Username:

Password:


  • หน้าแรก
  • ห้องสนทนา
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
เว็บไซต์อารมณ์กลอน เว็บไซต์สำหรับผู้มีกลอนในหัวใจ.. >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
 11 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนอวยพร / Re: ปีใหม่อีกปี
 เมื่อ: 19 มกราคม, 2569, 10:56:47 PM 
เริ่มโดย สิริวตี - กระทู้ล่าสุด โดย เฒ่าธุลี
♠.♠
เมื่อรอยยิ้มของเธอเจอหน้าฉัน
ทั้งชีวันความเหงาเศร้าหมองศรี
ก็สลายหายไปในทันที
สวัสดีปีใหม่ได้ชัยโย
♠.♠
เมื่อปีเก่าผ่านไปไม่หวนกลับ
เตียมต้อนรับปีใหม่ให้สุขโข
ทิ้งความทุกข์รุมร้อมจนผอมโซ
โรคพุงโรสลายคลายจางไป
♠.♠
วันเดือนปีหมุนเวียนเปลี่ยนพ.ศ.
ฉันยังขอรักเธอเพ้อหลงใหล
ปีจะเคลื่อนเดือนคล้อยลอยลับไป
พ.ศ.ไหนใจฉันมั่นรักจริง
♠.♠
วอนสายลมพรมไหวไปบอกเธอ
ฉันเฝ้าเพ้อหลงใหลใฝ่รักยิ่ง
พ.ศ.เปลี่ยนเวียนไปไม่ประวิง
ทุกทุกสิ่งเกิดดับลับตามกาล
♠.♠
ดงดอกอ้อริมน้ำฉ่ำเย็นใส
น้ำไหลไปไม่กลับลับเลยผ่าน
มองดอกอ้อล้อลมพรมผลิบาน
ปีเก่าผ่านเปลี่ยนไปไม่รั้งรอ
♠.♠
ฉันรักเธอยิ่งนักรักที่สุด
ไม่เคยหยุดสักครั้งยังรักต่อ
พ.ศ.เปลี่ยนผันไปไม่ย่อท้อ
ช่าง.พ.ศ.แต่ใจไม่เปลี่ยนตาม
♠.♠
เฒ่าธุลี


 12 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนคลายเครียด / Re: กลุ้ม
 เมื่อ: 19 มกราคม, 2569, 07:00:37 PM 
เริ่มโดย Msp. - กระทู้ล่าสุด โดย Msp.
ท่าจะจริงอย่างว่านะท่านพี่
ดูช่วงนี้ตกมันพลันลงเหว
คลำสะดือรื้อขอบหารอบเอว
ไขมันเปลวเยิ้มย้วยซวยจริงเชียว

เจอคุณพี่ดีใจคล้ายเจอหมอ
รักน้องแบบฮาร์ดคอร์พอเสียวเสียว
ช่วยดูแลเอาบุญอุ่นกลมเกลียว
พูดแล้วเอี้ยวตัวขึ้นคอหาหมอกัน

เดินตรงไปข้างหน้าเลี้ยวขวาพี่
แวะซื้อหมี่ผัดไข่ให้กับฉัน
กินบนคอหมออยู่ไหนไม่สำคัญ
เดินให้มั่นอย่าเซ เฮ้!เดี๋ยวตี

เดินดีเซ้!เซถลาขาถลำ
กินหมี่คำสำลักกระอักหมี่
หล่นราดหัวรั่วรดหมดพอดี
กัดหูทีพี่บ้าตาไม่ดู!

ถึงห้องหมอรอบแป๊บแว๊บหมอถึง
ไฉนดึงขาพี่จั่นฉันหดหู่
หลายคนงัดจัดลากมากกูรู
"คนไข้อยู่ญาติกลับนะอย่าวุ่นวาย"

ว้า!หมอไล่หนูกลับจับพี่ฉัน
กลับแล้วกันหมอดีพี่คงหาย
ที่นอนดีเอานะคงสบาย
ลาพี่ชายไปล่ะมะแปร์ลา

Msp.





 13 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนคลายเครียด / Re: กลุ้ม
 เมื่อ: 19 มกราคม, 2569, 08:52:54 AM 
เริ่มโดย Msp. - กระทู้ล่าสุด โดย จั่นเจา


เป็นอาการโรครุมใกล้คลุ้มคลั่ง
ยามนอนนั่งเพ้อสั่งระวังหนา
พร่ำครวญครางอย่างร้ายหลายเวลา
ทั้งหน้าตาดำคล้ำสีกล่ำนิล

คงใกล้แล้วละหนอละออเจ้า
บ้าเร่งเร้าเสียงแปร่งลิ้นแข็งหิน
ชอบพูดเพ้อละเมอไปเบื่อได้ยิน
แสนชาชินเซ็งจิตความคิดนาง

ตำหนิจริงชิงชังทุกครั้งเล่า
ภาพฝังเก่า...ปมชาย..เขากลายห่าง
ตัองลำบากปากบ่นแบบจนทาง
หวังทุกข์สร่างเพ้อเศร้าต้องเข้าใจ

ถ้าประจำรำคาญขอวานแจ้ง
ถึงตึกแดงรับแม่คงแก้ได้
โรคแปรปรวนกวนชาวบ้านปล่อยนานไป
กำเริบใหญ่มิคุ้ม..ช่วยอุ้มไปเร็ว


Jannjao

 14 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนคลายเครียด / กลุ้ม
 เมื่อ: 18 มกราคม, 2569, 07:08:33 PM 
เริ่มโดย Msp. - กระทู้ล่าสุด โดย Msp.
กลุ้ม

 

นอนเท้าก่ายหน้าผากมากเรื่องกลุ้ม
คิดเร้ารุมสุมหัวรัวเป็นสาย
หัวจะปวดสวดมนต์จนตาลาย
หาเรื่องคลายกลุ้มจังทำยังไง

คนนอนน้อยลอยตาว่าคงรอด
เหล้าท่วมปอดยอดอื้อซื้อขวดใหม่
งานนอกมาตีงานหลักพักเช่นไร
ต้องหายใจแบ่งฝ่ายตายแล้วเรา

กินก็อิ่มยิ้มไหวใจก็สู้
นอนคุดคู้อู้แอบแบบว่าเศร้า
เงินมันล้นวนหัวมั่วจนเมา
นอนร้านเหล้าเข้างานมันใกล้ดี

แม้ยามกินบ่ได้นอนยังร้อนรุ่ม
นอนหลับกลุ้มกินบ่ได้ใจเต้นถี่
หลับเป็นตายไม่ปลุกลุกไม่มี
ตื่นอีกทีหุ้นขึ้นยืนตะลึง

ทองยังขึ้นกลุ้มใจขายไม่หมด
แสนสลดปีนี้มีเงินถึง
เกิดมาสวยรวยเกินเดินรำพึง
หนุ่มมองจึ้งสายตาน่ารำคาญ

มีแต่เรื่องคิดมากลำบากเลือก
ชายข้าวเปลือกคัดไว้ไม่ค่อยผ่าน
มีแต่หล่อรวยร่ำชอบทำงาน
น่าสงสารเรานักจักเลือกใคร

ขอเลือกงานตอนนี้งานที่รัก
เวลาพักไม่มีแอบหนีได้
นอนคนเดียวเที่ยวลำพังฟังเพลงไป
กลุ้มไฉนไปเรื่อยเมื่อยก็นอน

กลุ้มใจแท้แม่เอ๊ยเคยสงบ
นั่งนับศพยุงลายให้โหยอ่อน
ไร้อารมณ์ข่มจิตลิขิตกลอน
อรชรบ่นเสร็จเสด็จลา


Msp.

 












 15 
 อารมณ์กลอน / หมวดการให้แง่คิด / คือพระพุทธงามผ่อง..ริมคลองขุด..
 เมื่อ: 18 มกราคม, 2569, 01:34:35 PM 
เริ่มโดย ระนาดเอก - กระทู้ล่าสุด โดย ระนาดเอก


ขอแสดงความปรารถนาดี
ระนาดเอก



 16 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนคลายเครียด / Re: 4 คำกำหนด เป็นกลอน 1 บท
 เมื่อ: 18 มกราคม, 2569, 11:20:42 AM 
เริ่มโดย จั่นเจา - กระทู้ล่าสุด โดย Msp.
ลมแรงมาผ้าพันคอก็คลายหนาว
เริ่มนั่งหาวตาฉ่ำน้ำลายไหล
ลุกเดินชงโปรตีนกินโดยไว
แล้วออกไปดูมะกอกนอกรั้วเรือน

Msp.



ถล่ม   นกเอี้ยง  เลื่อย  ม้านั่ง

 17 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนอวยพร / …”ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา“…
 เมื่อ: 16 มกราคม, 2569, 12:59:33 PM 
เริ่มโดย โซ...เซอะเซอ - กระทู้ล่าสุด โดย โซ...เซอะเซอ


…”ปาเจราจริยาโหนติ คุณุตตรานุสาสกา“…

     แด่ครูผู้สั่งสอนตน จนเติบใหญ่
     วิทยาศาสตร์ พลานามัย ไทยศึกษา
     โดยด่ำดื่มซึมซับ นับคณา
     เป็นวิชาหาเลี้ยงชีพ สำหรับตน
 
     แด่ครูผู้ร้อยเรียง เสียงเสนาะ
     แผ่พิเราะฟุ้งไป ไกลเกลื่อนกล่น
     ครั้นสดับเสียงกวี เหมือนมีมนต์
     บันดาลดลให้พากเพียร ใฝ่เรียนรู้

     แด่ครูผู้หล่อหลอม จิตวิญญาณ
     ขุดลับล้วงดวงมาน ลึกสุดกู่
     ให้เบิ่งมองของจริง หยุดนิ่งดู-
     รูปแห่งปรมาณู เรียนรู้ธรรม

     ขอก้มกราบ น้อมนึก รำลึกพระคุณ
     ในการุณย์จุนเจือ เอื้อเช้าค่ำ
     ได้เรียนจบได้ทำงาน ผ่านมืดดำ
     ตราบแย้มยล ประพนธ์คำ ลำนำชีวิต


    

“…รู้ไหม ใครคือผู้แต่งคำไหว้ครู
“ข้าขอประณตน้อม สักการ บูรพคณาจารย์....”


สำหรับนักเรียนทุกคน แทบจะไม่มีใครไม่รู้จักคำไหว้ครูบทนี้
เพราะท่องจำขึ้นใจ และเปล่งเสียงพร้อมกันในพิธีไหว้ครูทุกๆ
ปีในโรงเรียนแม้โตๆ จบการศึกษากันไปนานแสนนานแล้ว
หลายคนก็ยังท่องจำกันได้ดีเลยทีเดียว
แต่รู้ไหมว่าใครคือผู้แต่ง ? เริ่มใช้ครั้งแรกเมื่อไหร่ ?
และที่โรงเรียนไหนเป็นแห่งแรก??
.
ประเพณีไหว้ครูแบบที่แพร่หลายตามโรงเรียนต่างๆ
ในปัจจุบันนั้น เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกที่
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาเมื่อปี 2482
โดย ฯพณฯ ศ. หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล
ผู้ก่อตั้งโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
ได้ริเริ่มเพื่อฟื้นฟูประเพณีนี้ขึ้นส่วนคำไหว้ครูแต่เดิมนั้นประพันธ์โดย
เจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราบดี (หม่อมราชวงศ์เปีย มาลากุล)
บิดาของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล นั่นเอง
.
ต่อมาในปี 2485 นายประยูร ภมรมนตรี รัฐมนตรีช่วยศึกษาธิการ
(ตอนนั้นจอมพลแปลก พิบูลสงคราม เป็นรัฐมนตรีว่าการฯ)
เห็นว่าคำไหว้ครูเดิมนั้นยาวเกินไปและไม่ทันสมัย
จึงขอให้หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล หาผู้แต่งขึ้นใหม่
(หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ดำรงตำแหน่งหลายตำแหน่งในขณะนั้น
เป็นทั้งปลัดกระทรวงศึกษาธิการ อธิบดีกรมสามัญศึกษา
และผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา)
ครั้งแรกท่านได้ให้อาจารย์ภาษาไทยในโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาแต่ง
แต่ก็ยังไม่เป็นที่พอใจ
จึงวานให้ภริยา ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล ช่วยแต่ง
.
ผลคือคำไหว้ครูที่ท่านผู้หญิงแต่งเป็นที่พอใจของรัฐมนตรีช่วย
แต่รัฐมนตรีไม่ทราบว่าใครแต่ง
เพราะท่านผู้หญิงสั่งสามีว่าไม่ให้บอกว่าใครแต่ง
ประยูร ภมรมนตรี จึงได้แต่บันทึกขอบคุณไว้ว่า
“คำไหว้ครูนี้ใช้ได้ดี ขอขอบคุณผู้แต่งซึ่งไม่ทราบว่าผู้ใด"
.
ท่านผู้หญิงดุษฎีมาลา มาลากุล เล่าไว้ว่าการแต่งคำไหว้ครูนี้
เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเธอ “
พอฉันประสาทดีพอแต่งหนังสือได้เสียครั้งหนึ่งแล้ว
สติสัมปชัญญะก็เริ่มจะกลับมาใหม่
ฉันแปลบทมหาอุปรากรเรื่อง เฟ้าสต์
เป็นคำประพันธ์เรื่องแรกภายหลังการป่วยหนัก  
ต่อจากนั้นก็แปลเรื่อง มาดาม บัตเตอร์ฟลาย
รัตนาวลี และอื่นๆ ติดต่อกันไปหลายเรื่อง
เพราะฉันชอบการเขียนหนังสือ เคยมีหนังสือพิมพ์รายวัน
วิจารณ์หนังสือของฉัน ซึ่งไม่ได้นำออกขายว่า
ฉันเป็นเพชรเม็ดหนึ่งในวงการประพันธ์
แต่เป็นผู้ที่ไม่ต้องห่วงหม้อข้าว
จึงไม่มีการขายหนังสือของฉันในตลาดหนังสือ”
(จากหนังสือ “เรื่องของคนห้าแผ่นดิน”)
.
คำไหว้ครูต้นฉบับที่ท่านผู้หญิงดุษฏีมาลา
Kประพันธ์ไว้ในปี 2485
และเริ่มใช้ครั้งแรกในพิธีไหว้ครู
ของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาประจำปีนั้น คือ
.
“ข้าขอประณตน้อม สักการ บูรพคณาจารย์
ผู้กอปร์เกิดประโยชน์ศึกษา
ทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา แก่ข้าในกาลปัจจุบัน
ข้าขอเคารพ อภิวันทน์ ระลึกคุณอนันต์ ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี
แก่ชาติและประเทศไทยเทอญ”
.
ในหนังสือ “หกสิบปี ต.อ. 14” นิรมล ตีรณสาร สวัสดิบุตร
ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่น 14
ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้คำไหว้ครูในระยะหลังๆ
Lที่ผิดไปจากบทดั้งเดิมว่ามีอยู่สี่จุด
.
1. ข้า  หมายถึงสรรพนามบุรุษที่ 1 ไม่ใช่ ข้าฯ
ซึ่งเป็นคำย่อจาก ข้าพเจ้า
2. กอปร์ หมายถึง ประกอบ ไม่ใช่ ก่อ
หมายถึงครูเป็นผู้ประกอบกิจการที่เป็นประโยชน์แก่การศึกษา
ส่วน ก่อ นั้นแปลว่า ทำให้เกิด  
3. อภิวันทน์ มาจาก อภิ = ยิ่ง  
Lวันทน = การไหว้ การเคารพ
รวมคือ การไหว้อย่างนอบน้อมยิ่ง  
ขณะที่ในพจนานุกรมมีคำว่า อภิวันท์ แปลว่า กราบไหว้ เฉยๆ
4. ประโยชน์ทวี แก่ชาติและประเทศไทยเทอญ  
ไม่ใช่ ประโยชน์แก่ข้าฯ และประเทศไทยเทอญ
ที่ใช้ผิดกันอยู่หลายโรงเรียน  ซึ่ง “ชาติ”
ให้ความหมายถึงประชาชนที่เป็นพลเมืองของประเทศ
หมายถึงส่วนร่วม จึงมีความหมายดีกว่า ข้าฯ ที่เน้นประโยชน์ตนเอง
.
ใกล้เปิดเทอม และโรงเรียนกำลังจะเปิดการสอน
หลังวิกฤตโควิด-19ถือโอกาสน้อมรำลึกบุญคุณครูทุกท่านครับ…”

[ เรียบเรียง : สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
อ้างอิง : หนังสือ “หกสิบปี ต.อ. 14  ชีวิตนักเรียนเตรียมอุดมศึกษา
เมื่อกว่า 60 ปี” จัดพิมพ์โดย ชมรม ต.อ. 14 พ.ศ. 2556
บรรณาธิการ : รองศาสตราจารย์นิรมล ตีรณสาร สวัสดิบุตร ]

Soul Searcher
Inspired to write 16/1/2026




 18 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนคลายเครียด / Re: 4 คำกำหนด เป็นกลอน 1 บท
 เมื่อ: 15 มกราคม, 2569, 12:38:27 PM 
เริ่มโดย จั่นเจา - กระทู้ล่าสุด โดย ยูริน
กลางคืนหนาวน้ำค้างนั่งผิงไฟ
เข้านอนไวไยฉันนั้นตื่นสาย
ร่างสั่นหนาวหลบลมผ้าห่มกาย
หมอกสลายสายแดดอุ่นละมุนใจ

ยูริน


โปรตีน   มะกอก   ผ้าพันคอ  ลมแรง

 19 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนเศร้า / Re: เดียวดาย
 เมื่อ: 15 มกราคม, 2569, 12:31:34 PM 
เริ่มโดย กวินพัฒน์ - กระทู้ล่าสุด โดย ยูริน
คนไม่พบความเหงาเขาหรือรู้
ความหดหู่รันทดมิสดใส
ดูอ้างว้างเหน็บหนาวร้าวข้างใน
เหมือนมิมีผู้ใดให้สำคัญ

คนรอบข้างมากมายคล้ายมิใช่
คนที่ใกล้ไม่มีที่ใจฉัน
คนรอบข้างผ่านไปในทุกวัน
คนใกล้กันคล้ายไม่มีแสนเดียวดาย


ยูริน


 20 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนเศร้า / Re: เดียวดาย
 เมื่อ: 13 มกราคม, 2569, 09:41:26 PM 
เริ่มโดย กวินพัฒน์ - กระทู้ล่าสุด โดย กวินพัฒน์
ยามเดียวดายคล้ายโลกก็โศกเศร้า
เมื่อยามเหงาเศร้าหนักกระอักกระอ่วน
ยามโดดเดี่ยวเปลี่ยวใจให้รัญจวน
ใจเลยครวญเพราะเหงาร้าวฤดี

ต่อให้มีคนรอบข้างอย่างมากอยู่
เพียงรับรู้ว่าเดียวดายไม่อาจหนี
"คนรอบข้างมากมายคล้ายไม่มี
บทกวีเท่านั้นที่เข้าใจ"


M.



สองวรรคสุดท้ายผมเคยอ่านงานมะสะแปร์มาเจอวรรคนี้ครับ
ชอบเลยมันติดในหัว ขออภัยด้วยนะครับที่เอามต่อกลอนตัวเอง

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.141 วินาที กับ 29 คำสั่ง
กำลังโหลด...