Username:

Password:


  • หน้าแรก
  • ห้องสนทนา
  • ช่วยเหลือ
  • ค้นหา
  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
เว็บไซต์อารมณ์กลอน เว็บไซต์สำหรับผู้มีกลอนในหัวใจ.. >> บทกลอนไพเราะ >> เรื่องสั้น แนวนิยาย >> ตอน 2 พีรดา : ใต้ฟ้าเดียวกัน
หน้า: [1]   ลงล่าง
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: ตอน 2 พีรดา : ใต้ฟ้าเดียวกัน  (อ่าน 18883 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
msp.
หนึ่งวินาทีในหัวใจคน..ไม่เท่า
บรรณารักษ์
*****
<font color=gray><b>ออฟไลน์</b></font> ออฟไลน์

กระทู้: 2062


รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณ คือรางวัลอันยิ่งใหญ่

เว็บไซต์

ผู้เริ่มหัวข้อนี้
| |
ตอน 2 พีรดา : ใต้ฟ้าเดียวกัน
« เมื่อ: 28 พฤศจิกายน, 2568, 09:13:49 PM »
หน้าแรกหน้าแรก

ตอน 2 พีรดา : ใต้ฟ้าเดียวกัน


กริ๊งงง...กริ๊งงง...

ใครมานะ..

พีรดาเปิดม่านหน้าต่าง เห็นพนักงานส่งพัสดุกำลังกดโทรศัพท์ในมือ
เจ้าส้มที่นอนขดอยู่บนขอบหน้าต่างเงยหน้าขึ้นมองตามอย่างรู้งาน

ทรายแมวมาแล้ว

พีรดาวิ่งลงชั้นล่างไปเปิดประตูรั้ว
เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ วิ่งตามลงบันไดมาติด ๆ ไม่ต้องหันไปนับก็รู้ว่าครบหกตัว

ทันทีที่เอื้อมมือรับกล่องหนัก ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าบ้านฝั่งตรงข้าม
ภาพความทรงจำผุดขึ้นมาในสมอง

คนตาย หน้าบ้านนั้นมีคนตาย ตายเพราะเหล้าฟรีแท้ ๆ


พีรดาถอนหายใจเบา ๆ เรื่องคนตายใกล้บ้านครั้งนั้นยังทำให้เธอเสียขวัญไม่น้อย

มันผ่านไปแล้ว พีรดา

เมื่อหลายปีก่อนยายของพีรดาป่วย เธอจำเป็นต้องลาออกจากการเป็นครู
มาดูแลยายอันเป็นที่รักจนวาระสุดท้าย
พีรดากำพร้าพ่อแม่ มีแต่ยายที่เลี้ยงดูมา
ตอนนี้ไม่มียายให้กอดอีกแล้ว

นอกจากแมว

แมวที่ยายเก็บมาเลี้ยงทีละตัวสองตัว
ลูกแมวร้องหน้าวัดบ้าง แมวจรขาเจ็บบ้าง
ยายเคยบอกว่า "เลี้ยงไว้ มันจะได้เป็นเพื่อนหนูตอนยายไม่อยู่"
ตอนนั้นพีรดาหัวเราะ
ตอนนี้เธอรู้แล้วว่ายายพูดจริง

เธออยู่คนเดียวได้..พีรดา

ทุกครั้งที่มีเรื่องเข้ามาในชีวิต เธอจะคิดถึงยาย
แล้วก็จะมีหัวขนปุย ๆ สักหัวมาซุกขาเหมือนจะแย้งว่า เธอไม่ได้อยู่คนเดียวเสียหน่อย

ระหว่างดูแลยาย พีรดาหาจับงานเขียนฟรีแลนซ์
เขียนคอนเทนต์ เขียนรีวิวสินค้า พอได้จุนเจือค่าใช้จ่าย ค่ายา และค่าอาหารแมว
ชีวิตวนอยู่กับบ้าน คาเฟ่ อินเทอร์เน็ต และห้องนอนเงียบ ๆ
ที่มีเสียงครางครืดคราดเป็นเพื่อนตอนดึก

เธอคุ้นชินกับการเฝ้ามองโลกจากหลังจอ
คุ้นกับการฟังเรื่องราวของคนอื่น มากกว่าการต้องลงไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริง ๆ

"ฝนตก!" พีรดารีบวิ่งไปเก็บผ้าที่ตากไว้
แมวทั้งหกวิ่งหนีเข้าบ้านเร็วกว่าเธอเสียอีก

"ตกหนักไม่หลับไม่นอนเลยนะฝน" พีรดาพึมพำ
เห็นน้ำเริ่มปริ่มพื้นลานหลังบ้าน ใกล้คอกไม้เก่าที่ยายต่อไว้ให้แมวนอน
เธอเลยยกชามข้าวแมวทั้งหกใบขึ้นไปวางเรียงบนขั้นบันได
เผื่อไว้ก่อน

ป้าข้างบ้านชะโงกหน้าข้ามรั้วมาตะโกน
"หนูดา ถ้าจะไปไหนก็ฝากแมวไว้กับป้าได้นะ ป้าอยู่บ้านทั้งวัน"

ฝนโปรยลงมาในวันแรกเหมือนเรื่องธรรมดา
วันที่สองเหมือนบททดสอบ
วันที่สามเหมือนคำเตือน
และในวันที่ห้า… พีรดาก็รับรู้พร้อมกับคนทั้งเมืองว่า
นี่ไม่ใช่แค่ "ฝนตกหนัก" อีกต่อไป
── ☙༺❖༻❧ ──

วันที่ต้องเปียกฝน

ติ๊ด...ติ๊ด...เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น

"สวัสดีค่ะ.."
พีรดายังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ปลายสายก็พูดรัวขึ้น
"น้องดาคะ งานนี้น้องดาสะดวกไหม เราต้องการคน...."

พีรดาถือโทรศัพท์ค้างอยู่ครู่หนึ่ง
สายฝนกระหน่ำลงบนหลังคาและสรรพสิ่ง อื้ออึงจนกลบความคิด
เธอมองรองเท้าบูทเก่าคู่นั้นที่วางอยู่มุมบ้าน เปื้อนโคลนแห้งจากน้ำท่วมครั้งก่อน
เจ้าส้มนั่งอยู่ข้างรองเท้า เงยหน้ามองเธอเหมือนรู้อะไรบางอย่าง

หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

"ไปค่ะ" เธอพูดทั้งที่ยังหายใจไม่ทัน "เดี๋ยวนี้เลยค่ะ"

ก่อนออกจากบ้าน เธอเทอาหารแมวใส่ชามทั้งหกใบจนพูน
ยกกล่องทรายแมวที่เพิ่งมาถึงขึ้นไปไว้ชั้นสอง
แล้ววิ่งฝ่าฝนไปฝากกุญแจบ้านไว้กับป้าข้างบ้าน

"ไปเถอะหนูดา เดี๋ยวป้าแวะไปให้ข้าวให้น้ำเอง"

แมวทั้งหกนั่งเรียงกันอยู่บนขั้นบันได มองตามเธอไม่วางตา

แค่วันเดียว..เดี๋ยวก็กลับ


ฝนตกต่อเนื่องมาเป็นวันที่ห้าแล้ว
เสียงฟ้าครืนครืนแผ่วเหมือนลมหายใจของเมืองกำลังจะหมดแรง
พีรดาดันหมวกกันน็อกให้กระชับ
ก่อนจะปีนขึ้นท้ายเรือท้องแบนของทีมกู้ภัยเฉพาะกิจ ทั้งที่ไม่เคยผ่านการฝึก
ไม่เคยคิดว่าชีวิตของตัวเองจะต้องมาอยู่กลางสายน้ำเชี่ยวเช่นนี้

สายน้ำที่เคยเป็นเพียงร่องระบายน้ำหน้าอำเภอ
กลับกลายเป็นแม่น้ำสายใหม่ที่กินถนนทั้งแผ่นไปจนหมด

"มีเคสหลังชุมชนคลองเก่า น้ำขึ้นอีกยี่สิบเซนในครึ่งชั่วโมง!"

เสียงเพื่อนในทีมตะโกนแข่งสายฝน

"รีบไปก่อนมืด ฟ้าไม่โอเคเลยวันนี้!"

พีรดาพยักหน้า เธอไม่ได้ตั้งใจจะมาเป็นฮีโร่
เธอเป็นแค่คนธรรมดา ที่เคยได้แต่เฝ้ามองข่าวภัยพิบัติจากหน้าจอ
แต่วันนี้ บ้านของเธอเองก็กำลังอยู่ในเส้นทางของน้ำเช่นเดียวกัน
และเธอรู้ตัวดีว่า ตั้งแต่วินาทีที่ก้าวขึ้นเรือลำนี้
ชีวิตของคนที่เคยเขียนถึงความทุกข์ของคนอื่น
โดยไม่เคยต้องเปียกฝนสักหยด
จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
── ☙༺❖༻❧ ──


เมืองที่หายไปในน้ำ

เรือค่อย ๆ แล่นผ่านที่ที่เคยเป็นซอยแคบ ๆ
กลิ่นโคลนเหม็นอับและกลิ่นของเน่าเจือจางลอยคลุ้งมากับลมหายใจ
น้ำที่กระทบผนังบ้านดังปึงปังราวกับเมืองกำลังถูกทุบจากด้านใน
ทุกระยะที่เรือแหวกผ่าน น้ำหนืดเหมือนดึงท้องเรือไว้ไม่ให้หนีจากมันง่าย ๆ
แถวบ้านไม้ริมทางวัด ตอนนี้กลายเป็นทะเลสีเทา
สังกะสีลอยกระทบกันเสียงแหลม ๆ เหมือนขอความช่วยเหลือ
พวงมาลัยที่เคยปักหน้าบ้าน ลอยเฉียงคล้ายกำลังไหว้ฟ้าให้หยุดร้องไห้เสียที

"พี่คะ! มีเด็กอยู่ตรงหน้าต่าง!" พีรดาชี้ไปยังบ้านสองชั้นหลังหนึ่ง

น้ำสูงจนถึงป้ายเลขบ้านแล้ว เด็กผู้หญิงราวสิบขวบเกาะอยู่ที่หน้าต่างสีลอกบนชั้นสอง
มือหนึ่งกอดสุนัขตัวเล็กไว้แน่น
ทีมพีรดารีบพาเรือเข้าใกล้ เด็กตะโกนทั้งน้ำตา

"แม่กับยายอยู่ชั้นล่างค่ะ ประตูเปิดไม่ออก!"

สุนัขตัวเล็กตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนเด็ก
พีรดานึกถึงเจ้าส้มขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป

ทันทีที่เธอก้าวลงจากเรือ น้ำเย็นเฉียบเสียดเข้าขา
พีรดารู้สึกหัวใจบีบตัวเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกดทับ
ทุกก้าวที่ลุยไป น้ำหนืดเหมือนดึงข้อเท้าไว้
เธอผลักประตูที่บวมเพราะน้ำอย่างแรง
อีกสองคนเข้ามาช่วย ก่อนประตูระเบิดออกเหมือนหายใจเฮือกสุดท้าย

แม่และยายสำลักน้ำ ไอออกมาเป็นสายยาว แต่ยังมีชีวิต
โชคดี…วันนี้ยังมีความโชคดีหลงเหลืออยู่
── ☙༺❖༻❧ ──


เสียงเมืองร่ำไห้

ทั้งวันมีแต่เสียง
เสียงคนเรียกหาคนรักที่ถูกพรากไปต่อหน้าต่อตา
เสียงของสิ่งของที่ลอยจากมือไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
เสียงร้องไห้ที่แตกหักเหมือนแก้วบาง ๆ ในน้ำขุ่น
และเสียงหนึ่ง…ที่พีรดาจำได้ชัดที่สุดในวันนั้น
เป็นเสียงของ "แม่" คนหนึ่ง
ที่ยืนอยู่กลางน้ำท่วมถึงอก
ผมเปียกแนบหน้า เสื้อผ้าเปื้อนโคลนทั้งตัว
ดวงตาเบิกกว้างเหมือนคนที่ยังไม่เชื่อว่าลูกหายไปจริง ๆ

"ต้น…ต้นอยู่ไหนลูก"

เสียงเธอตะโกนแตกพร่าจนสุดเสียง
เรียกชื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนคาถาที่หวังให้ปาฏิหาริย์เกิด
เธอลุยน้ำไปทีละก้าว
มือควานหาไปในน้ำขุ่นเหมือนควานหาเงาในความมืด

พีรดารีบเข้าไปประคองแขน

"พี่…ตั้งสติก่อนนะคะ เราจะช่วยกันหา"

แต่แม่คนนั้นกลับส่ายหัวแรง ๆ

"น้ำไหลแรงมาก น้องลื่นมือหลุดจากแม่ไป ต้น...."

เสียงนั้นสั่นจนพีรดารู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองถูกบีบ
ทีมกู้ภัยกระจายกำลังค้นหา
ตะโกนเรียกชื่อเด็ก ฝ่าสายน้ำที่ไหลวนสับสน
แต่น้ำในวันนั้น…ไม่เป็นมิตรกับมนุษย์เอาเสียเลย
มันซ่อนทุกอย่างไว้ในเงามืดของมัน
และเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า สวนทางกับน้ำที่ไหลท่วมบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว

ช่างโหดร้าย

เมื่อเสียงความหวังเริ่มแผ่วลง
พีรดาก็ยังคงนั่งอยู่ข้างแม่ที่กำลังร้องไห้จนตัวสั่นเทา
จับมือที่เย็นเฉียบไว้แน่น เธอไม่พูดอะไร เพราะในบางช่วงเวลา
คำพูดไม่อาจทำหน้าที่แทน "การอยู่ข้างกัน" ได้เลย
── ☙༺❖༻❧ ──


น้ำหลงทิศ

ตลอดหลายวันนั้น ฝนตกไม่หยุดแม้เพียงชั่วโมงเดียว
เมฆดำทับซ้อนกันแน่นเหมือนฟ้าถูกปิดด้วยฝ่ามืออันมหึมาของยักษ์
กลางวันมืดเหมือนพลบค่ำ
กลางคืนมืดจนแยกไม่ออกว่าเส้นขอบฟ้าอยู่ตรงไหน
หน่วยพยากรณ์บอกว่า "ฝนตกหนักสลับหนักมาก"

คำว่า "หนัก" ในรายงานข่าว
ไม่เคยหนักเท่ากับที่ผู้คนต้องเหยียบย่ำมันด้วยเท้าเปล่า

เขื่อนเหนือเมืองเต็มจนต้องเร่งระบายน้ำลงมา
ขณะที่แม่น้ำปลายทางก็เอ่อล้นจนรับไว้ไม่ไหว
น้ำที่ควรจะไหลตามธรรมชาติ ถูกบังคับให้หยุด
ถูกผลักให้ย้อน ถูกกดให้ค้างอยู่ในที่ที่มันไม่ควรอยู่
ราวกับสายน้ำทั้งสายกำลังหลงทิศ

หลงทาง

และพาผู้คนจำนวนมาก
หลงชีวิตไปพร้อมกัน
น้ำเอ่ออยู่บนถนน
ค้างอยู่หน้าบ้าน
กดทับอยู่ในตรอกซอย
เหมือนลมหายใจที่ถูกบังคับให้กลั้นไว้จนปอดแสบร้อน

พีรดามองผิวน้ำที่ไหลวนไปวนมา
มันไม่วิ่งไปข้างหน้าอย่างที่น้ำควรเป็น
แต่มันเหมือนกำลัง "วนกลับมาซ้ำเติม" ทุกชีวิตที่อยู่ตรงนั้น

ฟ้าฝนในปีนี้ไม่ใช่แค่โกรธ แต่เหมือนคนเสียสติ
ฟาดงวงฟาดงาอย่างป่าเถื่อน ไม่เลือกบ้าน
ไม่เลือกคน ไม่เลือกความดีหรือความชั่ว
ใครอยู่ต่ำกว่าแนวภัย ก็ถูกกลืนลงไปอย่างไม่มีข้อยกเว้น

พีรดารู้สึกในวินาทีนั้นว่า
เมืองทั้งเมืองไม่ใช่แค่จมน้ำ
แต่มันกำลัง "หลงทิศทางของตัวเอง" อย่างช้า ๆ
และไม่มีใครรู้เลยว่า ปลายทางของสายน้ำสายนี้
จะพาทุกชีวิตไปสิ้นสุดตรงไหน
── ☙༺❖༻❧ ──

เกือบไป..กับมือของใครคนหนึ่ง

ช่วงหัวค่ำ
ฝนยังไม่ซา
แสงไฟฉายบนเรือสั่นพร่าเหมือนเมืองกำลังหายใจติดขัด
เรือของทีมพีรดาเอียงวูบเมื่อชนเข้ากับซากกำแพงอิฐที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ
แรงกระแทกทำให้เธอเสียหลัก เท้าลื่น
ร่างเอนไปข้างหน้า

ในจังหวะที่โลกทั้งใบเหมือนจะคว่ำลงในน้ำสีดำ
มีมือหนึ่งคว้าแขนเธอไว้แน่นจนเจ็บ

"อย่าโง่!"

เป็นเสียงของผู้ชายที่ประจำหัวเรือมาทั้งวัน
คนที่แทบไม่ได้พูดกับใครเลยสักคำ
เสียงเขาดุห้วน แต่แขนที่จับเธอกลับมั่นคงเหมือนเสาหลัก
พีรดาหอบหายใจ หัวใจเต้นแรงจนได้ยินอยู่ในหูตัวเอง
เขายังไม่ปล่อยมือทันที เพียงแต่เลื่อนมาจับที่ข้อมือแน่นกว่าเดิม

เหมือนเช็กว่าเธอ "ยังอยู่"

"ยืนให้มันเป็น"

เขาพูดสั้น ๆ ก่อนจะปล่อย
พีรดาหัวเราะแห้ง ๆ กลบอาการสั่น

"ฉันไม่ใช่มืออาชีพนี่นา แค่คนเขียนหนังสือที่หลุดมาอยู่บนเรือ"

เขาเหลือบมองเธอเพียงครู่เดียว
แสงไฟฉายสะท้อนดวงตาที่เต็มไปด้วยความล้า…แต่ยังตื่นอยู่เสมอ

"งั้นก็อย่าตายก่อนจะได้เขียนต่อ"

เขาพูดเรียบ ๆ แล้วหันกลับไปประจำหัวเรือ
พีรดามองแผ่นหลังเปียกฝนของเขาอยู่อีกครู่
ก่อนจะรู้ตัวว่า…ตั้งแต่ขึ้นเรือมา
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอ "รู้สึกปลอดภัย"
── ☙༺❖༻❧ ──


ภารกิจ..กับใจที่หนักเหลือเกิน

ค่ำแล้ว ภารกิจของเธอในวันนี้ปิดลง
พีรดานั่งอยู่บนรถทหารที่รับอาสาสมัครกลับฐาน
เธอเปียกทั้งตัว ปวดหลังรั้งไปถึงน่อง
แต่ที่หนักที่สุดคือใจ
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
สัญญาณยังไม่ดีพอจะโทรหาป้าข้างบ้านที่ฝากดูแมวไว้
แต่ข้อความที่ส่งมาตอนบ่ายยังอยู่

"น้ำขึ้นถึงชั้นล่างแล้วนะหนูดา…เรือมารับแล้ว
เขาไม่ให้เอาสัตว์ขึ้น ป้าขอโทษนะลูก ป้าต้องพากันออกไปก่อนแล้ว.."

นิ้วของพีรดาเย็นเฉียบจนแทบกดหน้าจอไม่ลง
เธอเห็นภาพหิ้งพระเล็ก ๆ กับรูปยายในบ้าน
คอกไม้เก่าหลังบ้าน
ชามข้าวแมวหกใบที่เธอเทอาหารไว้จนพูนเมื่อเช้า
หากน้ำขึ้นอีกเพียงฝ่ามือเดียว
โลกทั้งใบของเธอจะไม่เหลืออะไรเลย
หัวใจเธอร่วงลงเหมือนก้อนหินตกทะเล

แมวหกตัว..ครอบครัวเดียวที่เธอมีเหลืออยู่
ไม่มีใครอยู่กับมัน ไม่มีใครช่วยมัน
และบ้านเธอก็อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้ม
น้ำยังขึ้นต่อเนื่องไม่มีทีท่าจะลด
ถนนเข้าบ้านมีหลายจุดที่น้ำแรงเกินกว่ารถเล็กจะผ่านได้

พีรดาหลับตา สูดลมหายใจลึก
ภาพคนที่เธอช่วยวันนี้ลอยเข้ามา
เด็กที่กอดหมา
ยายที่สำลักน้ำ
แม่ที่ร้องหาลูกชาย
แล้วจู่ ๆ น้ำตาเธอก็ไหล
เธอไม่ใช่คนอ่อนไหว แต่ตอนนี้ความกลัวทำให้เธอสั่นทั้งตัว
หัวใจเริ่มกระวนกระวาย

"รอนะเด็ก ๆ…แม่กำลังกลับไปแล้ว"

เธอพึมพำเหมือนเป็นคำสัญญา

ใต้ฟ้าน้ำเดียวกัน

รถจอดนิ่งอยู่หน้าฐาน เครื่องยนต์ดับ
แต่ฝนยังไม่หยุดตก พีรดาก้าวลงจากรถ
น้ำกระเซ็นสูงถึงหน้าแข้ง
ไฟฉายจากรถกู้ภัยส่องเป็นลำบาง ๆ ฝ่าม่านสายฝน
เธอก้มผูกเชือกรองเท้าบูทด้วยมือที่ยังสั่น
สูดลมหายใจลึก

"มาพีรดา…" เธอบอกตัวเองเบา ๆ
"คราวนี้ถึงตาเธอแล้ว"

ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งค่อย ๆ เดินฝ่าสายน้ำ
ย้อนกลับเข้าไปในเมืองที่กำลังจม
เพื่อหัวใจเล็ก ๆ หกดวงของเธอ
ที่กำลังรอเธออยู่

ใต้ฟ้าน้ำเดียวกัน
── ☙༺❖༻❧ ──




masapaer






ขอเป็นกำลังใจให้กับชาวจังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง
ปัตตานี นราธวาส ยะลา สตูล ตรัง สุราษฎร์ธานี และชาวใต้ทุคนที่ได้รับผลกระทบค่ะ
ขอให้ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

บันทึกจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยเฉพาะวิกฤตน้ำท่วมสงขลา–หาดใหญ่ ระหว่างวันที่ 21–25 พฤศจิกายน 2568




ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :
วินวิน, ยูริน
บันทึกการเข้า

❈การเคารพสิทธิในผลงานของสมาชิก❈
รวมทุกสำนวนของ"MASAPAER"
✧สติตัวเดียวก็เอาอยู่✧

วินวิน
นักกลอนผู้โดดเด่น
*****
<font color=gray><b>ออฟไลน์</b></font> ออฟไลน์

กระทู้: 662





| |
Re: ตอน 2 พีรดา : ใต้ฟ้าเดียวกัน
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 พฤศจิกายน, 2568, 09:08:57 AM »
หน้าแรกหน้าแรก

Re: ตอน 2 พีรดา : ใต้ฟ้าเดียวกัน
ภัยพิบัติซัดกระหน่ำทำสาหัส
ช่างอึดอัดหัวใจร่ำไห้หวน
กระแสน้ำจากฝนวนขบวน
สุดปั่นป่วนวิกฤติพิษเภทภัย

เห็นใจนักผู้ประสบพบคราวเคราะห์
ดูจำเพาะลงทัณฑ์นั่นไฉน
ขอวิโยคโลกคลายหายเร็วไว
ขอเป็นหนึ่งแรงใจส่งให้กัน


กวินพัฒน์


ทาสแมวใจละลาย ขอเป็นกำลังใจให้ชาวภาคใต้ในหลายจังหวัดด้วยนะครับ
ที่บ้านน้ำท่วมไหมครับ  



ขอบพระคุณ ที่กรุณาเยี่ยมชมนะจ๊ะ :
ยูริน
บันทึกการเข้า

~๏รวมทุกสำนวนของ"กวินพัฒน์"ครับ๚ะ๛
ยูริน
นักกลอนผู้รอบรู้
****
<font color=gray><b>ออฟไลน์</b></font> ออฟไลน์

กระทู้: 414





| |
Re:ตอน 2 พีรดา : ใต้ฟ้าเดียวกัน
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 พฤศจิกายน, 2568, 05:15:33 PM »
หน้าแรกหน้าแรก

Re:ตอน 2 พีรดา : ใต้ฟ้าเดียวกัน
เป็นวิโยคโลกโหดร้ายในครั้งนี้
ชาวน้องพี่น้ำหลากมากเกินกั้น
มองดูข่าวเศร้าใจเป็นรายวัน
ช่างมหันต์หนักหนาน่าเห็นใจ


ขอร่วมเป็นกำลังใจด้วยอีกคนค่ะ

ยูริน


เข้ากับสถานการณ์เลยนะ มะสะแปร์ ต่อจากศพใกล้บ้านสินะ
พี่ปอไปไหน  

บันทึกการเข้า

~รวมทุกสำนวนของ"ยูริน"ค่ะ~
msp.
หนึ่งวินาทีในหัวใจคน..ไม่เท่า
บรรณารักษ์
*****
<font color=gray><b>ออฟไลน์</b></font> ออฟไลน์

กระทู้: 2062


รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของคุณ คือรางวัลอันยิ่งใหญ่

เว็บไซต์

ผู้เริ่มหัวข้อนี้
| |
Re:ตอน 2 พีรดา : ใต้ฟ้าเดียวกัน
« ตอบ #3 เมื่อ: 01 ธันวาคม, 2568, 07:05:54 PM »
หน้าแรกหน้าแรก

Re:ตอน 2 พีรดา : ใต้ฟ้าเดียวกัน
ก็หดหู่ชะมัดอึดอัดนัก
ตอนน้ำชักท่วมท้นคนมิไหว
สายสินธุดุกราดสาดบรรลัย
น้ำมาไวไปช้าพร่าบ้านเรือน

การช่วยเหลือว่ายากลำบากหนัก
ดูยึกยักน้ำบ่ามาเชือดเฉือน
หากจะช่วยคนเขาเฝ้าย้ำเตือน
ขยับเคลื่อนไม่ระวังพังวุ่นวาย


masapaer


ยูริน พี่ปอน่ะผัวชาวบ้าน  

หาคำผิดแว๊บๆ ว่าเห็น  ตาลาย ถ้าเจอบอกหน่อยนะคะ
บันทึกการเข้า

❈การเคารพสิทธิในผลงานของสมาชิก❈
รวมทุกสำนวนของ"MASAPAER"
✧สติตัวเดียวก็เอาอยู่✧
หน้า: [1]   ขึ้นบน
พิมพ์
« หน้าที่แล้ว ต่อไป »
กระโดดไป:  

Powered by SMF 1.1.15 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC
Simple Audio Video Embedder
| Sitemap
NT Sun by Nati

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.103 วินาที กับ 41 คำสั่ง
กำลังโหลด...