Username:
Password:
หน้าแรก
ห้องสนทนา
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
เว็บไซต์อารมณ์กลอน เว็บไซต์สำหรับผู้มีกลอนในหัวใจ..
>>
บทกลอนไพเราะ
>>
กลอนอวยพร
>>
…”ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา“…
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: …”ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา“… (อ่าน 8 ครั้ง)
0 สมาชิก
และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
โซ...เซอะเซอ
นักกลอนระดับเพชรยอดมงกุฎ
ออฟไลน์
กระทู้: 4163
สมาชิกดีเด่นประจำเดือนนี้..
ผู้เริ่มหัวข้อนี้
|
|
…”ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา“…
«
เมื่อ:
3 ชั่วโมงที่แล้ว
»
หน้าแรก
…”ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา“…
…”ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา“…
แด่ครูผู้สั่งสอนตน จนเติบใหญ่
วิทยาศาสตร์ พลานามัย ไทยศึกษา
โดยด่ำดื่มซึมซับ นับคณา
เป็นวิชาหาเลี้ยงชีพ สำหรับตน
แด่ครูผู้ร้อยเรียง เสียงเสนาะ
แผ่พิเราะฟุ้งไป ไกลเกลื่อนกล่น
ครั้นสดับเสียงกวี เหมือนมีมนต์
บันดาลดลให้พากเพียร ใฝ่เรียนรู้
แด่ครูผู้หล่อหลอม จิตวิญญาณ
ขุดลับล้วงดวงมาน ลึกสุดกู่
ให้เบิ่งมองของจริง หยุดนิ่งดู-
รูปแห่งปรมาณู เรียนรู้ธรรม
ขอก้มกราบ น้อมนึก รำลึกพระคุณ
ในการุณย์จุนเจือ เอื้อเช้าค่ำ
ได้เรียนจบได้ทำงาน ผ่านมืดดำ
ตราบแย้มยล ประพนธ์คำ ลำนำชีวิต
“…รู้ไหม ใครคือผู้แต่งคำไหว้ครู
“ข้าขอประณตน้อม สักการ บูรพคณาจารย์....”
สำหรับนักเรียนทุกคน แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักคำไหว้ครูบทนี้
เพราะท่องจำขึ้นใจ และเปล่งเสียงพร้อมกันในพิธีไหว้ครูทุกๆ
ปีในโรงเรียนแม้โตๆ จบการศึกษากันไปนานแสนนานแล้ว
หลายคนก็ยังท่องจำกันได้ดีเลยทีเดียว
แต่รู้ไหมว่าใครคือผู้แต่ง ? เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อไหร่ ?
และที่โรงเรียนไหนเป็นแห่งแรก??
.
ประเพณีไหว้ครูแบบที่แพร่หลายตามโรงเรียนต่างๆ
ในปัจจุบันนั้น เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกที่
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเมื่อปี 2482
โดย ฯพณฯ ศ. หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล
ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
ได้ริเริ่มเพื่อฟื้นฟูประเพณีนี้ขึ้นส่วนคำไหว้ครูแต่เดิมนั้นประพันธ์โดย
เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล)
บิดาของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล นั่นเอง
.
ต่อมาในปี 2485 นายประยูร ภมรมนตรี รัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ
(ตอนนั้นจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ)
เห็นว่าคำไหว้ครูเดิมนั้นยาวเกินไปและไม่ทันสมัย
จึงขอให้หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล หาผู้แต่งขึ้นใหม่
(หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งในขณะนั้น
เป็นทั้งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดีกรมสามัญศึกษา
และผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา)
ครั้งแรกท่านได้ให้อาจารย์ภาษาไทยในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแต่ง
แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจ
จึงวานให้ภริยา ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล ช่วยแต่ง
.
ผลคือคำไหว้ครูที่ท่านผู้หญิงแต่งเป็นที่พอใจของรัฐมนตรีช่วย
แต่รัฐมนตรีไม่ทราบว่าใครแต่ง
เพราะท่านผู้หญิงสั่งสามีว่าไม่ให้บอกว่าใครแต่ง
ประยูร ภมรมนตรี จึงได้แต่บันทึกขอบคุณไว้ว่า
“คำไหว้ครูนี้ใช้ได้ดี ขอขอบคุณผู้แต่งซึ่งไม่ทราบว่าผู้ใด"
.
ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล เล่าไว้ว่าการแต่งคำไหว้ครูนี้
เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเธอ “
พอฉันประสาทดีพอแต่งหนังสือได้เสียครั้งหนึ่งแล้ว
สติสัมปชัญญะก็เริ่มจะกลับมาใหม่
ฉันแปลบทมหาอุปรากรเรื่อง เฟ้าสต์
เป็นคำประพันธ์เรื่องแรกภายหลังการป่วยหนัก
ต่อจากนั้นก็แปลเรื่อง มาดาม บัตเตอร์ฟลาย
รัตนาวลี และอื่นๆ ติดต่อกันไปหลายเรื่อง
เพราะฉันชอบการเขียนหนังสือ เคยมีหนังสือพิมพ์รายวัน
วิจารณ์หนังสือของฉัน ซึ่งไม่ได้นำออกขายว่า
ฉันเป็นเพชรเม็ดหนึ่งในวงการประพันธ์
แต่เป็นผู้ที่ไม่ต้องห่วงหม้อข้าว
จึงไม่มีการขายหนังสือของฉันในตลาดหนังสือ”
(จากหนังสือ “เรื่องของคนห้าแผ่นดิน”)
.
คำไหว้ครูต้นฉบับที่ท่านผู้หญิงดุษฏีมาลา
Kประพันธ์ไว้ในปี 2485
และเริ่มใช้ครั้งแรกในพิธีไหว้ครู
ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาประจำปีนั้น คือ
.
“ข้าขอประณตน้อม สักการ บูรพคณาจารย์
ผู้กอปร์เกิดประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา แก่ข้าในกาลปัจจุบัน
ข้าขอเคารพ อภิวันทน์ ระลึกคุณอนันต์ ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี
แก่ชาติและประเทศไทยเทอญ”
.
ในหนังสือ “หกสิบปี ต.อ. 14” นิรมล ตีรณสาร สวัสดิบุตร
ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่น 14
ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้คำไหว้ครูในระยะหลังๆ
Lที่ผิดไปจากบทดั้งเดิมว่ามีอยู่สี่จุด
.
1. ข้า หมายถึงสรรพนามบุรุษที่ 1 ไม่ใช่ ข้าฯ
ซึ่งเป็นคำย่อจาก ข้าพเจ้า
2. กอปร์ หมายถึง ประกอบ ไม่ใช่ ก่อ
หมายถึงครูเป็นผู้ประกอบกิจการที่เป็นประโยชน์แก่การศึกษา
ส่วน ก่อ นั้นแปลว่า ทำให้เกิด
3. อภิวันทน์ มาจาก อภิ = ยิ่ง
Lวันทน = การไหว้ การเคารพ
รวมคือ การไหว้อย่างนอบน้อมยิ่ง
ขณะที่ในพจนานุกรมมีคำว่า อภิวันท์ แปลว่า กราบไหว้ เฉยๆ
4. ประโยชน์ทวี แก่ชาติและประเทศไทยเทอญ
ไม่ใช่ ประโยชน์แก่ข้าฯ และประเทศไทยเทอญ
ที่ใช้ผิดกันอยู่หลายโรงเรียน ซึ่ง “ชาติ”
ให้ความหมายถึงประชาชนที่เป็นพลเมืองของประเทศ
หมายถึงส่วนร่วม จึงมีความหมายดีกว่า ข้าฯ ที่เน้นประโยชน์ตนเอง
.
ใกล้เปิดเทอม และโรงเรียนกำลังจะเปิดการสอน
หลังวิกฤตโควิด-19ถือโอกาสน้อมรำลึกบุญคุณครูทุกท่านครับ…”
[ เรียบเรียง : สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
อ้างอิง : หนังสือ “หกสิบปี ต.อ. 14 ชีวิตนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา
เมื่อกว่า 60 ปี” จัดพิมพ์โดย ชมรม ต.อ. 14 พ.ศ. 2556
บรรณาธิการ : รองศาสตราจารย์นิรมล ตีรณสาร สวัสดิบุตร ]
Soul Searcher
Inspired to write 16/1/2026
บันทึกการเข้า
~รวมทุกสำนวนของ"โซ...เซอะเซอ"ครับ~
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
บทกลอนไพเราะ
-----------------------------
=> กลอนรัก
=> กลอนเศร้า
=> กลอนคิดถึง
=> กลอนงอนง้อ
=> กลอนคลายเครียด
=> กลอนให้แง่คิด
=> กลอนอวยพร
=> บทประพันธ์อันน่าประทับใจ
=> กลอนเปล่า
=> เรื่องสั้น แนวนิยาย
-----------------------------
อารมณ์กลอน
-----------------------------
=> การใช้งานบอร์ด-แจ้งปัญหา
=> สมาชิกแนะนำตัว
=> สารบัญกลอน สมาชิกกลอน
=> ห้องเรียนรู้คำประพันธ์
=> โคลง
=> ฉันท์ กาพย์ ร่าย
=> กลบท
=> คำคมอารมณ์กลอน
===> หมวดความรัก
===> หมวดเศร้า - อกหัก
===> หมวดการให้แง่คิด
===> หมวดคลายเครียด
-----------------------------
คุยเรื่องร้อยแปดชาวอารมณ์กลอน
-----------------------------
=> ห้องศิลปวัฒนธรรม
===> หมวดการท่องเที่ยว
===> หมวดอาหาร
===> หมวดศิลปกรรม
=> กระดานประชาสัมพันธ์สำหรับสมาชิก
=> คุยได้ทุกเรื่อง
=> ดูหนัง-ฟังเพลง-คลิปความบันเทิง
=> ขอความช่วยเหลือในการแต่งคำประพันธ์
-----------------------------
กฎระเบียบและการจัดการประกวดคำประพันธ์
-----------------------------
=> ห้องประกวดคำประพันธ์
กำลังโหลด...