยำกับศาสนาโลกเห็นไหม
ทำลวงหลอกคราบนอกเป็นพระไทย
รวยกันใหญ่ของทานการทำบุญ

ขอสาปแช่งให้ตายอย่าได้เกิด
ไปเป็นเปรตเถิดหนาพวกสถุล
กวียึดศีลธรรมนำเกื้อกุล
ช่วยเกื้อหนุนพุทธศาสน์ให้ถาวร

มองเห็นต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง
เปิดอ้านิ่งหมู่ภุมรินบินว่อน
หากหลงกลลืมกายให้ม้วยมาณ์
เปรียบเอมอรหลอนหลอกปลิ้นปลอกชาย

จิบจอกจาบขาบคุ่มแซงแซว
กดกาแก้วไก่แกแลเหลือหลาย
บางบินวนกอดคอนนอนเรียงราย
ไม่มีนายบังคับนับว่าดี

ผิดกับฅนเป็นนายได้แต่สุข
ที่เป็นไพร่มีทุกข์ไร้สุขขี
ดีกว่าสัตว์หรือว่าอัปรีย์
สังคมใดแบบนี้ดีอย่างไร

เป็นมนุษย์สุดประเสริฐเลิศเทียมทัน
มาแบ่งชั้นวรรณะเหตุไฉน
จะคิดแบ่งแย่งกินกันทำไม
ตายต้องไปเป็นเปรตล้วนเศษดิน

เราร่วมโลกกันนานนะท่านหนา
ถึงเวลาร่างเราก็เผาสิ้น
อย่าคิดคดคิดโค้งเรื่องโกงกิน
ร่วมฟ้าดินผืนนี้มีแบ่งบัน

เสียงแสนแสบแก้วหูดุเหว่าร้อง
เสียงกึกก้องไปไกลทั่วไพรสัณฑ์
ถูกกาไล่รุมจิกพัลวัน
ใกล้จะทันสับสนอลเวง

มีประวัติเล่ามาก็น่าคิด
คือกาผิดแล้วริคิดข่มเหง
คอยกินไข่ดุเหว่าบาปมิเกรง
ไข่ตัวเองแทนไว้สบายตัว

ขี่เกียจซ้ำเบียดเบียนทำลาย
ให้ผู้อื่นพลอยเสียหายชาติชั่ว
ลูกผู้อื่นไม่คิดรักรักลูกตัว
แล้วยิ้มหัวยั่วเยาะอ๋ออีกา

พอลูกใหญ่บินวนจนแคว่วคล่อง
ก็หาช่องแย่งยื้อฤากังขา
ด้วยรักลูกสุดรักจักชีวา
มาถูกล่าซ้ำตายอ้ายกาตี

แสนเพลินเพลินชมไม้แลชมนก
ถึงน้ำตกพรหมโลกแสนสุขศรี
ถึงจุดหมายหลายทางอย่างเปรมปรีด์
นิมิตดีพบงามสมนามพรหม

สถานที่หลายแห่งอาจแต่งปั้น
เสริมเสกสรรค์คลายทุกข์พอสุขสม
นั่งพากเพียรเขียนเล่นเช่นอารมณ์
ด้วยชื่นชมรักกลอนแต่ก่อนเอย