พีรดาไม่ได้ตั้งใจจะกลับมาที่บ้านหลังนี้เร็วขนาดนี้ แต่หลังจากกลับไปเปิดไฟล์งานเมื่อคืน เธอพบว่าโน้ตจากการดูบ้านครั้งแรก ยังมีช่องว่างอยู่หลายจุด ทั้งรายละเอียดวัสดุ ลำดับการปรับพื้นที่ และภาพบรรยากาศบางช่วง ที่เธออยากเก็บเพิ่ม เพื่อให้งานรีวิว “สมบูรณ์กว่านี้”
งาน
คือเหตุผลที่เธอบอกตัวเอง ไม่ใช่เพราคำพูดสั้น ๆ เมื่อวาน
“วันนั้นคุณตัวร้อนมาก”
เสียงที่ยังค้างอยู่ในหัว
บ้านหลังนี้เป็นบ้านเก่าที่กำลังถูกรีโนเวท โครงสร้างเดิมยังอยู่ แต่ถูกเปิด เพื่อปรับเปลี่ยน และจัดวางใหม่
ผนังบางส่วนถูกรื้อออก พื้นไม้เก่าถูกขัดจนเห็นลาย กลิ่นปูน กลิ่นไม้ ผสมกันจนเกิดบรรยากาศแปลกประหลาด เหมือนบ้านกำลังหายใจอีกครั้ง
พีรดามาถึงเช้า เร็วกว่านัดเล็กน้อย บ้านเงียบ เงียบจนได้ยินเสียงฝีเท้าตัวเอง สะท้อนบนพื้นปูนที่ยังไม่ปูทับ เธอยืนอยู่แถวมุมครัวชั่วคราว มือถือแก้วกาแฟ ที่คุณน้าซื้อมาให้ก่อนออกมา สายตากวาดมองพื้นที่อย่างตั้งใจ พยายามบอกตัวเองว่า วันนี้เธอมาที่นี่ในฐานะ คนทำงาน
-เขาจะมาหรือเปล่านะ-
ความคิดนั้นผุดขึ้นมา โดยที่เธอไม่ทันห้ามมัน
“กาแฟคงหมดฤทธิ์แล้วล่ะครับ”
เสียงปภาวินดังขึ้นจากด้านหลัง ใกล้กว่าที่เธอคาดไว้
“อ๊ะ—!”
พีรดาสะดุ้ง หันกลับไปต้นเสียงอย่างเร็ว มือสั่น กาแฟในแก้วกระเพื่อมแรง ปภาวินเอื้อมมือมารับแก้วแทนทันที แต่…ไม่ทัน
หยดกาแฟกระเด็นลงพื้นปูน ดังแปะ
/เงียบ/
พีรดาประคองกาแฟในมือยกค้าง ไว้ด้วยความตกใจ
ทั้งคู่ก้มมองคราบกาแฟพร้อมกัน เหมือนกำลังยืนดูหลักฐานบางอย่าง ที่ไม่มีใครอยากพูดถึง
“…ผมขอโทษครับ”
ปภาวินพูดเร็ว เร็วเกินบุคลิกเขาไปนิด พีรดาชะงัก ก่อนจะหลุดหัวเราะ
“ไม่เป็นไรค่ะ พื้นยังไม่เสร็จอยู่แล้ว”
ปภาวินถอนหายใจเบา ๆ เหมือนโล่งอก เขาหยิบผ้าเก่ามาเช็ดพื้น เช็ดจริงจัง จริงจังเกินเหตุ พีรดามองเขา แล้วคำถามก็หลุดออกมา เกินกว่าความคิดจะห้ามทันอีกครั้ง
“คุณรู้ได้ยังไงคะ…ว่าดาเป็นไข้”
มือปภาวินหยุด ไม่ใช่หยุดแบบตกใจ แต่หยุดแบบ คิด เขาไม่เงยหน้าทันที ยังคงเช็ดพื้นต่อ เหมือนให้เวลาเลือกคำตอบ
“ผมเคยอยู่กับคนที่เป็นไข้ครับ”
คำตอบนั้น… ไม่ใช่คำตอบ
พีรดาหรี่ตา
“ทุกคนก็เคยอยู่กับคนเป็นไข้ค่ะ”
ปภาวินยิ้มมุมปาก เล็กมาก แต่พีรดาเห็น
“แต่ไม่ใช่ทุกคนจะสังเกตได้”
เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
“คุณตัวร้อนจริง ๆ ครับ"
ตาไม่โฟกัส หายใจสั้น
"แล้วก็…ดื้อ”
“ดื้อ?” พีรดาทวนคำแบบสงสัย
“บอกให้พักก็ไม่พัก”
พีรดาอ้าปากจะเถียง แต่กลับเงียบ ก็จริง เธอหันหน้าไปทางอื่น ก่อนยกแก้วกาแฟที่เหลือขึ้นดื่ม ก่อนหันกลับมาพูดกับเขาอีกครั้ง
“คุณนี่…สังเกตเก่งจังนะคะ”
“อาชีพพาไปครับ"
เขาตอบเรียบ พีรดาหัวเราะแห้ง ๆ ใจเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล
ปภาวินลุกขึ้น เดินนำไปยังโถงกลางบ้าน
“ตรงนี้จะเป็นพื้นที่นั่งเล่น แต่ผมตั้งใจทำให้โล่งหน่อย”
เขาพูดต่อ น้ำเสียงกลับเป็นงานเป็นการเหมือนเดิม พีรดาเดินตาม ตั้งใจมองทาง ตั้งใจฟัง . แต่เธอกลับคิดถึงมือที่เคยจับข้อมือเธอไว้บนเรือ
พีรดาเดินอ้อมไปอีกฝั่งของบ้าน ก้มดูพื้นไม้เก่าที่ถูกรื้อออกบางส่วน เธอขยับเข้าไปใกล้หน้าต่างบานหนึ่ง โดยไม่ทันสังเกตว่า พื้นตรงนั้นยังไม่ได้ยึดแน่นดี
“ตรงนั้นอย่า—”
เสียงปภาวินดังขึ้นทันที เข้ม สั้น ชัด พีรดาหยุดเท้าชะงัก หัวใจหล่นวูบ
“…อย่าเหยียบ!”
เขาเดินเข้ามาเร็วเกินกว่าที่เธอคิด มือหนึ่งเอื้อมมาจับแขนเธอไว้ อีกมือชี้ไปที่พื้นไม้ที่แยกออกจากโครงเล็กน้อย
“มันยังไม่ล็อก ถ้าลื่น—”
ปภาวินหยุดคำพูดกลางประโยค เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่า เสียงของตัวเองเข้มเกินไป พีรดามองหน้าเขา ตาโตนิดหนึ่ง ไม่ได้ตกใจ แค่…อึ้ง
“ขอโทษครับ”
เขาลดเสียงลงทันที
“ติดนิสัย”
เธอหัวเราะเบา ๆ เหมือนคลายบรรยากาศ
“ไม่เป็นไรค่ะ ดาเคยโดนดุกว่านี้อีก”
ปภาวินเลิกคิ้ว
“จากใครครับ”
“จากคนบนเรือวันนั้นค่ะ”
เธอตอบเร็ว มองเขานิ่ง เขาเหมือนสะดุด และอึ้งไปขณะ เขามองเธอครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มมุมปากแบบขำๆ ก่อนจะพูดเสียงเรียบกว่าเดิม
“ผมไม่ได้ดุเพราะรำคาญนะครับ”
“แค่…ไม่อยากให้คุณเจ็บ”
คำว่า ไม่อยากให้คุณเจ็บ ออกจากปากเขา เหมือนเป็นเรื่องปกติ แต่กลับทำให้พีรดานิ่งไปชั่ววินาที
“…เข้าใจค่ะ”
เธอตอบเบา รู้สึกได้ว่าใจมันสั่นแรง
“เป็นอะไรไป เดี๋ยวหนังสือคุณจะเขียนไม่จบ”
เขาพูดเรียบ ๆ หน้าตาย ประโยคที่พีรดาได้ยินแล้ว เหมือนถูกช็อตฟิลความละมุนเมื่อสักครู่นี้
“อ้าว! ตานี่” เสียงในหัวพีรดามาไวไม่ทันตั้งตัว
ขณะนั้นปภาวินขยับถอยกลับมาหนึ่งก้าว คราวนี้เดินช้าลง และระวังมากขึ้น ปภาวินถอนหายใจเบา ๆ เหมือนเพิ่งวางภารกิจบางอย่างลง
“เชิญครับ ทางที่ควรไปดูทางนี้ปลอดภัย”
ปภาวินผายมือชี้เชิญไปอีกทาง พีรดาเดินตามที่เขาบอก ให้ออกไปก่อนเขา ผ่านทางกั้นแคบๆ เขาไม่ขยับเลย
พีรดามองตาเขาแล้ว เหมือนโดนคำสั่งว่าต้องไป เดินไปก่อน พีรดาเหมือนโดนสะกด ไม่ให้มีทางเลือก ที่ต้องเดินผ่านเขาไปในที่แคบๆ
พีรดาเดินเฉียดเขาในระยะประชิด ไหล่พีรดาโดนหน้าอกเขาเบา กลิ่นหอมอ่อน ๆ กลิ่นสบู่ยามเช้าสินะ ทำให้พีรดาเกิดรู้สึกแปลกๆ หลังจากเดินผ่านเขาเงียบ ๆ ปภาวินก็เดินตามออกมา และเดินเลยไปสั่งอะไรบางอย่างกับคนงาน พีรดาหันกลับไปมองทางเดินที่ผ่านมา ตรงจุดที่เดินผ่านเขามา จุดที่เขายืนอยู่
ตรงนั้น
เขายืนกันพีรดา ไม่ให้ใกล้บริเวณนั้น ที่อาจพลาดลื่นล้มไปฝั่งนั้น ฝั่งอันตราย พีรดาหันกลับไปมองจุดนั้นอีกครั้ง เธอไม่อยากเดินกลับไปทางเดิม
ในระยะประชิดขนาดนั้น ไม่ได้ทำให้เธอกลัว แต่ กลับรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด
บ่ายนั้นฝนตกพรำ ไม่หนัก แต่พอให้กลิ่นดินลอยขึ้นมาอีกครั้ง ลมพัดเอาละอองฝน เข้ามาโดนตัวพีรดา ปภาวินยื่นผ้าขนหนูให้เธอเหมือนเคย
“คราวนี้ผมติดสติกเกอร์เตือนแล้วนะครับ”
เขาพยักไปทางกระจก พีรดาหลุดยิ้ม หัวใจอุ่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“คุณนี่…จำเก่งเหมือนกันนะคะ”
ปภาวินยักไหล่ แต่รอยยิ้มหลุดออกมาเต็ม ๆ เป็นครั้งแรก
“บางเรื่องผมไม่ค่อยลืมครับ”
คืนนั้น พีรดากลับไปพร้อมคำถามใหม่ ไม่ใช่แค่ เขารู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นไข้
แต่เป็น— เขาจำเรื่องของเธอ มากแค่ไหนกันแน่
ถ้าวันหนึ่งเธอไม่สบายอีก เขาจะยัง “รู้ทัน” เธอแบบนี้ โดยไม่ต้องมีเหตุผลใด ๆ เหมือนวันนี้…หรือเปล่า
|
(https://i.ibb.co/k6yHn7MW/ed1c048f-b359-42da-9537-349d922b312a.png) (https://ibb.co/PzYmpLtf)
เหนื่อยเลย 555 ช่วยเขียนต่อก็ดีนะคะ เริ่มแย่ละ งานเข้าถี่ กลัวเขียนไม่จบเหมือนปภาวินว่า 555