Username:

Password:


  • หน้าแรก
  • ห้องสนทนา
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
เว็บไซต์อารมณ์กลอน เว็บไซต์สำหรับผู้มีกลอนในหัวใจ.. >> กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
 21 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนเปล่า / Re: ถ้าโลกนี้มีความหมาย
 เมื่อ: 05 พฤษภาคม, 2569, 05:07:45 PM 
เริ่มโดย พิกุลแก้ว - กระทู้ล่าสุด โดย พิกุลแก้ว


ในวงรอบของชีวิตหนึ่ง
จะมีช่วงเวลานึง…ที่เรารู้สึกได้ว่า
มันงดงามที่สุด

แต่กว่าที่เราจะรู้ว่า
“ช่วงเวลานั้น…คือช่วงไหน”
มันก็มักจะผ่านไปแล้ว
เงียบ ๆ....โดยที่เราไม่ทันตั้งตัว

หลงเหลือเพียง
พื้นที่ของความทรงจำ

และความคิดถึง
ที่ค่อย ๆ พาเราย้อนกลับไป
ทบทวนบางอย่างในใจ
อย่างช้า ๆ

หากเราสามารถ
เบ่งบานในช่วงที่สมบูรณ์ที่สุด
มันก็คงจะดี

แต่ถึงอย่างนั้น
อย่างน้อย…
เราก็เคยมี ช่วงเวลาหนึ่ง
ที่ได้เบ่งบานอย่างเต็มใจ


 22 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนให้แง่คิด / Re: โลกคือบ้านหลังใหญ่
 เมื่อ: 04 พฤษภาคม, 2569, 10:20:13 PM 
เริ่มโดย hort39 - กระทู้ล่าสุด โดย share


@ บ้าน ใช่เพียงแห่งให้.......พักพิง
บ้าน แน่! มั่นรักจริง...........ประกาศก้อง
บ้าน ทุกข์เจ็บไป่ประวิง.......ร่วมฝ่า-...ฟันเฮย
บ้าน เทพไท้แซ่ซ้อง........สถิตด้วย"ธรรมคง"



 23 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนให้แง่คิด / โลกคือบ้านหลังใหญ่
 เมื่อ: 04 พฤษภาคม, 2569, 07:03:24 PM 
เริ่มโดย hort39 - กระทู้ล่าสุด โดย hort39
ถ้าเปรียบโลกเป็นบ้านอยู่อาศัย
ชาติน้อยใหญ่อยู่รวมกันกั้นเป็นห้อง
ชาติใหญ่มักมุ่งร้ายหมายยึดครอง
ผู้คนต้องทำสงครามฆ่ากันตาย

ยิ่งรบยิ่งฉิบหายทำลายบ้าน
โลกสะท้านดั่งบ้านแตกแหลกสลาย
ยิงจรวดถล่มโลกจนวอดวาย
โลกก็กลายเป็นเถ้าเป็นผงธุลี

โลกคือบ้านหลังใหญ่ให้เราอยู่
เราคือผู้อาศัยใช้พื้นที่
โปรดถนอมโลกไว้ให้ดีดี
ให้โลกนี้คงอยู่นานเป็นบ้านเรา
 

 24 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนรัก / Re:  คนนอกความฝัน
 เมื่อ: 04 พฤษภาคม, 2569, 11:36:42 AM 
เริ่มโดย ผู้เฒ่า..โง่งม - กระทู้ล่าสุด โดย ผู้เฒ่า..โง่งม
ลองเปลี่ยนมาทำแนว Rock อยากได้ดนตรีแรงๆ ร้องหนักๆ แต่ได้ออกมาแค่นี้ Cover  อยู่หลายรอบ เอาไว้ซื้อโปรก่อน ต้องมีทางเลือกมากกว่านี้แน่

          ผู้ป่วย(ใน)ใจ


ได้ทุกอย่างในชีวิตที่คิดไว้
จะสุขมากเพียงใดได้ดั่งฝัน
แต่ความจริง หลอกตัวเองไปวันวัน
ว่าตัวเองมีสิ่งนี้ สิ่งนั้นทุกวันไป

วันแล้วคืนสับเปลี่ยน หมุนเวียนผ่าน
สายตาอยู่กับเพดาน ขาดการเคลื่อนไหว
เหลือบมองแสงนีออน สะท้อนใจ
รอหมอตรวจวันใหม่แล้วให้ยา

แอดมิท อย่างทรมานมานานนัก
ผู้ป่วยในอยากพัก เบื่อการรักษา
ภาพเธอเด่นเห็นชัด ตอนหลับตา
อยู่เบื้องหน้าทุกเวลาที่หายใจ

ตอนท้ายเมื่อร่างกาย หมดแรงสู้
หมอครับ คนป่วยไม่ขออยู่จะได้ไหม
ไม่เอาเครื่องช่วยหายใจ
ยาวิเศษอะไร ก็ไม่ต้องการ

ขอโอกาสจากไปอย่างสงบ
ไปพบคนที่ทำให้ใจฟุ้งซ่าน
เธอจากไปอยู่บนฟ้านานแสนนาน
คิดถึงเธอมาก ต้องการตามเธอไป

แอดมิท อย่างทรมานมานานนัก
ผู้ป่วยในอยากพัก การรักษาไว้
หมอช่วย เอาหูไปนา เอาตาไปไร่
ปล่อยผมไปหาสิ่งที่ต้องการ

หมอช่วย เอาหูไปนา เอาตาไปไร่
ปล่อยผมไปหาสิ่งที่ต้องการ

หมอช่วย เอาหูไปนา เอาตาไปไร่
ปล่อยผมไปหาสิ่งที่ต้องการ


.

 25 
 อารมณ์กลอน / โคลง / Re: โหมดชีวิต
 เมื่อ: 04 พฤษภาคม, 2569, 11:01:13 AM 
เริ่มโดย พิกุลแก้ว - กระทู้ล่าสุด โดย พิกุลแก้ว


ความเจ็บป่วยเริ่มต้น......คราใด

มันเจ็บไปถึงใจ...........ซะงั้น

เบื่อต้องพึ่งใครใคร.......ไปหมด

ต้องอดต้องทนทั้น........เจ็บนี้ไม่นาน



หากยังค้านแอบดื้อ.......ทุรัง

ทั้งร่างอาจคอยพัง........พรั่งพร้อม

ทนเอาหน่อยเพื่อยัง......ดีอยู่

ดีกว่าเรื้อรังย้อม...........แหละน้ากายฉัน


 26 
 บทกลอนไพเราะ / เรื่องสั้น แนวนิยาย / นรกสีชมพู (กลอนเรื่องสั้น)
 เมื่อ: 03 พฤษภาคม, 2569, 09:16:29 PM 
เริ่มโดย masapaer - กระทู้ล่าสุด โดย masapaer


นรกสีชมพู



แปดหมื่นห้าหน้างานแบ่งสรรส่วน
ให้มาด่วนเจ้าอาวาสประกาศหา
ผนังโบสถ์สร้างใหม่ใสงามตา
จิตรกรรมเทวาจะลงแปรง
 
วางส่วนสัดนรกยกแปดขุม
เข้าสู่มุมอลังการงานสีแสง
สร้างคติสอนธรรมบนกำแพง
จัดแสดงแก่ญาติโยมให้ชมกัน

แบ่งทีมสีฝีมือช่างวางระยะ
พาสเทลคละสีเย็นเน้นสวรรค์
"เอ็งมันแสบแยบคายไร้คนทัน
ซ่าแสบสันอันตรายไปอเวจี!"
 (คือคำชมใช่มั้ยคะ??)

อุปกรณ์พร้อมสรรพได้รับปาก
สบายมากเจ้าค่ารับหน้าที่
เดี๋ยวจัดใหญ่ไฟเพลิงบันเทิงมี
แดงสาดสีถนัด เอ้า! จัดไป!

อารมณ์รักตอนนี้เพิ่มสีแสง
ตวัดแปรงแต่งซ่อนร้อนหวามไหว
ต้นงิ้วหนามนวลนุ่มเป็นพุ่มใบ
กระทะไฟ? -อ่างกุชชี่สีชมพู

ลากลายเส้นไดนามิกจิกผนัง
ไฟรักคลั่งสะบัดลายไปสุดกู่
ประกาศบนกำแพงแจ้งคนดู
ให้โลกรู้ใจนี้มีแต่เธอ

มือบรรจงลงเน้นเพ้นท์ตามหลัก
ดวงจิตหักเหร่างห่างจนเผลอ
กายขยับจิตหย่อนอ่อนจนเบลอ
ใจละเมอเพ้อหนักรักคะนอง

สีแดงชาดปาดส้มอมเหลืองสด
ดำเข้าบดขยี้ไม่มีหมอง
ตรวนล่ามเราเข้ากันนั้นลงทอง
นายทวารทั้งสอง..รับซองแดง

เพชฌฆาต..เป็นพยานขานรักข้า
ยมบาล..เจ้าขาข้าพร้อมแต่ง
ส่งยมทูต..ลากเขามาพาจัดแจง
ร่วมหอแห่ง..นรกนี้สีชมพู


masapaer




มันอินไปหน่อยค่ะหลวงพ่อ หนูคิดถึงเขาอ่า ค่างจ้างก็ไม่ได้แถมจ่ายค่าปรับล้างสีใหม่



 27 
 อารมณ์กลอน / โคลง / Re: โหมดชีวิต
 เมื่อ: 03 พฤษภาคม, 2569, 04:18:39 PM 
เริ่มโดย พิกุลแก้ว - กระทู้ล่าสุด โดย พิกุลแก้ว


อาการเหมือนปวดน้อย....ข้อมือ

ดีกว่าเมื่อวานคือ...........เคลื่อนได้

มีสายรัดยึกยือ.............พันเกี่ยว ไว้เนอ

ขยับพอหยิบใช้............แค่นั้นร่างกาย


อยู่ๆก็อักเสบขั้นรุนแรง
ความไม่รู้จัดเเจงนวดเพื่อหาย
แต่มันกลับปวดหนึบเสียมากมาย
กว่าจะได้ปวดคลายใช้เวลา.

 28 
 บทกลอนไพเราะ / กลอนคลายเครียด / Re: กลอนกับเพลงโปรด
 เมื่อ: 02 พฤษภาคม, 2569, 11:15:58 PM 
เริ่มโดย กระต่ายสีเทา - กระทู้ล่าสุด โดย masapaer

คนพ่ายใจไหวหวามยามลมพัด
ใจระบัดตามลมพรมพื้นที่
ปรารถนาฝากคำนำวจี
วานลมทีบอกเขาฉันเฝ้ารอ

แม้นหากได้ใจอยากฝากลมหวน
พัดย้อนทวนนำเขาเข้าร่วมหอ
อุ้มสมบุญรักเราเคล้าพะนอ
จากคำขอคนบ้านะช่วยที


masapaer




 29 
 อารมณ์กลอน / สารบัญกลอน สมาชิกกลอน / สารบัญกลอน "กระต่ายสีเทา"
 เมื่อ: 02 พฤษภาคม, 2569, 10:46:31 PM 
เริ่มโดย masapaer - กระทู้ล่าสุด โดย masapaer
รวมกลอนกระต่ายสีเทา




กลอนรัก


"แรงรักแรงปรารถนา"
* พรหมลิขิต *
@ สุดท้ายที่เธอ @
@ ฉันชอบเธอตรงที่... @
@ ใจขลาดกลัว @
@ เพียงรักเธอ @



กลอนเศร้า


@ ผิดที่..?.. @
@ คนที่ใช่..ไม่ใช่ฉัน @
@ รักแท้ที่แพ้พ่าย @
@ นักล่าความรัก @
@ ก็แค่...หลอกตัวเอง @
@ ต้นอ่อนของความรัก @
@ มือที่สาม @
* ความรักที่หล่นหาย *
สุดที่จะรั้ง
วันสิ้นปีที่แสนเหงา  



กลอนคิดถึง

@ ใจฟุ้งซ่าน @



กลอนคลายเครียด

กลอนกับเพลงโปรด
@ บ่นแก้ร้อน @
ชะตาแมวน้อย



กลอนอวยพร


@ ครบขวบปีที่รู้จัก @






 30 
 บทกลอนไพเราะ / เรื่องสั้น แนวนิยาย / ตอนที่ 6 : เสียงปีใหม่กับลมหายใจที่ยังอยู่ : พีรดา
 เมื่อ: 02 พฤษภาคม, 2569, 08:57:33 PM 
เริ่มโดย masapaer - กระทู้ล่าสุด โดย masapaer


น้ำลดลงแล้ว
อย่างน้อย..ก็ในแผนที่ข่าว
พีรดารู้ดี
บางถนนยังคงมีคราบโคลน
บางบ้านยังเปิดหน้าต่างค้างไว้
เหมือนยังไม่แน่ใจว่าจะเชื่อได้หรือไม่
ว่าฟ้าจะไม่ร้องไห้อีก

ศูนย์อพยพชั่วคราวเริ่มเงียบลง
ผู้คนทยอยกลับบ้าน
หรือกลับไปดู "ซากของบ้าน"
ที่อาจต้องใช้เวลาทั้งปี
กว่าจะเรียกมันว่าบ้านได้อีกครั้ง

เย็นวันนี้
พีรดามาที่นี่คนเดียว
ไม่ใช่ในฐานะอาสาสมัคร
ไม่ใช่นักเขียน
ไม่ใช่ใครที่มาเพื่องานของตนเอง

เธอมาในฐานะ

คน-  คนหนึ่ง

ที่ยังไม่รู้ว่าจะกลับไปใช้ชีวิตปกติ
ได้สนิทแค่ไหน

ลมเย็นพัดผ่าน
ไม่หนาวเท่าไหร่นัก
แต่เย็นพอให้รู้สึกว่า
ปีนี้กำลังจะจบลงจริง ๆ

ตรงลานโล่งหน้าเต็นท์บัญชาการ
มีไฟสปอร์ตไลต์ตั้งเรียง
เสียงเครื่องปั่นไฟดังสม่ำเสมอ
เจ้าหน้าที่บางส่วนยังอยู่เวร
บางคนยืนพิงรถ
บางคนกินข้าวกล่องเงียบ ๆ
ไม่มีใครพูดถึงปีใหม่

แต่ทุกคนรู้ว่ามันใกล้เข้ามาแล้ว
พีรดายืนอยู่ไม่ไกล
มือถือกระดาษโน้ตในมือ
ที่จดคำบางคำไว้จากการทำงาน
แต่ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดดู
สายตาเธอทอดไปยังแม่น้ำ
ที่ตอนนี้ไหลเอื่อย
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ทั้งที่ไม่กี่วันก่อน
มันเคยพัดพาทุกอย่างไป
โดยไม่ถามใครสักคน

“มีอะไรน่าหนักใจเหรอ งานที่รับไว้ หรืองานที่นี่”

เสียงนั้นดังขึ้นด้านข้าง
ไม่ไกลนัก
เหมือนคนที่รู้ระยะพอดี
พีรดาหันไปช้า ๆ
ปภาวินยืนอยู่ข้างเธอ
เขา..มองไปอีกฟากฝั่งสายน้ำ
สายตามองตรงไปข้างหน้า
เขาเอ่ยถามพีรดา..
เหมือนถามเพราะควรถาม

“เปล่าค่ะ คิดเรื่อยเปื่อย”
เธอตอบเสียงเบากว่าที่คิด
เขาพยักหน้า
ไม่พูดต่อ
เงียบ
เงียบแบบที่ไม่อึดอัด
เหมือนทั้งคู่เข้าใจว่า
คำพูดไม่จำเป็นเสมอไป

“กินข้าวหรือยัง”
เขาพูดเสียงเรียบ

“ยังค่ะ”
ปภาวินยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งมาให้
แล้วหันกลับไปที่สายน้ำ

พีรดามองถุงกระดาษในมือเขา
เงียบ
เธอเงยหน้ามองเหมือนถาม

เขาหันมามองพีรดา
นิ่ง..ราบเรียบ เพียงครู่

“ข้าวกล่องเหลือ”

เหมือนเป็นเรื่องธรรมดา
พีรดารับมา
มือเธอแตะมือเขาเพียงเสี้ยววินาที
ความรู้สึกบางอย่างเล็กๆ
ได้เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น

“ขอบคุณค่ะ”
เขาพยักหน้าอีกครั้ง
เหมือนเดิม
เสียงลมพัดผ่าน
เต็นท์ผ้าไหวเบา ๆ
เหมือนลมหายใจของที่นี่
ยังไม่สม่ำเสมอ

พีรดาถือข้าวกล่องในมือแน่น
เหมือนกลัวมันจะหายไป
พลางคิดเรื่อยเปื่อย
ปีใหม่
ไหนๆก็เหมือนเดิม..

เพียงตัวเลขของ พ.ศ. เท่านั้นที่เปลี่ยน
วงเวียนชีวิต
ก็ยังวนว่ายกับโชคชะตา

ทุกวันของพีรดา
คือวันธรรมดา

แต่..วันนี้
คืนนี้..มีบางอย่าง
เคลื่อนไหวในความธรรมดา
จน..
อยากใช้คำบางคำที่มากกว่าธรรมดา


"ไม่แย่ใช่ไหม..ที่ไม่ได้ไปฉลองปีใหม่
กับ..เอ่อ..
แฟนน่ะ"  

เขาดูพูดขัดๆสะดุดเล็กน้อย
ไม่มองหน้าคนฟัง
คำสุดท้ายของปภาวิน
เบาลงจนแทบจะเลือนหาย


พีรดากำลังเปิดฝาข้าวกล่อง
คำพูดนั้นกึ่งถาม ทําให้พีรดาปิดฝาข้าวกล่องลง

พีรดาอ้าปากค้าง..ตาโตหน้าร้อนผ่าวนิดๆ
ในใจเธอสะอึกเล็กน้อย

"เปล่านี่คะ"..เสียงเธอสูงเล็กน้อย ส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่..มี ไม่มีค่ะ" เสียงแทบจะเบาลงปนเขินอาย

แต่ในใจของพีรดา กับรู้สึกฉุน เล็กน้อย
ที่ปภาวิน แอบมาทําสู่รู้

" ตาบ้าเอ้ย บ้านก็อยู่สภาพนั้น  ชายแดนก็ยังไม่สงบ
งานก็ล้นมือ ยังจะมีกะจิตกะใจ
ที่ไหนไปฉลองปีใหม่..กับแฟน..

มีที่ไหนกันล่ะ"

พีรดาปล่อยให้เสียงในหัวบ่นพึมพำไป
แต่ก็ไม่วายแอบขำเล็กๆ

แล้ว—
เสียงจากที่ไหนสักแห่ง
เริ่มนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่

เสียงเพลงชาติเริ่มดังขึ้น
พร้อมกันกับเสียงพลุ
มาจากหลายทิศ
จากโทรศัพท์ของใครบางคน
จากลำโพงเก่า ๆ หน้าศูนย์
จากรถคันหนึ่งที่จอดนิ่งอยู่ข้างถนน

พีรดาหยุดช้อนที่กำลังตักข้าว
กลางอากาศ
มองไปที่พลุที่ใกล้สายตา
และสว่างสุด

ข้าวในกล่องยังอุ่น
แต่มือเธอเย็น

เสียงเพลงชาติท่อนสุดท้ายลอยผ่านอากาศ
พร้อมกับเสียงหายใจของคนรอบข้าง

และคนที่ไม่รู้ว่าจะต้องเข้มแข็ง
ไปอีกนานแค่ไหน

พีรดารู้สึกเหมือนหัวใจถูกแตะเบา ๆ
ไม่ใช่ด้วยความภูมิใจ
แต่ด้วยความรู้สึกบางอย่าง
ที่อธิบายไม่ได้
เธอยืนฟัง
โดยไม่รู้ตัวว่า
ตัวเองกลั้นหายใจอยู่
ปภาวินยืนข้าง ๆ
นิ่ง
ไม่ขยับ
เธอไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร
แต่รู้ว่า
เขายืนอยู่ตรงนี้
เพราะเลือกจะอยู่

เสียงเพลงจบลง
ไม่มีเสียงปรบมือ
ไม่มีคำพูด
ทุกอย่างกลับไปเคลื่อนไหว
เหมือนเดิม

เขาเอ่ยเสียงต่ำ
เหมือนถามเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก

“หนาวไหม”

พีรดาส่ายหน้าเบา ๆ
ทั้งที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองสั่นเพราะอะไร

“กินข้าวเยอะหน่อย”

เขาพูดต่อ
ยังไม่มอง
แต่ไม่เหมือนเดิม

“หยุดยิงเจ็ดสิบสองชั่วโมง”
ใครบางคนพูดขึ้นจากด้านหลัง

“ดีจริง สาธุ!
ลูกเอ๊ย! ลูกชายยายคงได้พักบ้าง”

ใครบางคนพูดอย่างมีความหวัง..
และเหมือนเสียงทุกอย่างเงียบสงัดไปชั่วอึดใจ

พีรดามองลงไปในกล่องข้าว
ที่ถูกปิดลงทั้งที่พีรดา
ยังไม่แตะสักคำ
แต่รู้สึกอิ่มแปลก ๆ

“ปีใหม่ปีนี้..”
เธอพูดขึ้น
เหมือนพูดกับตัวเอง

ปภาวินหันมามอง
ครั้งแรกตั้งแต่มายืนข้างกัน
สายตาคมนั้นสบกับเธอพอดี

“ไม่เหมือนเดิม”
เขาพูดแทน

เสียงเบา
แต่หนักแน่น
เธอยิ้มบาง ๆ
พยักหน้า

“ค่ะ”
เขาหันกลับไปมองข้างหน้า
เหมือนเดิม
แต่ระยะระหว่างกัน
ใกล้ขึ้นกว่าตอนแรก
โดยไม่มีใครขยับ

ลมพัดอีกครั้ง
พีรดาขยับตัวเล็กน้อย
โดยไม่รู้ตัว
ปภาวินขยับตาม
เงียบ ๆ
เหมือนเป็นเรื่องปกติ

“ถ้ากลับ”
เขาพูดขึ้น

“ระวังทางด้วยนะครับ”

ไม่ใช่คำสั่ง
ไม่ใช่คำห่วงใยโจ่งแจ้ง
แค่ประโยคธรรมดา
แต่พีรดารู้สึก
เหมือนมีใครสักคน
ถือไฟฉายไว้ให้เธอ
ในทางที่ยังมืด

“ค่ะ”
คืนนี้
ไม่มีคำสัญญา
ไม่มีคำว่าพรุ่งนี้
มีแค่คนสองคน
ที่ยืนอยู่ใต้ฟ้าเดียวกัน
ในปีที่เริ่มใหม่..
และชีวิตที่ยังต้องเดินต่อ

พีรดามองท้องฟ้า
ที่ยังมีดอกไม้ไฟจากที่ไกล ๆ
ไม่ชัดมากนัก
ไม่สวยอลังการ
แต่จริงแล้ว
เธอคิดถึงบ้าน
ที่กำลังซ่อม

คิดถึงงาน
คิดถึงคำถาม
ที่ยังไม่ได้ถาม
และคิดถึงคนข้าง ๆ
ที่ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร
เพื่อให้เธอรู้ว่า
เขาอยู่ตรงนี้
ใต้ฟ้าเดียวกัน
และปีใหม่
อาจไม่ได้เริ่มจากการเฉลิมฉลอง

แต่เริ่มจาก
การยังยืนอยู่ได้
แม้โลกจะเพิ่งผ่านพายุมา

พีรดาไม่รู้ว่าปีใหม่จะพาอะไรมา
แต่เธอเริ่มรู้แล้วว่า
บางคำถาม
จะไม่ยอมอยู่เงียบ ๆ
ถ้าเธอยังต้องเจอเขาอีก



masapaer



เขียนไว้เมื่อปีใหม่ ผ่านมาสี่เดือนเต็ม เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย
ในหนึ่งวันสารพันจะเกิดไม่รู้บ้านเมืองผ่านอะไรมาบ้าง  ไฟป่า พายุฤดูร้อน เรื่องปากเรื่องท้อง

เขียนเข้าเรื่องตามไม่ทันค่ะ เหมือนจะไม่ไหวช่วยต่อให้จบได้นะคะ  



หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.179 วินาที กับ 29 คำสั่ง
กำลังโหลด...