รวมกลอนของ จินตนา ปิ่นเฉลียว
เปลวเพลิง:
ยักษ์ใหญ่-ตื่นเถิด
ตอนที่ ๑ ปฐมกถา
ถ้ายกโลกลงวางดูข้างหน้า
เห็นไหมว่าทวีปใดแผ่ไพศาล
หกสิบล้านตารางไมล์ในประมาณ
“เอเชีย” ทวารเปิดสู่บูรพา
ความยิ่งใหญ่คล้ายยักษ์ส่อศักดิ์ศรี
น่าจะมีอำนาจฉกาจกล้า
หยิ่งในความทรงพลังอหังการ์
อนิจจา-ยักษ์นั้นไร้อันตราย
ขณะที่เพื่อนทวีปรีบเดินรุด
ขุนยักษ์หยุดยั้งตนไม่ขวนขวาย
ตระหนักในภัยครอบอยู่รอบกาย
แต่ดูดายเหมือนดังไม่กังวล
ขุนยักษ์แทนนามธรรมแห่งอำนาจ
ซึ่งสามารถ ศักดิ์สิทธิ์ สฤษฎิ์ผล
ด้วยสามัคคีดังพลังพล
แต่ยักษ์ตนนี้อ้อนอ่อนแอนัก
แดนเอเชียชื่อว่ามหาทวีป
ภัยเริ่มบีบเบียดจนผลประจักษ์
เชิญชมบทบาทแสดงแห่งขุนยักษ์
จะทิ้งศักดิ์หรือสู้ มาดูกัน
.....................................
จินตนา ปิ่นเฉลียว
เปลวเพลิง:
ยักษ์ใหญ่-ตื่นเถิด
ตอนที่ ๒ ยักษ์ที่ไม่ยอมตื่น
ใต้แผ่นฟ้าแห่งบูรพาทิศ
ซึ่งโศภิตด้วยรพีผ่องสีฉัน
ขุนยักษ์ทอดนิทรามานานครัน
เนิ่นนิรันดร์ไม่ฟื้นพลิกตื่นเลย
เหยียดร่างพาดพสุธาหลับผาสุก
ซบหน้าซุกซอกแขนแทนเขนย
หิมะพรม ลมหมุน คุ้นจนเคย
หนาวร้อนเฉยชินชามาชั่วกัลป์
ขุนยักษ์แห่งเอเชียเพลียและล้า
ไร้กำลังวังชามาสร้างสรรค์
ใหญ่โครงสร้าง ร่างที่แท้ก็แค่นั้น
หลับนิรันดร์จนใครไม่รู้ฤทธิ์
อนาถเอยโอ้อสูรผู้พูนเดช
น่าสังเวชเสียนิยามความศักดิ์สิทธิ์
ระเบิดเปรี้ยงเสียงปืนครืนทุกทิศ
ไม่ปลุกนิทราบ้างหรืออย่างไร?
เมื่อเทพีแห่งธารพล่านพิโรธ
หลั่งความโหดแห่งธาราลงบ่าไหล
กี่ชีวิตปลิดหายล้มตายไป
ขุนยักษ์ไม่นำพาลืมตาดู
ก้องปืนกราด หมาดเลือด ความเดือดแค้น
การแก้แทน ทรยศ เศร้า อดสู
คือโศกนาฏกรรมสรรพโลกรับรู้
ขุนยักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ยินยล
ยึดพื้นที่ค่อนพิภพหลับซบซ่อน
ทรัพยากรกองใต้ทรายเกลื่อนกล่น
ใครจะปลุกยักษ์ใหญ่ให้ตื่นตน
ในเมื่อคนทั้งมวลล้วนกลัวยักษ์
.........................................
จินตนา ปิ่นเฉลียว
เปลวเพลิง:
ยักษ์ใหญ่-ตื่นเถิด
ตอนที่ ๓ เอเชียอาคเนย์ทำเลเลือด
ซอยพื้นที่แผ่นไผทกว้างไกลนั้น
แบ่งเขตขัณฑ์เผ่าผู้อยู่ตั้งหลัก
ตะวันออกกลาง ไกล ใกล้ พำนัก
แบ่งพวกพรรค แบ่งกลุ่ม คุมเชิงกัน
ฟ้องความเป็นปุถุชนก่นกิเลส
มวลประเทศรบแย่งสู้แข่งขัน
ชิงแผ่นดินหมิ่นเกียรติเหยียดเผ่าพันธุ์
ลัทธิอันแตกต่างกีดขวางคน
ย่านเอเชียอาคเนย์ทำเลเลือด
ดินแทบเดือดด้วยภัยไปทั่วหน
ระเบิดเปรี้ยงเสียงปืนสะอื้นปน
ผู้ยินยลสยองขวัญคอยวันตาย
แม้เมืองเดียวยังต้องแบ่งสองฟาก
เหนือ-ใต้พรากพี่น้องเป็นสองฝ่าย
ชาติเดียวกันบั่นล้างกันวางวาย
ลัทธิร้ายรอนค่าปรัชญาเดิม
แม้เริ่มเพลงสันติภาพพลิ้วอาบภพ
ก็เพียงกลบกลองศึกที่ฮึกเหิม
สัญญาหยุดยิงคือสื่อเชื้อเติม
คนก็เริ่มชินการผลาญกันเอง
แต่ลัทธิที่ตรึงครึ่งทวีป
ยังเบียดบีบอิสราคร่าข่มเหง
ความอดอยากย่อยยับยังขับเพลง
ทุกข์ประเลงเสียงเห่กล่อมเอเชีย
และสันติที่ซื้อด้วยมือมิตร
ซึ่ง (ไม่) สัมฤทธิ์ดังใจผู้ไกล่เกลี่ย
ใช่เกิดจากพลังรักษ์ของยักษ์เพลีย
ผู้นอนเปลี้ยอยู่กระนั้นอนันตรัย
.........................................
จินตนา ปิ่นเฉลียว
เปลวเพลิง:
ยักษ์ใหญ่-ตื่นเถิด
ตอนที่ ๔ นครวัด-นครธม-พนมเปญ
สุริยะวรมันจะกันแสง
ศิลาแลงทุกก้อนก็กร่อนไหว
พระบาทไชยวรมันผู้บรรลัย
จะร่ำไห้โหยสะอื้นด้วยปืนกวน
"ตัวกูผู้ทรงสิทธิศักดิ์
อาณาจักรกัมพุชภาศวร
นครวัดนครธมสมควร
สฤษฏิ์ล้วนด้วยฤทธิ์มหิศรา
ศิลาเท่าเหย้าเรือนเขยื้อนยาก
ฉุดลากชะลอผ่านด่านป่า
มือคนก่นสลักลักษณา
เป็นสุสานศิลาบูชากู
นครธมก่อนล่มก็ไพโรจน์
ชวยโชติสิทธิศักดิ์อักขู
โลเกศวรเพ่งเล็งดู
คือปูชนีย์อ่าบายน
แต่เนิ่นนานกาลก่อนกูนอนนิทร
สุขสถิตเทียมเทพเสพกุศล
เหวย ไอ้ขอมใหม่ใจวิกล
คำรนปืนเป่าปลุกกู
เหม่ เหม่ ชิชะ จะมาหมิ่น
ไอ้ทมิฬยุคใหม่ไม่อดสู
ระเบิดเปรี้ยงปืนก้องคะนองภู
มันจะหลู่ล้างพันธุ์มันให้เตียน
โลเกศวรสี่พักตร์พักเพ่ง
แลเล็งโลกอันหันเหียน
ชั่วกัปกัลป์พันฉนำจำเนียร
แปรเปลี่ยนเหตุการณ์ทุกด้านไป"
จึ่งวันนี้สี่พักตร์เบือนพักตร์หมอง
ทุกพักตร์ต้องตรมหม่นทนไม่ไหว
โอ้ลูกขอมฆ่าขอมตรอมกระไร
เพียงผิดใจเพื่อนพ้องจึงจองเวร
เปรี้ยง เปรี้ยง เสียงปืนครืนปืนประหัต
นครวัด นครธม ล่มเขมร
แต่ละศพทบถมพนมเปญ
ถึงไศเลนทร์โศกด้วยผู้ม้วยมรณ์
โอ้กัมพุชดุจมหาอาณาจักร
ซากปรักพยานฤทธิ์มหิศร
ทิ้งอดีตกรีดเศร้าเป็นเงาซ้อน
ปัจจุบันนั้นร้อนระอุภัย
สุริยะวรมันจะกันแสง
ศิลาแลงสี่พักตร์ จักร้องไห้
เมื่อลูกขอมฆ่าขอมยอมยอบภัย
แล้วจะเหลืออะไรไว้ภูมิใจตน?
..........................................
จินตนา ปิ่นเฉลียว
เปลวเพลิง:
ยักษ์ใหญ่-ตื่นเถิด
ตอนที่ ๕ ทะเลทรายหมาดเลือด
อาทิตย์แห่งทะเลทรายฉายกราดเกรี้ยว
ทิวทรายเปลี่ยวเกินจะกล้าเดินฝ่าหน
แต่ร้อนแสงแรงฉาดอาจทานทน
ความร้อนรนเหล่ามนุษย์เหลือหยุดมัน
ควันสงครามคาวเลือดเร่งเดือดร้อน
ความอาทร รัก อภัย ไกลเกินฝัน
การหยุดยิงคือสัญญาเริ่มฆ่าฟัน
ผู้แก้ปัญหาหดหมดหนทาง
แล้วเลือดดำน้ำมันอันทรงค่า
กลายเป็นอาวุธฉกาจเข้าฟาดผาง
เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าพาระคาง
เพราะสองข้างสองเผ่าเข้าราวี
เลือดแดงจากปากแผลแลชุ่มฉาน
ซับทรายกร้านกลับหมาดด้วยหยาดสี
และเลือดดำน้ำมันอันแสนดี
ก็หมาดที่ทะเลทราย อย่างทายท้า
สงครามชิงแผ่นดินจะสิ้นโหด
หากหยุดโกรธยอมกันแก้ปัญหา
ฉากการยุทธ์หยุดได้ในพริบตา
ถ้าตั้งหน้ารักสงบเลิกรบราญ
แต่ผู้แพ้ไม่พร้อมจะยอมแพ้
เปิดฉากแก้แค้นคลั่งคอยสังหาร
แล้วใครเล่าหัวเราะเยาะได้นาน
รวยจากการยุเพื่อนเชือดเฉือนกัน?
ทะเลทรายแม้นว่าพูดจาได้
คงร้องไห้แทนร่ำคำกล่าวขวัญ
ทรายทุกเกล็ดเม็ดหมาดหยาดน้ำมัน
และเลือดอันอาบร่างร้างวิญญาณ
........................................
จินตนา ปิ่นเฉลียว
นำร่อง
[0] ดัชนีข้อความ
[#] หน้าถัดไป
[*] หน้าที่แล้ว