Username:
Password:
หน้าแรก
ห้องสนทนา
ช่วยเหลือ
ค้นหา
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก
เว็บไซต์อารมณ์กลอน เว็บไซต์สำหรับผู้มีกลอนในหัวใจ..
>>
บทกลอนไพเราะ
>>
เรื่องสั้น แนวนิยาย
>>
ตอน 8 : รั้วของความคิด : ใต้ฟ้าเดียวกัน
หน้า: [
1
]
ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน
หัวข้อ: ตอน 8 : รั้วของความคิด : ใต้ฟ้าเดียวกัน (อ่าน 25 ครั้ง)
0 สมาชิก
และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
msp.
หนึ่งวินาทีในหัวใจคน..ไม่เท่า
บรรณารักษ์
ออฟไลน์
กระทู้: 1992
รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณ คือรางวัลอันยิ่งใหญ่
ผู้เริ่มหัวข้อนี้
|
|
ตอน 8 : รั้วของความคิด : ใต้ฟ้าเดียวกัน
«
เมื่อ:
6 ชั่วโมงที่แล้ว
»
หน้าแรก
ตอน 8 : รั้วของความคิด : ใต้ฟ้าเดียวกัน
รั้วของความคิด
.
.
เช้าวันต่อมา กริ่งหน้าบ้านดังขึ้น
กริ๊ง—
พีรดาเงยหน้าจากถ้วยกาแฟ เสียงดังอีกครั้ง
กริ๊ง—
"มาแล้วค่ะ"
เธอเดินออกไปหน้าบ้าน ผ่านผนังที่รอทาสีใหม่
ผ่านกล่องหนังสือที่ยกหนีน้ำแล้วยังไม่ได้จัดกลับ ไปถึงประตูรั้ว
ลลินยืนอยู่ข้างนอก ในมือมีถุงอาหารสองถุง กับกาแฟอีกแก้ว
"พีพี!"
"เสียงดังไปทั้งซอยแล้ว ลินลิน"
"อย่ามาเรียกแบบนั้นนะ" ลลินหรี่ตา ก่อนจะมองเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า
เสื้อยืดตัวเดิมที่เคยตึงแขน ตอนนี้หลวมจนชายเสื้อพลิ้ว
แขนคล้ำแดดแต่ดูแข็งแรง แก้มตอบลงจนเห็นโครงหน้าชัด
"พีพี..แกผอมลงเยอะเลยนะ"
"ออกเรือมาทั้งปี ไม่ผอมก็แปลกแล้ว"
"สวยขึ้นด้วย" ลลินเอียงหน้ามอง
"แต่หน้าตาเหมือนคนเพิ่งโดนต่อยมาทั้งคืน กินข้าวบ้างหรือเปล่า"
"กินสิ"
"กินกาแฟแทนข้าวไม่นับนะ"
พีรดาเงียบ
"นั่นไง" ลลินชูถุงอาหาร "ถึงได้ซื้อมาสองถุง"
พีรดาหัวเราะออกมานิดหนึ่ง เป็นเสียงหัวเราะแรกของวัน
"เข้ามา"
ลลินเดินตามเข้าไป
เธอเป็นเพื่อนที่พีรดาไม่ต้องอธิบายชีวิตให้ฟังทุกบรรทัด
และที่สำคัญ ลลินยังเป็นครู ยังอยู่ในโรงเรียน ยังเห็นเด็กจริง ๆ ทุกวัน
ทั้งเด็กที่น่ารัก เด็กที่เงียบ เด็กที่ก้าวร้าว เด็กที่ร้องไห้
เด็กที่ถูกแกล้ง และเด็กที่เป็นคนแกล้งคนอื่น
ลลินวางอาหารลง "อ่านหมดแล้วเหรอ"
พีรดารู้ทันทีว่าเพื่อนหมายถึงอะไร
"เกือบ"
"จะอ่านให้ครบประเทศเลยไหม"
"ก็ฉันเป็นคนเขียน"
"แล้ว?"
"เขาวิจารณ์งานฉัน ฉันก็ควรฟัง"
ลลินนั่งลง "ฟังกับยอมให้เขาตะโกนใส่หูทั้งวัน มันคนละเรื่อง"
พีรดาไม่ตอบ
ลลินเปิดกล่องอาหาร "ฉันอ่านบทความแล้ว"
"ว่าไง"
"แรง"
พีรดาเงยหน้ามอง
ลลินยักไหล่ "แต่ไม่ได้ผิดเพราะแรง"
เงียบไปครู่หนึ่ง
"ฉันเจอเด็กถูกแกล้งนะพี"
"รู้"
"บางคนหนักมากด้วย ฉันเคยต้องโทรหาผู้ปกครอง เคยเรียกเด็กมาคุย
เคยแยกเด็กออกจากกัน เคยโดนผู้ปกครองต่อว่าอีกว่าลูกเขาไม่ได้ทำอะไร"
พีรดาฟังเงียบ ๆ
ลลินมองหน้าเพื่อน ก่อนเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
"เออ...พีพี"
"หือ?"
"ฉันยังจำเด็กคนนั้นได้นะ"
"คนไหน"
"เด็กที่แกเคยดูแล ตอนแกยังเป็นครูอยู่ เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่โดนเพื่อนล้อทุกวัน"
พีรดานิ่งคิด ก่อนสีหน้าจะอ่อนลง
"อ๋อ...คนนั้น"
"ตอนแรกหนักมากไม่ใช่เหรอ"
"อือ"
เด็กคนนั้นเคยไม่อยากมาโรงเรียน บางเช้าบ่นปวดท้อง
บางวันร้องไห้ตั้งแต่ยังไม่ถึงห้องเรียน เพื่อนล้อรูปร่าง ล้อชื่อพ่อแม่ ล้อของใช้
บางครั้งแค่เดินผ่านก็มีเสียงหัวเราะตามหลัง
พีรดาไม่ได้ปล่อยเรื่องนั้นผ่านไป เด็กที่เป็นฝ่ายแกล้งถูกเรียกมาคุย
ผู้ปกครองได้รับแจ้ง ครูที่เกี่ยวข้องช่วยกันสังเกต บางเหตุการณ์ต้องแยกเด็กออกจากกัน
แต่หลังจากทำทุกอย่างที่ครูคนหนึ่งพอจะทำได้แล้ว พีรดากลับทำอีกอย่างหนึ่งควบคู่กันไป
ลลินขมวดคิ้ว "ตอนนั้นแกทำยังไงนะ ฉันจำได้ว่าไม่กี่เดือน เด็กคนนั้นเปลี่ยนไปเยอะเลย"
พีรดายิ้มบาง ๆ "ฉันไม่ได้ทำให้เพื่อนเลิกล้อเขาได้หมดหรอก"
"แล้วทำยังไง"
"ฉันบอกเขาว่า เราต้องพยายามหยุดคนแกล้งก็จริง
แต่ชีวิตจริงเราไม่มีทางสั่งให้ทุกคนบนโลกพูดดีกับเราได้"
ลลินฟัง
"ฉันเลยสอนอีกอย่างควบคู่กัน"
"อะไร"
พีรดานิ่งไปนิดหนึ่ง
"อย่าให้ปากของคนอื่นมีอำนาจตั้งราคาตัวเรา"
ลลินชะงัก
พีรดาหยิบช้อน เขี่ยข้าวในกล่องเบา ๆ
"ตอนแรกฉันถามเขาว่า ที่เพื่อนพูดมาทั้งหมด อะไรเป็นความจริงบ้าง"
"เด็กตอบยังไง"
"ร้องไห้" พีรดาหัวเราะนิดหนึ่ง "ฉันก็รอ ไม่ได้เร่ง แล้วค่อยถามใหม่ว่า
ถ้ามีคนบอกว่าหนูโง่ คำพูดของเขาทำให้สมองหนูโง่ลงจริงไหม
ถ้ามีคนบอกว่าหนูน่าเกลียด หน้าของหนูเปลี่ยนทันทีตามปากเขาหรือเปล่า"
"เด็กตอบว่าไม่?"
"อือ" พีรดาพยักหน้า "ฉันก็บอกว่า งั้นเราต้องค่อย ๆ แยกให้ออกว่า
อันไหนคือสิ่งที่คนอื่นพูด กับอันไหนคือสิ่งที่เราเป็นจริง ๆ"
"แล้วเด็กทำได้เหรอ"
"ไม่ได้ทันทีหรอก" พีรดาตอบ "เด็กก็คือเด็ก เจ็บก็ร้องไห้ วันไหนหนักมากก็มาหาฉัน
มีช่วงหนึ่งที่ฉันพาเขาไปคุยกับครูแนะแนวด้วย
บางเรื่องมันเกินที่ครูประจำชั้นคนเดียวจะรับไหว"
เธอหยุดนิดหนึ่ง
"ฉันไม่ได้สอนให้เขาทำเป็นไม่เจ็บนะลิน"
เจ็บก็บอกว่าเจ็บ ร้องไห้ได้ มาหาครูได้ บอกพ่อแม่ได้
ถ้ามีใครทำร้าย ต้องขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่ทน
แต่ในเวลาเดียวกัน เธอก็ค่อย ๆ สอนเด็กคนนั้น
ไม่ให้เอาทุกคำพูดของคนอื่นเข้ามาสร้างเป็นตัวตนของตัวเอง
เพราะต่อให้วันนี้หยุดเด็กกลุ่มนี้ได้ วันหนึ่งเขาก็ต้องเจอคนอื่น
ขึ้นมัธยม เข้ามหาวิทยาลัย ทำงาน ใช้ชีวิต
โลกไม่ได้รับปากว่าจะส่งแต่คนใจดีมาให้เรา
"ฉันเคยบอกเขาว่า..." พีรดาหยุด เหมือนกำลังค้นคำพูดที่เคยพูดเมื่อนานมาแล้ว
"ครูจะช่วยจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกให้เท่าที่ครูทำได้ แต่หนูต้องช่วยครูดูแลข้างในด้วย"
"ข้างใน?"
"ใจเขา" พีรดาตอบง่าย ๆ "ไม่อย่างนั้น วันหนึ่งต่อให้คนที่แกล้งหายไปหมดแล้ว
เสียงของคนพวกนั้นก็ยังอยู่ในหัวเขาได้"
ลลินนิ่ง
พีรดาจำได้ว่าหลังจากนั้นเธอให้เด็กคนนั้นเริ่มจากเรื่องเล็กมาก
ให้เขียนสิ่งที่ตัวเองทำได้วันละหนึ่งอย่าง
วันนี้อ่านออกเสียงหน้าห้องได้ วันนี้ช่วยเพื่อนเก็บของ
วันนี้วาดรูปสวย วันนี้ตอบคำถามถูก วันนี้กล้าบอกครูว่าไม่ชอบที่เพื่อนเรียกแบบนั้น
ไม่ใช่คำชมลอย ๆ แต่เป็นหลักฐานเล็ก ๆ ที่เด็กมองเห็นได้ด้วยตัวเองว่า
ตัวตนของเขาไม่ได้มีเพียงสิ่งที่คนอื่นพูดถึง
พีรดายังฝึกให้เขาตอบโต้โดยไม่ใช้ความรุนแรง บางครั้งไม่ต้องตอบ
บางครั้งเดินออกมา บางครั้งพูดสั้น ๆ ว่า "ฉันไม่ชอบที่พูดแบบนี้ หยุดนะ"
และถ้าอีกฝ่ายไม่หยุด ให้ไปหาคนที่ช่วยได้ทันที
ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะการขอความช่วยเหลือเป็นหนึ่งในวิธีปกป้องตัวเอง
"แล้วสุดท้ายเพื่อนเลิกแกล้งไหม" ลลินถาม
พีรดาส่ายหน้า "ไม่หมดหรอก"
คำตอบนั้นทำให้ลลินมองเธอ
"แต่เด็กเปลี่ยน"
"ยังไง"
พีรดายิ้ม "วันหนึ่งเขามาบอกฉันว่า
'ครูคะ วันนี้เขาล้อหนูอีกแล้วค่ะ' ฉันถามว่า แล้วหนูเป็นยังไง"
รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าพีรดา
"เขาบอกว่า 'หนูรำคาญค่ะ แต่หนูไม่เชื่อแล้ว'"
ลลินหัวเราะออกมาเบา ๆ "จำได้แล้ว เด็กคนนั้น"
"อือ"
"แกทำให้เขาเข้มแข็งขึ้น"
พีรดาส่ายหน้า "เปล่า"
"อ้าว"
"เขาเข้มแข็งขึ้นเอง ฉันแค่ช่วยให้เขาเห็นว่า เขามีของพวกนั้นอยู่ในตัว"
ลลินมองเพื่อนนิ่ง ๆ
พีรดาวางช้อนลง "นั่นแหละลิน สิ่งที่ฉันกลัวเวลาเราเล่าเรื่องการบูลลี่
เรามักเล่าเหมือนคนถูกบูลลี่ไม่มีทางเลือกอะไรเลย นอกจากรอให้คนอื่นหยุดทำร้าย"
เธอส่ายหน้า
"ไม่ใช่"
น้ำเสียงไม่ได้ดัง แต่หนักแน่น
"เราต้องหยุดคนทำด้วย และต้องช่วยคนถูกทำให้แข็งแรงขึ้นด้วย
มันไม่ควรต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง"
"เพราะห้ามคนทั้งโลกไม่ได้?"
"อือ" พีรดาพยักหน้า "และถ้าเราบอกเด็กตลอดเวลาว่า
ทุกอย่างที่เขาเป็นวันนี้เกิดจากคนอื่นทำเขา เราอาจกำลังช่วยเขาในเรื่องหนึ่ง
แต่เผลอสอนอีกเรื่องว่า ชีวิตเขาอยู่ในมือคนอื่น"
ลลินนิ่งคิด "แล้วถ้าเขาเจ็บมากจริง ๆ ล่ะ"
"ก็ช่วยเขา" พีรดาตอบทันที "ช่วยตั้งแต่ยังเจ็บ ช่วยก่อนที่ความเจ็บจะกลายเป็นความแค้น
ให้เขารู้ว่าโกรธได้ เสียใจได้ ขอความช่วยเหลือได้"
เธอเว้นนิดหนึ่ง
"แต่ไม่ได้แปลว่า เมื่อโกรธมากพอแล้วจะทำอะไรก็ได้"
ลลินมองเพื่อน ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
"ฉันสงสารเด็กที่ถูกทำร้ายทุกคนนะพีพี"
"ฉันก็สงสาร"
"แต่ถ้าวันหนึ่งเด็กที่ฉันสงสารเดินไปฆ่าเด็กอีกคน ฉันก็คงสงสารเขาแบบเดิมไม่ได้แล้ว"
พีรดามองเพื่อน
"ฉันอาจอยากรู้ว่าอะไรพาเขาไปถึงตรงนั้น" ลลินพูดต่อ
"แต่ฉันจะไม่ถามจนลืมเด็กที่นอนตายอยู่ตรงนั้นเหมือนกัน"
คำพูดธรรมดา แต่ทำให้บางอย่างในอกพีรดาคลายลง
"บางทีฉันก็เหนื่อยนะลิน"
"รู้"
"ไม่ได้เหนื่อยเพราะคนไม่เห็นด้วย" พีรดาหยุด
"ฉันเหนื่อยเพราะเขาอ่านสิ่งที่ฉันไม่ได้เขียน แล้วโกรธฉันจากสิ่งนั้น"
ลลินหัวเราะเบา ๆ "อันนี้แกห้ามไม่ได้"
"รู้"
"แล้วจะเอาทุกคนเข้าบ้านทำไม"
พีรดาขมวดคิ้ว "อะไร"
"เปล่า" ลลินตักข้าวกิน "กินเถอะ"
── ⋆。°✩ ──
วันนั้นลลินอยู่จนบ่าย
ก่อนกลับ เธอเดินดูรอยน้ำตามผนัง "บ้านแกต้องทำเยอะนะ"
"รู้"
"ตัดสินใจหรือยังว่าจะเอาบริษัทไหน"
พีรดามองผนัง "เลือกแล้ว"
"ของใคร"
พีรดาบอกชื่อบริษัท
ลลินหันขวับ "จริงดิ"
"ทำไม"
"ของพี่วิน"
พีรดาชะงัก "พี่วิน?"
"ปภาวินไง ลูกพี่ลูกน้องฉัน"
เงียบ
"ไม่เห็นเคยพูดถึง"
"ก็ไม่ค่อยได้เจอ ปีหนึ่งเจอกันแค่ตอนงานบุญ" ลลินยักไหล่
"ตั้งแต่เด็กพี่วินก็พูดน้อยแบบนั้นแหละ ถามคำตอบคำ"
ถามคำตอบคำ..ใช่เลย
"โลกกลมเนอะ" ลลินยิ้ม
พีรดามองหน้าเพื่อนอย่างระแวง "ยิ้มอะไร"
"เปล่า"
"ลิน"
"บริษัทเขาทำดี ฉันก็จะให้เขารีโนเวตบ้านฉันเหมือนกัน"
"ฉันเลือกเพราะงาน"
"ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไร"
"แล้วทำหน้าแบบนั้นทำไม"
"หน้าฉันเป็นแบบนี้"
พีรดาหรี่ตา ลลินหัวเราะก่อนเดินออกประตู
เรื่องงานของปภาวิน พีรดารู้อยู่ก่อนแล้ว เธอเขียนรีวิวให้บริษัทเขามาตั้งแต่หลังน้ำลด
และเมื่อถึงเวลาต้องซ่อมบ้านตัวเอง เธอก็เลือกบริษัทเดียวกัน
ไม่เกี่ยวกับเจ้าของ เธอยืนยันกับตัวเองอย่างนั้น
อย่างน้อย — ก็เกือบทั้งหมด
── ⋆。°✩ ──
บ่ายวันนั้น โทรศัพท์ของพีรดาสั่นขึ้นบนโต๊ะ ข้อความจากปภาวิน
"ขอเข้าไปดูหน้างานบ่ายนี้ได้ไหมครับ"
พีรดามองข้อความ แอบเหลือบมองปลายซอยผ่านหน้าต่าง ไม่มีรถของลลินอยู่แล้ว
เธอถึงพิมพ์ตอบกลับได้อย่างสบายใจ
"ได้ค่ะ"
"ครับ"
สั้นเหมือนเดิม
ไม่นานนัก กริ่งหน้าบ้านดังขึ้น
กริ๊ง—
พีรดาเดินไปเปิดประตู ปภาวินยืนอยู่หน้ารั้ว เสื้อเชิ้ตแขนยาวพับถึงข้อศอก
แฟ้มเอกสารอยู่ในมือ ตลับเมตรเหน็บข้างเอว
"สวัสดีครับ"
"เข้ามาเลยค่ะ"
ปภาวินเดินเข้ามา สายตากวาดดูบ้านตั้งแต่รั้ว พื้น ประตู ผนัง
ไม่มีคำถามว่าเมื่อคืนเป็นอย่างไร ไม่มีคำว่าเห็นบทความแล้ว ไม่มีคำปลอบใจ
เจ้าส้มเดินออกมาจากใต้โต๊ะ ดมตลับเมตรที่เอวเขา
ก่อนถูไถไปกับขากางเกง ปภาวินก้มมอง
"ตัวนี้ข่วนผมคืนนั้น"
"แล้วยังจะมาคลอเคลียอีก" พีรดาว่า
"มันจำได้มั้งครับ ว่าใครช่วย"
เขาก้มลงเกาหัวมันเบา ๆ ครั้งเดียว แล้วลุกขึ้นทำงานต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พีรดามองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
เขาเดินไปหยุดตรงผนังที่สีพอง เคาะเบา ๆ "ตรงนี้ต้องลอก"
"ทั้งหมดเลยเหรอคะ"
"ถ้าความชื้นเข้าแล้วทาทับ เดี๋ยวก็พองอีก" เขาก้มดูขอบผนัง
"ของบางอย่างเสียแล้ว ต้องยอมรื้อก่อน ถึงจะทำใหม่ได้"
พีรดามองเขา "พูดถึงผนังใช่ไหมคะ"
ปภาวินเงยหน้า "ผมมาดูบ้าน"
"ค่ะ"
"จะให้พูดถึงอะไร"
แล้วเขาก้มทำงานต่อ
พีรดาเม้มปาก
ตาบ้า
เธอเดินตาม ปภาวินตรวจวงกบ ระบบไฟ ฝ้า พื้น ประตูหลัง
พีรดาจดรายละเอียดสำหรับงานรีวิวไปด้วย
มีจุดหนึ่งอยู่สูง เธอลากเก้าอี้มา กำลังจะขึ้น เสียงหนึ่งดังด้านหลัง
"ลงมา"
พีรดาหัน "ดาดูเองได้ค่ะ"
"รู้ครับ"
"แล้วดุทำไม"
"ไม่ได้ดุ"
"เสียงแบบนี้เรียกว่าอะไรคะ"
ปภาวินมองเธอนิ่ง "เสียงคนไม่อยากรับงานเพิ่ม"
"งานอะไร"
"ถ้าลูกค้าตกลงมาแขนหัก"
พีรดาจ้องเขา ก่อนค่อย ๆ ลง ตอนเท้าแตะพื้น มือปภาวินรองข้อศอกเธอไว้พอดี
เพียงครู่เดียว
พีรดาชะงัก เขาก็ชะงัก มือถูกปล่อยทันที
"พื้นลื่น"
พีรดาก้มลงมอง พื้นแห้งสนิท เธอเงยหน้ากลับ "ตรงไหนคะ"
ปภาวินก้มมองพื้นตาม เงียบ หนึ่งวินาที สองวินาที
"เผื่อไว้"
แล้วเดินหนี
พีรดาอ้าปากจะพูด แต่พูดไม่ออก รู้ตัวอีกทีใบหน้าก็ร้อนขึ้นมาเล็กน้อย
"ตาบ้าเอ๊ย…" เธอบ่นเบามาก
"ได้ยินครับ" เสียงตอบกลับมาจากอีกห้อง
พีรดาเบิกตา "หูดีเกินไปแล้ว!"
ไม่มีเสียงตอบ แต่เธอแน่ใจว่าผู้ชายคนนั้นกำลังยิ้ม
ระหว่างคุยรายละเอียดงาน โทรศัพท์บนโต๊ะของพีรดาสว่างขึ้น
หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง ความคิดเห็นใหม่จากบทความ
ปภาวินเหลือบเห็น ไม่ได้หยิบ ไม่ได้อ่าน เพียงถาม "ยังอ่านอยู่เหรอ"
พีรดาหันมอง "ค่ะ"
"ทุกอัน?"
"เท่าที่อ่านได้"
"ทำไม"
"บทความของดา คนเขาวิจารณ์ ดาก็ควรรับฟัง"
เขาพยักหน้า "อ่านได้" แล้วก้มเขียนตัวเลขลงในกระดาษ
"แต่ไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนเข้าบ้าน"
พีรดาชะงัก ประโยคเดียวกับที่ลลินพูดเมื่อเช้า
ญาติกันจริง ๆ ด้วย
ปภาวินเดินออกไปหน้าบ้าน เธอตามออกไป เขาหยุดที่รั้ว จับบานพับดู
"รั้วมีไว้ทำไม"
"กันคนเข้าค่ะ"
"อือ"
"คุณพูดเรื่องรั้วจริง ๆ หรือเปล่า"
ปภาวินหันมามอง "ตอนนี้ผมจับรั้วอยู่"
พีรดาหรี่ตา "คุณนี่…"
เขาปล่อยมือจากรั้ว "บานพับต้องเปลี่ยน" แล้วเดินต่อ
พีรดามองแผ่นหลังนั้น บางครั้งเธอคิดว่าปภาวินเป็นคนพูดตรงที่สุดเท่าที่เคยเจอ
และบางครั้ง เธอก็คิดว่าผู้ชายคนนี้พูดอ้อมได้หน้าตายที่สุดเหมือนกัน
ก่อนกลับ เขายื่นรายการงานเบื้องต้นให้ "ผมจะส่งรายละเอียดอีกที"
"ค่ะ"
ปภาวินเดินออกจากรั้ว แล้วหยุด "กริ่งดังเกินไป"
พีรดามองกริ่ง "ปกตินะคะ"
"ได้ยินถึงข้างใน"
"กริ่งก็ต้องให้คนในบ้านได้ยินสิคะ"
เขาหันมามองเธอ นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
"ไม่ใช่ทุกคนที่กดแล้วต้องเปิด"
พีรดาเงียบ
ปภาวินเปิดประตูรั้ว เดินออกไป
"คุณปภาวิน"
เขาหันกลับมา
"พูดเรื่องกริ่งอยู่ใช่ไหมคะ"
"ครับ" ตอบเร็วมาก เร็วเสียจนไม่น่าเชื่อ
"ดายังไม่ได้ว่าอะไรเลย"
"ครับ"
"แล้วจะรีบตอบทำไม"
"กลัวเข้าใจผิด"
"ใครกันแน่ที่ทำให้เข้าใจผิด!"
มุมปากของเขาขยับนิดเดียว ก่อนเดินไปที่รถ
"ตาบ้า…" พีรดาพึมพำ
ปภาวินหยุด แต่ไม่หันกลับ "ได้ยินครับ"
"ไปเลยค่ะ!"
ประตูรถปิด รถเลี้ยวออกจากซอย
── ⋆。°✩ ──
พีรดายืนหน้ารั้วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับเข้าบ้าน
โทรศัพท์ยังมีข้อความใหม่ เธอหยิบขึ้นมา
ความคิดเห็นหนึ่งเขียนว่า
"คุณกำลังซ้ำเติมเด็กที่ตายไปแล้ว เขาอาจไม่มีใครช่วยจนต้องทำแบบนี้"
พีรดาอ่าน คราวนี้ไม่โกรธ และไม่ได้รีบตอบ
เธอนึกถึงเด็กคนนั้น
ใช่ บางทีเขาอาจต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ บางทีสัญญาณบางอย่างอาจถูกมองข้าม
บางทีใครบางคนอาจทำร้ายเขา บางทีระบบอาจพลาด ทุกคำถามควรถูกสอบสวน
ทุกความผิดพลาดควรถูกเรียนรู้ เพื่อไม่ให้มีเด็กคนต่อไปเดินไปถึงจุดเดียวกัน
แต่พีรดาก็นึกถึงอีกเก้าชีวิตที่โรงเรียน เก้าคนที่ไม่มีโอกาสเขียนคำอธิบายของตัวเองอีกแล้ว
นึกถึงนักเรียนมากกว่ายี่สิบคน ที่อาจต้องสะดุ้งกับเสียงดังไปอีกหลายปี
นึกถึงพ่อแม่ ที่อาจต้องเดินเข้าไปในห้องนอนของลูก และพบว่า
เจ้าของห้องไม่มีวันกลับมา
และนึกถึงปู่กับย่า สองคนแรกของวันนั้น ที่ไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำว่าหลานของตัวเองกำลังจะตัดสินว่า
ชีวิตของพวกเขาสิ้นสุดตรงนั้น
ความเห็นใจผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่ความผิด การพยายามทำความเข้าใจเขาก็ไม่ใช่ความผิด
ผิดก็ต่อเมื่อความเข้าใจนั้นเบียดคนตายจนหลุดออกจากเรื่องเล่า
ผิดก็ต่อเมื่อเราพยายามหาคนผิดรอบตัวผู้ก่อเหตุ
มากเสียจนลืมถามถึงการตัดสินใจของผู้ก่อเหตุเอง
พีรดากดปิดการแจ้งเตือน วางโทรศัพท์คว่ำลง
ไม่ได้ลบบทความ ไม่ได้แก้ถ้อยคำ ไม่ได้ประกาศชัยชนะ
และไม่ได้พยายามตอบคนทั้งโลกอีก
เธอเดินไปที่หน้าต่าง
ข้างนอก รั้วยังคงตั้งอยู่ กริ่งยังอยู่ที่เดิม รอยน้ำบนกำแพงยังอยู่
บ้านหลังนี้ยังไม่เรียบร้อย ต้องรื้อบางส่วน ต้องซ่อมบางส่วน
บางอย่างใช้ของเดิมได้ บางอย่างต้องทิ้ง บางอย่างดูภายนอกเหมือนไม่เสีย
แต่ต้องเปิดเข้าไปข้างในจึงจะรู้ว่า
เนื้อในผุไปแค่ไหน
พีรดายืนมองมัน แล้วนึกถึงคำพูดของคนคนหนึ่ง
ไม่ใช่ทุกคนที่กดแล้วต้องเปิด
เธอหลุดยิ้ม "ทำเป็นพูดเรื่องกริ่ง…"
เสียงเบามาก ไม่มีใครได้ยิน คราวนี้แน่ ๆ
พีรดาเพิ่งเข้าใจว่า บ้านมีรั้ว ความคิดก็คงต้องมีบ้าง
ไม่ใช่เพื่อปิดตัวเองจากโลก ไม่ใช่เพื่อไม่ฟังคนเห็นต่าง แต่เพื่อรู้ว่า
เสียงใดควรรับฟัง เสียงใดควรพิจารณา เสียงใดควรตอบ
และเสียงใด — ควรปล่อยให้ยืนอยู่ข้างนอกรั้ว โดยไม่จำเป็นต้องเกลียดเจ้าของเสียงนั้นเลย
เธอกลับไปที่โต๊ะ เปิดคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ปิดหน้าความคิดเห็น แล้วเปิดหน้ากระดาษใหม่
เธอยังเป็นนักเขียน
หน้าที่ของนักเขียนไม่ใช่พูดเฉพาะสิ่งที่คนพร้อมจะปรบมือให้
และไม่ใช่จงใจพูดให้ใครเจ็บ แต่บางครั้ง หน้าที่ของมันคือวางคำถามเอาไว้ตรงกลาง
แม้คำถามนั้นจะทำให้คนไม่สบายใจ
นอกบ้าน ลมพัดผ่านรั้ว กริ่งเงียบ ไม่มีใครกดมัน
บ้านของเธอกำลังจะถูกรีโนเวต
พีรดามองรอยน้ำบนผนัง แล้วนึกขึ้นมาได้ว่า
คนที่จะเข้ามารื้อ ซ่อม ทุบ ทา และเดินเข้าเดินออกบ้านหลังนี้อีกพักใหญ่
คือปภาวิน
รอยยิ้มเมื่อครู่หายทันที
"เดี๋ยวนะ…"
เธอหันไปมองรั้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น
ตาบ้านั่นก็จะมากดกริ่งอีกหลายครั้งน่ะสิ
พีรดานิ่ง ก่อนใบหน้าจะร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
"ช่างเถอะน่า…" เธอบ่นกับตัวเอง แล้วหันกลับไปทำงาน
แต่เคอร์เซอร์บนหน้ากระดาษกะพริบอยู่ตั้งนาน โดยไม่มีตัวอักษรเพิ่มขึ้นเลยสักตัว
น่าหมั่นไส้จริง ๆ ทั้งที่ปภาวินกลับไปตั้งนานแล้ว
ยังจะทิ้งอะไรบางอย่างไว้กวนสมาธิเธอได้อีก
และพีรดาก็ไม่รู้เลยว่า —
สิ่งที่กำลังได้รับการซ่อมแซมหลังน้ำลด อาจไม่ได้มีเพียงบ้านของเธอเท่านั้น
บันทึกการเข้า
~รวมทุกสำนวนของ"masapaer"ค่ะ~
~สติตัวเดียวก็เอาอยู่~
วินวิน
นักกลอนผู้โดดเด่น
ออฟไลน์
กระทู้: 630
|
|
Re: ตอน 8 : รั้วของความคิด : ใต้ฟ้าเดียวกัน
«
ตอบ
#1 เมื่อ:
6 ชั่วโมงที่แล้ว
»
หน้าแรก
Re: ตอน 8 : รั้วของความคิด : ใต้ฟ้าเดียวกัน
พี่วิน คิดค่าตัวครับ 555
บันทึกการเข้า
~๏รวมทุกสำนวนของ"กวินพัฒน์"ครับ๚ะ๛
หน้า: [
1
]
ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว
ต่อไป »
กระโดดไป:
เลือกหัวข้อ:
-----------------------------
บทกลอนไพเราะ
-----------------------------
=> กลอนรัก
=> กลอนเศร้า
=> กลอนคิดถึง
=> กลอนงอนง้อ
=> กลอนคลายเครียด
=> กลอนให้แง่คิด
=> กลอนอวยพร
=> บทประพันธ์อันน่าประทับใจ
=> กลอนเปล่า
=> เรื่องสั้น แนวนิยาย
-----------------------------
อารมณ์กลอน
-----------------------------
=> การใช้งานบอร์ด-แจ้งปัญหา
=> สมาชิกแนะนำตัว
=> สารบัญกลอน สมาชิกกลอน
=> ห้องเรียนรู้คำประพันธ์
=> โคลง
=> ฉันท์ กาพย์ ร่าย
=> กลบท
=> คำคมอารมณ์กลอน
===> หมวดความรัก
===> หมวดเศร้า - อกหัก
===> หมวดการให้แง่คิด
===> หมวดคลายเครียด
-----------------------------
คุยเรื่องร้อยแปดชาวอารมณ์กลอน
-----------------------------
=> ห้องศิลปวัฒนธรรม
===> หมวดการท่องเที่ยว
===> หมวดอาหาร
===> หมวดศิลปกรรม
=> กระดานประชาสัมพันธ์สำหรับสมาชิก
=> คุยได้ทุกเรื่อง
=> ดูหนัง-ฟังเพลง-คลิปความบันเทิง
=> ขอความช่วยเหลือในการแต่งคำประพันธ์
-----------------------------
กฎระเบียบและการจัดการประกวดคำประพันธ์
-----------------------------
=> ห้องประกวดคำประพันธ์
กำลังโหลด...